หนุ่มๆ ต้องอ่าน! หมอเตือน "ถอดออกก่อนหลั่ง" ประหยัดค่าถุงยาง แต่เสี่ยงเจอ 5 วิกฤต

หนุ่มๆ ต้องอ่าน! หมอเตือน "ถอดออกก่อนหลั่ง" ประหยัดค่าถุงยาง แต่เสี่ยงเจอ 5 วิกฤต

หนุ่มๆ ต้องอ่าน! หมอเตือน "ถอดออกก่อนหลั่ง" ประหยัดค่าถุงยาง แต่เสี่ยงเจอ 5 วิกฤต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประหยัดค่าถุงยาง แต่เสียระบบ! แพทย์เตือน "ถอดออกก่อนหลั่ง" เสี่ยง 5 โรควิกฤตทางเพศ ทำอวัยวะไม่แข็งตัว

คู่รักหลายคู่มักเลือกใช้วิธี "การหลั่งภายนอก" หรือการถอนออกก่อนหลั่งในช่วงเวลาสำคัญ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อถุงยางอนามัย หรือเพื่อเพิ่มสัมผัสที่แนบแน่นยิ่งขึ้น ทว่าวิธีนี้ไม่เพียงแต่มีอัตราการล้มเหลวในการเลี่ยงการตั้งครรภ์สูงถึง 22–27% และเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น

แต่นักอุทกวิทยาและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะยังออกมาเตือนว่า การทำเช่นนี้เป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทและการทำงานของร่างกาย จนทำให้อวัยวะเพศเสื่อมสมรรถภาพได้

กรณีศึกษาจริง! ยิ่งทำ ยิ่งเสื่อม สมองสั่งแต่ร่างกายไม่ตอบสนอง

นพ. เฉิน ยู่ซิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ จากไต้หวัน เปิดเผยว่า เคยพบคนไข้ชายรายหนึ่งที่ใช้วิธีถอนออกก่อนหลั่งมาเป็นเวลานานเพื่อความประหยัด จนกระทั่งร่างกายเกิดความจดจำจังหวะการ "ถอนออก" และสร้างความกดดันให้ระบบประสาท ส่งผลให้อวัยวะเพศเริ่มแข็งตัวได้ยากขึ้น และประสบปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศในที่สุด

iStockphoto

โดยปกติ การมีสัมพันธ์ทางเพศเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสมองและระบบประสาทที่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและเลือดไหลเวียนได้ดี การขัดจังหวะการหลั่งอย่างกะทันหันขณะที่ร่างกายกำลังแตะจุดสูงสุด จะส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ 5 ประการ ดังนี้:

  • เสี่ยงต่อภาวะหลั่งเร็ว: การที่ฝ่ายชายต้องคอยพะวงและเตรียมพร้อมที่จะถอนออกตลอดเวลา ทำให้สมองจดจำจังหวะการมีสัมพันธ์ที่เร่งรีบ ส่งผลให้เกณฑ์ความกระตุ้นลดต่ำลง และกลายเป็นการหลั่งเร็วโดยไม่ตั้งใจ
  • ความแข็งตัวและความอึดลดลง: การขัดจังหวะสัมผัสอย่างกะทันหันขณะที่ระบบประสาทกำลังทำงานเต็มที่ ร่วมกับการที่สมองต้องเหยียบเบรกฉุกเฉิน จะทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สม่ำเสมอ จนเกิดอาการอวัยวะเพศอ่อนตัวลงระหว่างมีสัมพันธ์
  • เกิดปัญหาการหลั่งยาก: การเชื่อมโยงการมีสัมพันธ์กับการถอนออกกะทันหัน ทำให้กล้ามเนื้อและระบบประสาทที่ควบคุมการหลั่งทำงานไม่สัมพันธ์กัน ส่งผลให้ตอบสนองต่อการกระตุ้นช้าลง หลั่งยาก หรือหมดความรู้สึกสนุกไปในที่สุด
  • นกเขาไม่ขันจากภาวะเครียด: ความกดดันที่ต้องคอยระวังไม่ให้ผิดพลาด ทำให้สมองสั่งการให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงาน และส่งผลให้หลอดเลือดหดตัว ทำให้เกิดอาการ "สมองต้องการ แต่ร่างกายไม่แข็งตัว"
  • คุณภาพชีวิตคู่ลดลง: การขัดจังหวะอย่างกะทันหันทำให้บรรยากาศและความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายต้องสะดุดลง ส่งผลให้ฝ่ายหญิงไม่ถึงฝั่งฝัน และกระทบต่อความสัมพันธ์ระยะยาว

iStockphoto

วิธีแก้ไขและสร้างการตอบสนองใหม่ให้ร่างกาย

นพ.เฉิน แนะนำว่า วิธีการป้องกันและแก้ไขที่ดีที่สุดคือการ "สวมถุงยางอนามัยตลอดการมีสัมพันธ์" ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วยังช่วยให้ร่างกายได้ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ โดยหลังจากหลั่งแล้วจึงค่อยถอนออก เพื่อให้ระบบประสาทปรับตัวเข้าสู่วงจรปกติ

สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาเรื่องการควบคุมการหลั่ง สามารถใช้วิธีฝึกฝนตนเอง เช่น เทคนิค Stop-Start, การกดบริเวณคอหยักของอวัยวะเพศ หรือการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงอุ้งธาน

อย่างไรก็ตาม หากทดลองปรับพฤติกรรมด้วยตนเองนานเกิน 1 เดือนแล้วยังพบปัญหาอวัยวะเพศอ่อนตัว หลั่งเร็วภายใน 1-2 นาที หรือมีอาการหน่วงบริเวณฝีเย็บ ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาทันที

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล