หมอเตือนผู้ชาย "ช่วยตัวเองผิดวิธี" เสี่ยงไม่แข็งตัว ไม่ถึงจุดสุดยอด กระทบชีวิตคู่

แพทย์เตือน ภาวะติดการช่วยตัวเองรุนแรง อาจทำลายชีวิตคู่
ข้อมูลจากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า ร้อยละ 35.9 ของผู้ชายมีการช่วยตัวเองอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ข้อมูลจากคลีฟแลนด์คลินิก (Cleveland Clinic) ระบุว่า การช่วยตัวเองมีส่วนช่วยลดความเครียด ทำให้นอนหลับดีขึ้น และบรรเทาอาการปวดได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม พญ.เรนา มาลิก (Dr. Rena Malik) ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะและนักการศึกษาด้านเพศศาสตร์ ได้ออกมาเตือนผ่านช่องยูทูบของเธอว่า การช่วยตัวเองด้วยพฤติกรรมที่รุนแรงเกินไป หรือที่เรียกว่าภาวะ "เดธกริป" (Death Grip) อาจส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์และชีวิตเซ็กซ์ในอนาคตได้
ภาวะ Death Grip คืออะไร
พญ.เรนา มาลิก อธิบายว่า ภาวะ Death Grip คือการใช้มือบีบรัดอวัยวะเพศอย่างหนักหน่วงและรุนแรงในระหว่างการช่วยตัวเอง พฤติกรรมดังกล่าวจะนำไปสู่อาการชาหรือสูญเสียความไวต่อความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศ ส่งผลให้การมีเซ็กซ์แบบปกติกับคู่นอน ไม่สามารถสร้างความสุขหรือกระตุ้นให้ถึงจุดสุดยอดได้อีกต่อไป เนื่องจากร่างกายเกิดความคุ้นชินกับแรงบีบที่มากกว่าปกติไปแล้ว
พฤติกรรมการช่วยตัวเองแบบเฉพาะตัว
การจับที่แน่นเกินไป ประกอบกับเทคนิคส่วนตัวและความถี่ที่มากเกินพอดี จะนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า "พฤติกรรมการช่วยตัวเองแบบเฉพาะตัว" (Idiosyncratic Masturbation) ไมเคิล เอ. เพเรลแมน (Michael A. Perelman) ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านจิตเวชศาสตร์ เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และระบบทางเดินปัสสาวะ จากวิทยาลัยแพทย์นิวยอร์ก ไวลล์ คอร์แนล (NY Weill Cornell Medicine) ระบุว่า พฤติกรรมนี้ยากที่คู่นอนจะเลียนแบบได้ ไม่ว่าจะใช้มือ ปาก หรืออวัยวะเพศ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหลั่งช้า (Delayed Ejaculation)
พญ.เรนา มาลิก เตือนเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมนี้อาจประสบปัญหาในการแข็งตัว หรือไม่สามารถรักษาการแข็งตัวขณะมีเซ็กซ์กับคู่นอนได้ ซึ่งจะสร้างความหงุดหงิดและบั่นทอนความสัมพันธ์อย่างมาก ความรู้สึกที่ไม่สามารถตอบสนองคู่นอนได้ทั้งที่ต้องการ จะทำให้เกิดความเครียดสะสม น่าเสียดายที่ผู้ประสบปัญหาจำนวนมากมักรู้สึกอับอายและไม่กล้าไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา

วิธีแก้ไขและฟื้นฟูความสัมพันธ์
สำหรับวิธีการแก้ไข พญ.เรนา มาลิก แนะนำว่า หากผู้ป่วยมีภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) ควรเข้ารับการรักษาก่อนเป็นอันดับแรก เพราะโรคเหล่านี้มักเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการช่วยตัวเองเพื่อระบายความเครียด นอกจากนี้ควรเข้ารับการตรวจร่างกายกับแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความผิดปกติทางระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น อาการชาบริเวณอวัยวะเพศ ก่อนที่จะเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
หลังจากตรวจร่างกายแล้ว ผู้ป่วยควรสำรวจตัวเองถึงสาเหตุที่แท้จริงของการช่วยตัวเอง หากเกิดจากความเบื่อหน่าย แนะนำให้หากิจกรรมอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น การไปออกกำลังกายที่ยิม เดินเล่น หรือพบปะเพื่อนฝูง จากนั้นแพทย์แนะนำให้หยุดพฤติกรรมการช่วยตัวเองอย่างเด็ดขาดเป็นระยะเวลาหนึ่ง
เมื่อพร้อมที่จะกลับมาช่วยตัวเองอีกครั้ง ควรเริ่มจากการสัมผัสด้วยน้ำหนักมือที่เบาและหลวมที่สุด พญ.เรนา มาลิก แนะนำว่าไม่ควรจดจ่ออยู่แค่บริเวณแกนหรือหัวของอวัยวะเพศเพียงอย่างเดียว แต่ควรสำรวจและสัมผัสอย่างมีสติ มุ่งความสนใจไปที่ความรู้สึกและการตอบสนองของร่างกาย เมื่อทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ร่างกายจะปรับตัวและสามารถกลับมามีความสุขกับการมีเซ็กซ์กับคู่นอนได้ตามปกติอีกครั้ง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



