สั้น ง่าย ได้ใจความ! 10 คำแสลงที่สาวๆ มัธยมปลายญี่ปุ่นนิยมใช้สื่อสารกัน

สั้น ง่าย ได้ใจความ! 10 คำแสลงที่สาวๆ มัธยมปลายญี่ปุ่นนิยมใช้สื่อสารกัน
Tokyo Girls Update

สนับสนุนเนื้อหา

พัฒนาการด้านภาษาของวัยรุ่นญี่ปุ่นว่าไปก็คล้ายกับเมืองไทย นั่นก็คือ มีคำแสลงใหม่ๆ ออกมาตลอด ต้องขอบคุณเหล่าเด็กมัธยมปลายทั้งชายหญิงที่ช่วยกันคิดคำเหล่านี้ขึ้นมา จนกลายเป็นภาษาเฉพาะกลุ่มที่บางทีผู้ใหญ่ก็ไม่เข้าใจ คำแสลงเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการย่อประโยคเต็มให้สั้นลง เพื่อให้สะดวกในพูดคุยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้ง่ายต่อการพิมพ์ ในยุคที่การสื่อสารด้วยส่งข้อความสั้นๆ เป็นที่นิยม เรามาดูกันดีกว่าว่า วัยรุ่นโดยเฉพาะสาวๆ มัธยมปลายชอบใช้คำว่าอะไรบ้าง

1. Ri/Ryo ย่อมาจาก Ryoukai

Ryoukai ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ฉันเข้าใจแล้ว มีแค่อักษร 2 ตัว กับออกเสียงแค่ 2 พยางค์เท่านั้น แต่ก็ถูกย่อให้ออกเสียงสั้นลงอีกเป็น Ryo แต่สำหรับบางคนคำนี้ก็ยังไม่สั้นพอ เพราะยังออกเสียงให้สั้นลงได้อีก เป็น Ri ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีใครถามว่า “อย่าลืมซื้อนมสดมาด้วยนะ” ก็จะตอบสั้นๆ ว่า “Ri” นั่นเอง

high-school-text-slang-3Pakutaso

2. Ichikita: ichiji kitaku

ประโยคนี้แปลว่า “ฉันขอกลับบ้านแป๊บนึงก่อนนะ” ใช้กับกรณีที่หลังเลิกเรียกแล้วคุณยังอยากอยู่กับเพื่อนต่อ แต่กระเป๋านักเรียนคุณมีหนังสือหนัก หรืออยากกลับบ้านไปเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดสบายๆ ก่อน ก็ใช้ประโยคนี้เพื่อบอกเพื่อนว่า กลับบ้านก่อนนะแล้วจะกลับมาใหม่ เนื่องจากเป็นประโยคที่ใช้กันบ่อย จึงถูกย่อให้สั้นลง เหลือแค่ Ichikita ก็เป็นอันรู้กัน

3. Enka

ถ้าคุณคุ้นเคยกับการฟังเพลงญี่ปุ่น คุณอาจจะคิดว่า เอ็งกะ (Enka) คือเพลงแนวโบราณนี่นา ซึ่งก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่สำหรับเด็กม.ปลาย คำนี้เป็นแสลง แปลว่า “การเผชิญหน้ากับคนบางคน” ล่ะ ที่มาของประโยคนี้มาจากเกมออนไลน์ แต่สาวๆ นิยมใช้กันมากในความหมายที่วา เจอกับบางคนโดยบังเอิญ

4. Sutabaku/Sutaren: sutampu bakugeki/sutampu renpatsu

Sutabaku หมายถึง การทำ Stamp Bombing หรือบอมบ์ด้วยสติ๊กเกอร์ ถ้ายังไม่เข้าใจ มันก็คือ การส่งสติ๊กเกอร์ (ในไลน์หรือในแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ที่มีสติ๊กเกอร์) ลงในแชทแบบรัวๆ เวลาที่ต้องการเรียกความสนใจจากคู่สนทนา ที่อ่านข้อความแล้วแต่กลับไม่ยอมตอบ นอกจากนี้ Sutabaku ยังสามารถใช้ส่งเพื่อปลุกเพื่อนให้ตื่นในวันที่มีกิจกรรมสำคัญ เช่น การสอบ ก็ได้ด้วย

5. Burokkori

ถ้าลองอ่านออกเสียงคุณอาจจะเดาได้ ว่ามันคือ บร็อคโคลี่ ผักชนิดหนึ่งนั่นเอง แต่เมื่อนำมาใช้เป็นแสลง คำๆ นี้จะหมายถึง การบล็อกบางคนจากกลุ่มหรือโซเชียลมีเดียของเรา ส่วนที่เลือกใช้คำที่ดูน่ารักๆ แบบบร็อคโคลี่นั้น ก็มีเจตนาเพื่อช่วยลดน้ำหนักการกระทำที่รุนแรงจากการตัดสินใจบล็อกใครนั่นเอง

6. The evolution of anger

เชื่อหรือไม่ว่าประโยคที่สื่อสารถึงอารมณ์โกรธในแชทของนักเรียนม.ปลายในญี่ปุ่นนั้น มีเยอะมาก เราจึงขอยกตัวอย่างคำเบสิกมาให้ดู 6 คำ

Oko คำเต็มๆ คือคำว่า Okori มีความหมายง่ายๆ ว่า โกรธ นั่นเอง
Geki-oko คำว่า Geki แปลว่า สุดๆ ดังนั้น Geki-oko จึงแปลว่า โกรธสุดๆ
Geki-oko punpun maru แน่นอนว่าโกรธกว่าโกรธสุดๆอีก ต่อจากประโยคนี้ไป จะแปลเป็นความหมายตรงๆ ไม่ค่อยได้แล้ว
Muka chakka faiya แปลง่ายๆ ว่า โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
Kamu chakka inferuno แปลว่า โกรธ (เขียนกลับหลังด้วย) นรกแตกเป็นไฟบรรลัยกัลป์
Geki oko sutikku fainaritii punpun doriimu แปลว่า โกรธสุดๆ ขั้นสุดขีดยิ่งกว่าที่เคยคิดฝันไว้

ใครเป็นคนคิดคำพวกนี้ขึ้นมา ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ

high-school-text-slang-4Pakutaso

7. Ari yori no ari:

คำๆ นี้ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจอะไรก็ตามกับคนหมู่มาก ซึ่งสำหรับในญี่ปุ่นแล้ว คนตัดสินใจจะต้องเลือกให้ถูกใจทุกคนในกลุ่ม ไม่ใช่แค่ตัวเองชอบเท่านั้น จึงถือเป็นภาระหนักทีเดียวสำหรับผู้วางแผน แทนที่มามัวงื้อง่าไม่กล้าตัดสินใจ คุณสามารถเลือกใช้คำเหล่านี้เพื่ออธิบายความเห็นของคุณก็ได้ (หมายเหตุ  Ari = โอเคหรือยอมรับได้, Nashi = ไม่โอเคหรือยอมรับไม่ได้, Yori = เกือบ)

Ari yori no ari แปลว่า โอเค ยอมรับได้

Nashi yori no ari แปลว่า ยอมรับได้ แต่ก็เกือบจะไม่โอเคแล้ว

Ari yori no nashi แปลว่า ยอมรับไม่ได้ แต่ก็เกือบจะโอเคแล้ว

Nashi yori no nashi ไม่โอเค ยอมรับไม่ได้เลย

8. KS:

ข้อนี่เป็นอะไรที่วัยรุ่นทุกคนกลัว (รวมถึงคนไทยด้วย) นั่นก็คือ การส่งข้อความไป แล้วฝ่ายตรงข้ามอ่านข้อความของเราแล้ว แต่เงียบ ไม่ตอบอะไรกลับ เหตุการณ์แบบนี้ในญี่ปุ่นเรียกว่า Kidoku Suruu หรือเขียนสั้นๆ ว่า KS นั่นเอง

9. Wanchan: 

คำว่า Wanchan จะมีคำตอบตามมาได้สองแบบ นั่นคือ Aru หรือ Nai ซึ่งแปลว่า ได้ หรือ ไม่ได้ ทายซิว่าคำนี้แปลว่าอะไร แรกเริ่มเดิมทีคำนี้แปลว่า โอกาสเดียว มีที่มาจากเกมไพ่นกกระจอก ในปัจจุบันถูกใช้เพื่อสื่อถึง ความเป็นไปได้ เช่นถ้าคุณพูดว่า คุณมี Wanchan หมายถึง คุณกำลังมีโอกาสสำคัญในชีวิต หรืออาจหมายถึง “ให้โอกาสฉันอีกครั้ง” ก็ได้

high-school-text-slang-2Pakutaso

10. Furorida: furo ni hairu kara ridatsu suru

ประโยคนี้หมายถึง “ฉันกำลังจะไปอาบน้ำ อาจะไม่ได้ตอบข้อความสักพักหนึ่งนะ” ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า Furorida ยังหมายถึงรัฐฟลอริดา ในสหรัฐอเมริกาได้ด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่รู้คำแสลงนี้ อาจนึกว่าผู้พูดกำลังพูดถึงสถานที่จริงๆ อยู่ คราวหน้าถ้ากลุ่มแชทของเพื่อนคุณกำลังคุยกันในประเด็นร้อน แล้วคุณอยากขอตัวไปทำอย่างอื่นสักครู่ อาจจะลองใช้คำนี้ดูก็ได้

เรื่องล่าสุดของหมวด คาวาอี้

ดูหมวด คาวาอี้ ทั้งหมด