เช็กโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ 2569 ตัด "ค่าขนส่งทิพย์" เซฟเงินคนไทยปีละ 1.08 หมื่นล้านบาท

เช็กโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ 2569 ตัด "ค่าขนส่งทิพย์" เซฟเงินคนไทยปีละ 1.08 หมื่นล้านบาท

เช็กโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ 2569 ตัด "ค่าขนส่งทิพย์" เซฟเงินคนไทยปีละ 1.08 หมื่นล้านบาท
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ 2569 ตัด "ค่าขนส่งทิพย์" ดีเซลลด 35 สตางค์ต่อลิตร เซฟกระเป๋า 1.08 หมื่นล้าน ดีเซล-เบนซินลดทันที เริ่ม 29 ต.ค. 69

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามคำสั่งปรับสูตรโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งสำคัญ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกเลิกค่าใช้จ่ายสมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ซึ่งแฝงอยู่ในสูตรคำนวณราคาหน้าโรงกลั่นของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) มาตั้งแต่ปี 2547

จุดเปลี่ยนสำคัญ: ยกเลิก “ค่าขนส่งทิพย์สิงคโปร์”

ที่ผ่านมา โครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นของไทยใช้วิธีอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ และบวก “ค่าใช้จ่ายเสมือน” ว่ามีการขนส่งทางเรือข้ามประเทศ ทั้งที่เนื้อน้ำมันส่วนใหญ่กลั่นภายในประเทศ มติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ล่าสุดจึงได้สั่งปลดล็อก 2 จุดหลัก:

  1. ยกเลิกต้นทุนสมมุติ: ตัดค่าขนส่งทางเรือ ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง (Freight, Insurance, Loss) จากเส้นทางสิงคโปร์

  2. ปรับลดค่าสำรองน้ำมัน: ลดเหลือ 2 ใน 3 ส่วน เพื่อให้ตรงกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริงในระบบ

ราคาน้ำมันลดเท่าไหร่? ใครได้ประโยชน์สูงสุด

การคำนวณตามเกณฑ์ใหม่ ส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่นของน้ำมันทุกประเภทปรับลดลง 0.0875 – 0.3548 บาทต่อลิตร ช่วยลดภาระผู้ใช้น้ำมันทั่วประเทศได้ถึง 29.70 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็น 10,839 ล้านบาทต่อปี โดยกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่:

  • น้ำมันดีเซล B7 (กลุ่มที่มีปริมาณการใช้สูงสุด): ปรับลดลง 0.3548 บาทต่อลิตร ช่วยประหยัดเงินได้ 6,795 ล้านบาทต่อปี

  • แก๊สโซฮอล์ 95: ปรับลดลง 0.3203 บาทต่อลิตร ช่วยประหยัดเงินได้ 2,115 ล้านบาทต่อปี

รื้อโครงสร้างถาวร ไม่ใช่แค่มาตรการชั่วคราว

นายเอกนัฏ ระบุว่า การอ้างอิงราคาตลาดโลกในอดีตอาจใช้ได้ในภาวะปกติ แต่เมื่อเกิดวิกฤตกลับกลายเป็นช่องว่างสร้างกำไรส่วนเกินที่ไม่เป็นธรรม แม้ก่อนหน้านี้ภาครัฐจะดึงส่วนเกินจากโรงกลั่นและใช้กองทุนน้ำมันฯ พยุงราคาไปแล้วรวมกว่า 96,141 ล้านบาท แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

การตัดค่าใช้จ่ายสมมุติในครั้งนี้จึงเป็นการ “ผ่าตัดโครงสร้างราคาน้ำมันถาวร” เพื่อการันตีว่าแม้หมดช่วงวิกฤต ต้นทุนทิพย์มูลค่าหมื่นล้านบาทนี้จะไม่ถูกวนกลับมาเรียกเก็บในบิลน้ำมันของคนไทยอีก ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการตัดค่าไฟฟ้าสาธารณะ 1.8 หมื่นล้านบาทออกจากบิลค่าไฟก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านพลังงานในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล