นวัตกรรมใหม่ ถุงยางเปลี่ยนสี บอกความเสี่ยงคู่นอนได้

นวัตกรรมใหม่ ถุงยางเปลี่ยนสี บอกความเสี่ยงคู่นอนได้
gqthailand

สนับสนุนเนื้อหา

โดย ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์

     ทุกวันนี้หลายคนมักนิยมความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดกันมากขึ้น แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า คู่นอนแต่ละคนแต่ละครั้งของคุณนั้นมีความเสี่ยงหรือไม่! ความจริงประเด็นที่กำลังจะพูดถึงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แค่ไม่ได้ถูกพูดถึงในวงกว้าง กับเจ้านวัตกรรมถุงยางเปลี่ยนสี สิ่งนี้สามารถบอกเราได้ว่า คู่นอนของคุณปลอดภัย...หรือไม่!!!

     นี่คือความคิดของกลุ่มเด็กนักเรียนชาวอังกฤษซึ่งมีอายุเพียงแค่ 13-14 ปีเท่านั้น โดยพวกเขาได้อธิบายถึงตัวนวัตกรรมนี้ไว้ว่า เมื่อเราสวมถุงยางและมีเพศสัมพันธ์กับอีกฝ่าย เราจะสามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นโรคเมื่อถุงยางได้เปลี่ยนสีจากภายนอก ซึ่งภายนอกเคลือบด้วยสารแอนติเจน เมื่อถุงยางภายนอกสัมผัสกับสารคัดคลั่ง เลือด หรือปากแผลของอีกฝ่าย สีก็จะเปลี่ยนไปตามโรค เช่น จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่ออีกฝ่ายเป็นหนองใน เปลี่ยนเป็นสีเหลืองถ้าเป็นเริม หรือเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินถ้าเป็นซิฟิลิส

     ซึ่งไอเดียนี้ทำให้น้อง ๆ ได้รับรางวัลจากเวที TeenTech Awards โดยน้อง ๆ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดว่า “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องใหญ่ มันน่าจะเป็นเรื่องดีถ้าเราสามารถมีเซ็กส์ได้อย่างปลอดภัย”

     ทั้งนี้แนวความคิดนี้ก็ยังมีจุดบกพร่องที่ยังไม่ครอบคลุม โดยกรรมการได้ตั้งคำถามและให้แนวคิดเช่นว่า จะดีกว่าไหมถ้าตรวจพบได้ทั้งสองฝ่าย แล้วถ้าหากคนคนนั้นมีหลายโรคล่ะ...จะแสดงสีอะไรออกมา และถ้าหากเป็นคนตาบอดสีใช้ล่ะ เขาจะรู้ได้อย่างไร...

     นี่ไม่ใช่การจี้จุดอ่อนแต่อย่างไร เพราะถึงแม้จะยังเป็นไอเดียที่ไม่สมบูรณ์ ยังต้องได้รับการพัฒนามากกว่านี้ แต่เด็กกลุ่มนี้ก็มีจุดประสงค์ที่ดี ซึ่งน่าชื่นชม ซึ่งเมื่อไอเดียนี้ได้แพร่กระจายไป บริษัทผลิตถุงยางหลายเจ้าก็ได้ติดต่อเข้าหาเด็กกลุ่มนี้และร่วมกันผลักดันนวัตกรรมนี้ให้สมบูรณ์และครอบคลุม สามารถใช้งานได้จริงยิ่งขึ้นในเร็ว ๆ นี้

     นับวันต่างประเทศดูจะให้ความสำคัญและใส่ใจที่จะให้ความรู้เรื่องเซ็กส์กับเด็กและเยาวชนมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังจะเห็นได้จากไอเดียของเด็ก ๆ กลุ่มนี้ แต่กลับกันกับประเทศโลกที่สามอย่างประเทศไทยเราซึ่งน่าละเหี่ยใจเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ใหญ่ยังคงมัวแต่ปิดกั้นเรื่องเพศและพยายามที่จะถอดถอนคัดค้านสื่ออย่างซีรีย์ Sex Education บนเน็ตฟลิกซ์ออก เพราะกลัวว่าสิ่งนี้จะยุยงปลุกปั้นให้เด็กอยากมีเพศสัมพันธ์...

References: Washington Post, TIME

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่