บริจาคเงินให้มูลนิธิแบบไหน ถึงลดหย่อนภาษีได้ และลดได้สูงสุดเท่าไหร่

บริจาคเงินให้มูลนิธิแบบไหน ถึงลดหย่อนภาษีได้ และลดได้สูงสุดเท่าไหร่

บริจาคเงินให้มูลนิธิแบบไหน ถึงลดหย่อนภาษีได้ และลดได้สูงสุดเท่าไหร่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อยากลดหย่อนภาษีต้องรู้ บริจาคเงินมูลนิธิอะไรได้บ้าง? หักภาษีได้เท่าไหร่ตามกฎหมาย

การบริจาคเงินให้มูลนิธิ หรือ องค์กรการกุศล นอกจากจะได้ร่วมบุญแล้ว สิ่งที่จะได้กลับมาเพิ่มเติม คือ สิทธิลดหย่อนภาษีประจำปีได้อีกด้วย บางคนอาจสงสัยว่า "มูลนิธิแบบไหน" ที่สรรพากรยอมรับ และเราสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ "เท่าไหร่" เราไปดูคำตอบพร้อมๆ กัน

มูลนิธิแบบไหน ถึงจะนำไปลดหย่อนภาษีได้?

ไม่ใช่ทุกมูลนิธิ หรือทุกองค์กรการกุศลที่จะสามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้ โดยเงื่อนไขสำคัญมีดังนี้

  • ต้องเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลัง: มูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรนั้นๆ จะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนและผ่านการประกาศรับรองในราชกิจจานุเบกษาว่าเป็น "สถานสาธารณกุศล" ตามมาตรา 47(7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร (เช่น มูลนิธิเด็ก, มูลนิธิคนพิการ, มูลนิธิโรงพยาบาลรัฐ ฯลฯ)

  • วัตถุประสงค์เพื่อการกุศล: ต้องเป็นการดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์ การศึกษา หรือศาสนาอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อการค้าหรือหากำไร

หมายเหตุ : แนะนำให้บริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร (เช่น สแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร) ระบบจะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้กระดาษ และมั่นใจได้ 100% ว่ามูลนิธินั้นถูกต้องตามกฎหมายลดหย่อนภาษีได้แน่นอน หรือสามารถตรวจสอบรายชื่อมูลนิธิที่ได้รับการรับรองล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th)

นำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

สำหรับการคำนวณวงเงินหักลดหย่อนภาษี (สำหรับบุคคลธรรมดา) จะมีเกณฑ์แบ่งตามประเภทการบริจาค ดังนี้:

  • การบริจาคทั่วไป (แก่มูลนิธิ/สถานสาธารณกุศลที่กระทรวงการคลังรับรอง)

    • สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง

    • เงื่อนไข: เมื่อรวมยอดบริจาคทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ (หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว)

  • การบริจาคกลุ่มพิเศษ (ลดหย่อนได้ 2 เท่า):

    • หากเป็นการบริจาคให้แก่สถานศึกษา, โรงพยาบาลรัฐ, หรือองค์การสาธารณกุศลบางแห่งที่กฎหมายกำหนดเป็นพิเศษ (เช่น สภากาชาดไทย, มูลนิธิชัยพัฒนา) จะสามารถนำยอดบริจาคไปหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง

    • เงื่อนไข: เมื่อรวมกับเงินบริจาคอื่นๆ แล้ว ก็ยังต้อง ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ เช่นเดียวกัน

การวางแผนบริจาคให้ถูกประเภทและตรวจสอบสثทธิตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากจะช่วยช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังช่วยให้เราบริหารจัดการภาษีช่วงปลายปีได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย

สรุป บริจาคเงินให้ มูลนิธิ สมาคม หรือองค์การสาธารณกุศลที่กระทรวงการคลังประกาศรับรอง (และแนะนำให้บริจาคผ่านระบบ e-Donation) จึงจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล