เปิดตัวเลขฟื้นฟู “สวนสยาม” ใช้งบก้อนใหญ่ หลังน้ำท่วมอ่วม ลุ้นคืนชีพได้ไหม

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมพุ่งเกิน 500 ล้านบาท เปิดรายละเอียดค่าซ่อมเครื่องเล่น ดูแลพนักงาน และแผนฟื้นฟูอย่างน้อย 6 เดือน
สยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือสวนสยาม เผชิญวิกฤตครั้งใหญ่หลังน้ำท่วมเกือบเต็มพื้นที่ ล่าสุดผู้ก่อตั้งประเมินว่าต้องเตรียมเงินฟื้นฟูมากกว่า 500 ล้านบาท ทั้งค่าซ่อมเครื่องเล่น ระบบเครื่องจักร ปรับปรุงพื้นที่ และดูแลพนักงานในช่วงที่ต้องปิดบริการอย่างน้อยครึ่งปี
ตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมสยามอะเมซิ่งพาร์คเพิ่มขึ้นจากการประเมินในช่วงแรกอย่างมาก หลังน้ำเข้าท่วมทั้งโซนสวนน้ำและสวนสนุก จนเครื่องเล่น อุปกรณ์ และระบบสำคัญหลายส่วนต้องได้รับการตรวจสอบครั้งใหญ่ก่อนกลับมาใช้งานอีกครั้ง
ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยาม เปิดเผยว่า บริษัทจำเป็นต้องเตรียมเงินเพื่อรับมือกับความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่อย่างน้อย 500 ล้านบาท พร้อมยอมรับว่าเป็นวิกฤตน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดที่สวนสยามเคยเผชิญตลอด 46 ปีของการเปิดให้บริการ
เปิดตัวเลขฟื้นฟูสวนสยาม ต้องใช้เงินอย่างน้อย 500 ล้านบาท
วงเงินมากกว่า 500 ล้านบาทไม่ได้เป็นเพียงค่าซ่อมเครื่องเล่น แต่ครอบคลุมต้นทุนหลายส่วนที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะระบบเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า สวนน้ำ อาคารบริการ และพื้นที่ภายในที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลาหลายวัน
ดร.ไชยวัฒน์แจกแจงค่าใช้จ่ายเบื้องต้นว่า ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่ค่าแรงและค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลพนักงานตลอดช่วงปิดบริการอยู่ที่เกือบ 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าปรับปรุงพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ
- ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา: ประมาณ 300 ล้านบาท
- ค่าแรงและค่าดูแลพนักงาน: เกือบ 100 ล้านบาท
- ค่าปรับปรุงพื้นที่และค่าใช้จ่ายอื่น: ต้องเตรียมเพิ่มเติม
- เงินที่ต้องจัดหาเพื่อฟื้นกิจการ: อย่างน้อย 500 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการประเมินเบื้องต้น และอาจเปลี่ยนแปลงได้หลังน้ำลดจนสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างละเอียด โดยเฉพาะเครื่องเล่นที่มีระบบไฟฟ้า เครื่องกล และโครงสร้างซับซ้อน ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยก่อนเปิดให้ประชาชนใช้งาน

ความเสียหายพุ่งจากหลักร้อยล้าน หลังตรวจพบผลกระทบวงกว้าง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์ค ซิตี้ ประเมินความเสียหายจากสภาพที่มองเห็นในเบื้องต้นว่าอาจสูงถึง 100 ล้านบาท แต่ขณะนั้นน้ำยังท่วมเกือบเต็มพื้นที่และแช่ขังต่อเนื่อง ทำให้ยังไม่สามารถตรวจสอบเครื่องเล่นและระบบต่าง ๆ ได้ครบถ้วน
เมื่อพิจารณาค่าซ่อมแซม การลงทุนทดแทนอุปกรณ์ รายได้ที่หายไป และภาระดูแลพนักงานตลอดช่วงหยุดให้บริการ ตัวเลขเงินที่ต้องใช้จึงขยับขึ้นเป็นมากกว่า 500 ล้านบาท ขณะที่ผู้บริหารเคยระบุว่า รายได้ที่สูญเสียจากการปิดบริการนาน 6 เดือนอาจมีมูลค่าอีกนับร้อยล้านบาทเช่นกัน
ผลกระทบครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ทรัพย์สินที่ถูกน้ำท่วม แต่ยังลุกลามไปถึงกระแสเงินสดของกิจการ เพราะช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมเป็นหนึ่งในช่วงสำคัญที่มีนักเรียน ครอบครัว และนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการจำนวนมาก

