LOMO เปิดตัวกล้อง TOY รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปีกล้องในตำนาน

LOMO เปิดตัวกล้อง TOY รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปีกล้องในตำนาน
Playboy

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อปี 1992 นักศึกษาในเวียนนากลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีแนวคิดอิสระได้พบกล้องสีดำขนาดเล็กที่เรียกว่า Lomo LC-A ใช้ฟิล์ม 35 มม. ผลิตจากรัสเซียซึ่งเป็นกล้องที่ใช้งานง่ายๆ เพียงยกกล้องขึ้นเล็งแล้วถ่าย โดยการควบคุมกล้องเพื่อถ่ายภาพผู้ใช้จะความไวแสงและรูรับแสงได้ขณะที่ความเร็วชัตเตอร์ของกล้องถูกจำกัดอยู่แค่ที่ 1/60 วินาทีเท่านั้น

ส่วนการโฟกัสจะมีให้เลือก 4 ระยะ 0.8 เมตร, 1.5 เมตร, 3 เมตร และอินฟินิตี้ โดยภาพที่ได้จาก Lomo LC-A ต้องเรียกว่าห่างไกลจากคำว่าภาพคุณภาพสูงในสายตาของนักถ่ายภาพ เพราะสีสันของภาพผิดเพี้ยนจากความจริง ภาพมีคอนทราสต์ที่สูง และของภาพมืดกว่ากลางภาพ แต่ผลที่ตามมาคือทำให้เกิดนักถ่ายภาพที่เรียกตัวเองว่า Lomographer ด้วยการใช้ Lomo LC-A ถ่ายภาพไปทั่วโลกพร้อมกับสไตล์ถ่ายภาพที่เรียกว่า Lomographic หรือภาพสไตล์ Lomo

อย่างไรก็ตามจากความนิยมของ Lomo LC-A จากทั้งนักสร้างสรรค์ ศิลปิน รวมทั้งนักถ่ายภาพในวงกว้างต่อมากล้องจาก Lomo ได้กลายเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ของเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบภาพสไตล์ Lomo และแม้จะไม่ได้รับความนิยมมากเท่าในอดีต แต่ก็ยังคงมี Lomographer สืบทอดมาเรื่อยๆ โดยในปี 2005 ทางผู้ผลิตกล้อง Lomo ได้มีการปรับปรุงกล้องรุ่น LC-A ใหม่ให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ภาพที่มากขึ้นด้วยรุ่น LC-A+ โดยที่ยังคงลักษณะสำคัญของ LC-A รุ่นเดิมคือใช้เลนส์ Minitar-I 32/2.8 ซึ่งให้ภาพที่มีสีเพี้ยน คอนทราสต์สูง และขอบภาพมืดเอาไว้เหมือนเดิม แต่ LC-A+ มีหลายสิ่งที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้ใช้งานได้ง่ายและสร้างสรรค์ภาพได้มากขึ้นกว่าเดิม อย่างการที่สามารถปรับความไวแสงได้กว้างขึ้นตั้งแต่ ISO 100-1600 สามารถถ่ายภาพซ้อนได้ง่ายๆ ด้วยสวิตช์ที่กล้อง และสามารถถ่ายภาพโดยใช้เวลานานได้สะดวกขึ้นด้วยการมีช่องต่อสายลั่นชัตเตอร์

lomo

และเพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีที่กล้อง Lomo LC-A ได้ถูกโดยนักศึกษาชาวเวียนนาและใช้สร้างสรรค์ภาพสไตล์ Lomo จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทาง Lomo จึงทำ Lomo 25th Anniversary Edition LC-A+ ออกมา โดยที่ยังคงคุณสมบัติในการทำงานเหมือนกับ LC-A+ รุ่นปกติทุกประการ รวมทั้งตัวกล้องยังคงเป็นพลาสติกในสไตล์กล้อง Toy แต่มีการใช้หนังสีน้ำตาลตกแต่งบนตัวกล้อง ซึ่งทำให้ LC-A+ รุ่นพิเศษนี้ดูคลาสสิคขึ้นกว่ารุ่นปกติที่มีตัวกล้องเป็นสีดำล้วน

นอกจากนี้บริเวณรอบเลนส์ของกล้องยังมีตัวอักษรข้อความ 25 Years of The Lomograhic Society International เพื่อบอกถึงที่มาของกล้องรุ่นพิเศษนี้อย่างชัดเจน หากใครที่เป็นแฟนกล้อง Lomo อยู่แล้วเชื่อว่าคงไม่พลาดกล้องที่ควรค่าแก่การสะสมพร้อมใช้สร้างสรรค์ภาพรุ่นนี้ แต่หากใครที่ยังไม่รู้จัก Lomographic แต่ชอบถ่ายภาพไม่ว่าจะด้วยสมาร์ทโฟนหรือกล้องดิจิตอลแล้วชอบใส่เอฟเฟกต์เพื่อแต่งภาพให้ดูแปลกตา กล้อง Toy รุ่นนี้จะนำไปสู่ต้นกำเนิดความนิยมของภาพที่มีเอฟเฟกต์แปลกตา เพียงแต่ว่าเมื่อซื้อกล้องแล้วจะต้องหาซื้อฟิล์มมาใช้ด้วย และเมื่อถ่ายภาพแล้วก็จะต้องไปหาร้านล้างฟิล์มไม่สามารถดูภาพได้ทันทีเหมือนกล้องดิจิตอล

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด