เปิดเอกสารลับ CIA อ้างพบ “หีบพันธสัญญา” ไขปริศนาโบราณวัตถุบรรจุบัญญัติ 10 ประการ

เอกสารลับ CIA อ้างพบ “หีบพันธสัญญา” ในตะวันออกกลาง? ไขปริศนาโบราณวัตถุที่เชื่อว่าบรรจุบัญญัติ 10 ประการ
เปิดปริศนา “หีบพันธสัญญา” Ark of the Covenant หลังเอกสาร CIA อ้างผลทดลอง Remote Viewing พบวัตถุลึกลับในตะวันออกกลาง ไขข้อเท็จจริงจากตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา หนึ่งในปริศนาที่ยังคงดึงดูดความสนใจของนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี และผู้ศรัทธาทั่วโลก คือที่อยู่ของ “หีบพันธสัญญา” (Ark of the Covenant) วัตถุศักดิ์สิทธิ์ตามคัมภีร์ไบเบิลที่เชื่อกันว่าเป็นหีบไม้เคลือบทอง ซึ่งใช้บรรจุแผ่นศิลาที่มี “บัญญัติ 10 ประการ” ซึ่งพระเจ้าประทานแก่โมเสส
ล่าสุดมีการพูดถึงเอกสารที่ถูกเปิดเผยจากหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA ซึ่งระบุถึงการทดลองในช่วงทศวรรษ 1980 ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถพิเศษที่เรียกว่า Remote Viewing หรือการรับรู้ข้อมูลจากสถานที่หรือวัตถุที่อยู่ห่างไกล โดยหนึ่งในการทดลองดังกล่าวมีการอ้างถึงเป้าหมายที่ถูกระบุว่าอาจเป็น “หีบพันธสัญญา”
หีบพันธสัญญาคืออะไร? วัตถุลึกลับจากยุคโบราณ
ตามเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล หีบพันธสัญญาถูกสร้างขึ้นโดยชาวอิสราเอลหลังจากการอพยพออกจากอียิปต์ ราวศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล โดยภายในบรรจุแผ่นศิลาที่จารึกบัญญัติ 10 ประการ ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญในศาสนายิวและคริสต์
ตำนานระบุว่า หีบดังกล่าวเคยถูกเก็บไว้ในห้องศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของวิหารโบราณในกรุงเยรูซาเล็ม หรือที่เรียกว่า “Holy of Holies” ซึ่งมีเพียงมหาปุโรหิตเท่านั้นที่สามารถเข้าใกล้ได้ในพิธีสำคัญทางศาสนา
อย่างไรก็ตาม หลังจากกรุงเยรูซาเล็มถูกจักรวรรดิบาบิโลนเข้ายึดครองในปี 586 ก่อนคริสตกาล หีบพันธสัญญาก็หายสาบสูญไปจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ และไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าปัจจุบันมันอยู่ที่ใด
เอกสาร CIA ปี 1988 อ้าง “Remote Viewer” พบตำแหน่งหีบพันธสัญญา
เอกสารของ CIA ที่ถูกเปิดเผยในปี 2000 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลับชื่อ Project Sun Streak ซึ่งเป็นโครงการศึกษาการใช้บุคคลที่อ้างว่ามีความสามารถด้าน “Remote Viewing” เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่หรือเหตุการณ์ที่อยู่ห่างไกล
ในช่วงสงครามเย็น หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ เคยศึกษาวิธีการดังกล่าว โดยหวังว่าจะสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือด้านการข่าว เช่น การค้นหาตัวประกัน การติดตามเป้าหมาย หรือรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
รายงานการทดลองเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1988 ระบุว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองหมายเลข 032 ได้รับเพียงพิกัดเป้าหมายโดยไม่ได้รับข้อมูลว่า สิ่งที่กำลังค้นหาคืออะไร จากนั้นจึงบันทึกภาพและข้อมูลที่รับรู้ได้ผ่านกระบวนการ Remote Viewing
ข้อความในรายงานระบุว่า เป้าหมายดังกล่าวมีลักษณะเป็น “ภาชนะ” ที่มีภาชนะอีกชั้นอยู่ภายใน ทำจากไม้ ทอง และเงิน พร้อมการตกแต่งคล้ายรูปสิ่งมีชีวิตมีปีก 6 ปีก ซึ่งถูกตีความภายหลังว่าอาจสอดคล้องกับลักษณะของหีบพันธสัญญาตามคำบรรยายในคัมภีร์
ภาพจากการทดลอง: สถานที่ใต้ดิน ผู้คนแต่งกายสีขาว และสัญลักษณ์ศาสนา
ผู้เข้าร่วมการทดลองรายงานว่า เป้าหมายอยู่ในพื้นที่บางแห่งของตะวันออกกลาง โดยเขาระบุว่าเห็นผู้คนที่พูดภาษาอาหรับ อาคารที่มีลักษณะคล้ายโดมมัสยิด และบุคคลที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว
นอกจากนี้ รายงานยังบันทึกถึงสถานที่ที่มีลักษณะ “มืด เปียก และอยู่ใต้ดิน” พร้อมอธิบายว่า วัตถุดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม ความทรงจำ ความศรัทธา และประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากการรับรู้ของผู้เข้าร่วมการทดลอง ไม่ใช่หลักฐานทางโบราณคดี และยังไม่มีการยืนยันว่าตำแหน่งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหีบพันธสัญญาจริง
หีบพันธสัญญาอยู่ที่เอธิโอเปียจริงหรือ?
หนึ่งในทฤษฎีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ หีบพันธสัญญาอาจถูกนำไปเก็บไว้ที่ประเทศเอธิโอเปีย ตามตำนานท้องถิ่นที่เล่าว่า เมเนลิกที่ 1 (Menelik I) พระโอรสของกษัตริย์โซโลมอนแห่งอิสราเอลและราชินีแห่งเชบา เป็นผู้นำหีบดังกล่าวกลับมายังเมืองอักซุม (Aksum)
ตามความเชื่อของชาวเอธิโอเปีย หีบพันธสัญญาถูกเก็บรักษาอยู่ที่โบสถ์ Church of Our Lady Mary of Zion ในเมืองอักซุม แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีนักวิชาการหรือองค์กรอิสระใดสามารถตรวจสอบและยืนยันได้ว่าเป็นหีบของจริง
นักวิชาการบางรายเคยอ้างว่าได้เห็นวัตถุดังกล่าวในโบสถ์แห่งนี้ แต่ภายหลังมีการเปิดเผยว่า สิ่งที่พบอาจเป็นเพียงแบบจำลองที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ไม่ใช่หีบพันธสัญญาดั้งเดิม
ความจริงหรือเพียงตำนาน? ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ
แม้เอกสาร CIA จะสร้างกระแสว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจเคยศึกษาหรือค้นหาหีบพันธสัญญาผ่านโครงการลับ แต่เอกสารดังกล่าวไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าหีบศักดิ์สิทธิ์ถูกค้นพบแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีส่วนใหญ่ยังคงมองว่า ตำแหน่งของหีบพันธสัญญายังคงเป็นปริศนา และเรื่องราวจาก Remote Viewing ควรถูกมองในฐานะบันทึกของการทดลองด้านข่าวกรอง มากกว่าจะเป็นหลักฐานการค้นพบทางโบราณคดี
จนถึงวันนี้ หีบพันธสัญญายังคงเป็นหนึ่งในวัตถุลึกลับที่สุดของโลก เป็นจุดบรรจบระหว่างศาสนา ประวัติศาสตร์ และตำนาน ที่ยังคงรอคำตอบจากหลักฐานที่ชัดเจนในอนาคต
หมายเหตุ: ข้อมูลเกี่ยวกับการค้นพบหีบพันธสัญญาจากเอกสาร CIA ยังไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์หรือโบราณคดี เป็นเพียงการตีความจากเอกสารการทดลอง Remote Viewing เท่านั้น
- เปิดหนังสือลับวาติกัน ทำนายถึง "วันสิ้นโลก" ระบุชัดจะเกิดใน ค.ศ.เท่าไหร่ อีกแค่ไม่กี่ปี!
- สะพรึง! เด็กหนุ่มตายไป 6 นาที เผยสิ่งที่เจอในอีกมิติ ช็อก โลกมนุษย์เป็นแค่ที่ "ฝึกทาส"

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







.png?ip/crop/w350h197/q80/png)