น้ำท่วมเกือบ 100% หนักกว่าวิกฤตปี 2554
น้ำเริ่มเข้าท่วมสวนสยามตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน ต่อเนื่องถึงวันที่ 26 กันยายน 2569 ก่อนกระจายครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมด เครื่องเล่นและอุปกรณ์หลายจุดไม่ได้ถูกยกขึ้นเพื่อหนีน้ำ จึงต้องรอประเมินผลกระทบทั้งระบบหลังระดับน้ำลด
ผู้บริหารระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เปิดสวนสยาม และหนักกว่าน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ซึ่งครั้งนั้นน้ำเข้าท่วมบริเวณรอบนอกเป็นหลัก ต่างจากรอบนี้ที่น้ำกระทบทั้งสวนน้ำ สวนสนุก และพื้นที่ให้บริการแทบทั้งหมด
ความเสียหายของเครื่องเล่นไม่สามารถประเมินได้จากสภาพภายนอกเพียงอย่างเดียว เนื่องจากต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้า มอเตอร์ ระบบควบคุม โครงสร้าง และอุปกรณ์นิรภัยเป็นรายจุด หากพบว่าบางส่วนไม่สามารถซ่อมกลับมาใช้งานได้ อาจจำเป็นต้องลงทุนซื้อหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่

สวนสยามปิดอย่างน้อย 6 เดือน ตั้งเป้าฟื้นก่อนสงกรานต์ 2570
สยามอะเมซิ่งพาร์คประกาศปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 โดยวางกรอบการฟื้นฟูเบื้องต้นไว้ประมาณ 6 เดือน ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วยการระบายน้ำ ทำความสะอาด ตรวจสอบเครื่องเล่น ซ่อมระบบเครื่องจักร และปรับปรุงพื้นที่ให้กลับมาอยู่ในสภาพปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ผู้บริหารตั้งเป้าว่าจะพยายามฟื้นฟูให้ทันก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2570 อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศวันกลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เพราะต้องรอประเมินสภาพอุปกรณ์และความคืบหน้าของงานซ่อมทั้งหมดก่อน
การเปิดสวนอีกครั้งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเครื่องเล่นและพื้นที่บริการผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงเมื่อน้ำลดหรือซ่อมแซมภายนอกเสร็จแล้ว ผู้ที่วางแผนเดินทางจึงควรติดตามประกาศจากสยามอะเมซิ่งพาร์คโดยตรง
พนักงานและรายได้ที่หายไป อีกต้นทุนใหญ่ระหว่างปิดสวน
สวนสยามไม่ได้มีเพียงภาระซ่อมแซมทรัพย์สิน แต่ยังต้องดูแลพนักงานทั้งรายวันและรายเดือนในช่วงที่กิจการไม่มีรายได้จากการจำหน่ายบัตรและการให้บริการ ดร.ไชยวัฒน์แสดงความเป็นห่วงพนักงานและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการเป็นเวลานาน
เมื่อรวมค่าแรงเกือบ 100 ล้านบาทกับรายได้ที่สูญเสียในช่วงปิดเทอมและปลายปี ภาระทางการเงินที่แท้จริงอาจสูงกว่าวงเงินซ่อมฟื้นฟู 500 ล้านบาท ผู้บริหารจึงคาดหวังความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมจากรัฐบาล กรุงเทพมหานคร และสถาบันการเงิน
แนวทางที่บริษัทต้องการอาจครอบคลุมสินเชื่อสำหรับฟื้นฟูกิจการ การขยายเวลาชำระหนี้ และเงินทุนสำหรับซ่อมแซมหรือลงทุนซื้ออุปกรณ์ทดแทน เพื่อให้สามารถประคองพนักงานและกลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง

บทสรุป สวนสยามต้องใช้เงินเท่าไหร่จึงจะกลับมาเปิดได้?
คำตอบในเวลานี้คืออย่างน้อย 500 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าซ่อมและบำรุงรักษาประมาณ 300 ล้านบาท ค่าดูแลพนักงานเกือบ 100 ล้านบาท รวมถึงค่าปรับปรุงพื้นที่และค่าใช้จ่ายอื่นที่ยังต้องประเมินเพิ่มเติม
วงเงินดังกล่าวยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เพราะความเสียหายบางส่วนจะเห็นได้ชัดเมื่อระดับน้ำลดและสามารถตรวจสอบเครื่องเล่นอย่างละเอียด อีกทั้งยังไม่รวมผลกระทบจากรายได้ที่หายไปตลอดระยะเวลาปิดบริการอย่างน้อย 6 เดือน
สำหรับสยามอะเมซิ่งพาร์ค วิกฤตครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการซ่อมสวนสนุกหลังน้ำลด แต่เป็นการหาเงินก้อนใหญ่เพื่อฟื้นทั้งสถานที่ ดูแลพนักงาน และทำให้สวนที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 46 ปี สามารถกลับมาเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี