ของมีเจ้าของ อย่าเก็บมา! ความเชื่อโบราณ อาจเจอเหตุไม่คาดคิด

ของมีเจ้าของ อย่าเก็บมา! ความเชื่อโบราณ อาจเจอเหตุไม่คาดคิด

ของมีเจ้าของ อย่าเก็บมา! ความเชื่อโบราณ อาจเจอเหตุไม่คาดคิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โบราณว่าไว้! "ของมีเจ้าของ" อย่าเก็บมา อาจเกิดเหตุเกินคาด

คำโบราณเคยสอนต่อกันมาว่า “เข้าป่า เข้าถ้ำ โบราณสถาน หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่าเที่ยวไปหยิบ หรือเอาอะไรติดมือกลับบ้านนะ เดี๋ยวมีอะไรตามกลับมาด้วย” นั้นไม่ใช่คำขู่หรือ กุศโลบาย แต่อย่างใด แต่เพราะของบางอย่างที่ดูเหมือนไม่มีเจ้าของ อาจมีผู้ดูแลในแบบที่ตามองไม่เห็น เรื่องเล่านี้ถูกส่งต่อกันมาในหลายท้องถิ่น แม้รายละเอียดจะแตกต่างกัน แต่ล้วนจบด้วยคำเตือนคล้ายกันว่า

“ของที่อยู่ตรงไหน ควรปล่อยให้อยู่ตรงนั้น”

ก้อนหินในถ้ำที่ไม่ควรนำกลับ

มีความเชื่อว่าถ้ำไม่ใช่เพียงโพรงหิน แต่เป็นอาณาเขตของเจ้าที่ เจ้าป่า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ดูแลภูเขา หินงอก หินย้อย และก้อนหินที่มีรูปร่างแปลกจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่

โบราณมักกล่าวถึงผู้เดินทางที่เห็นก้อนหินสวยสะดุดตา จึงเก็บใส่กระเป๋ากลับบ้าน หลังจากนั้นกลับรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุข นอนหลับไม่สนิท หรือพบอุปสรรคต่อเนื่อง จนผู้ใหญ่ทักว่าอาจนำของที่มีเจ้าของติดตัวกลับมา

เมื่อนำก้อนหินกลับไปวางไว้ที่เดิม พร้อมกล่าวขอขมาตามความเชื่อ เรื่องวุ่นวายจึงค่อย ๆ สงบลง ตั้งแต่นั้นมาจึงมีคำเตือนว่า อย่าเคาะ หัก หรือหยิบสิ่งใดออกจากถ้ำ แม้จะเป็นเพียงเศษหินเล็ก ๆ ก็ตาม

ของจากโบราณสถานอาจไม่ใช่ของไร้ค่า

ตามโบราณสถาน วัดร้าง หรือเมืองเก่า บางคนอาจพบเศษอิฐ กระเบื้อง ลูกปัด หรือชิ้นส่วนวัตถุโบราณแล้วคิดว่าเป็นเพียงของที่หล่นอยู่ ไม่มีใครใช้แล้วจึงนำกลับไปเป็นที่ระลึก

แต่คนโบราณเชื่อว่า ของซึ่งอยู่ในสถานที่มานานอาจผูกพันกับเจ้าของเดิมหรือผู้พิทักษ์พื้นที่ การเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงเท่ากับนำสิ่งที่ไม่ใช่ของตนออกมา

อีกด้านหนึ่ง วัตถุเหล่านั้นอาจเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ แม้ดูเหมือนเศษของธรรมดา จึงไม่ควรหยิบ เคลื่อนย้าย หรือนำกลับบ้าน หากพบสิ่งผิดสังเกต ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่

ของจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ทุกอย่างจะนำกลับได้

ดอกไม้ เหรียญ ผ้า เครื่องราง รูปเคารพ หรือวัตถุที่วางอยู่บริเวณศาลและสถานที่ประกอบพิธี อาจถูกนำมาถวาย แก้บน หรือฝากไว้ตามความเชื่อ จึงไม่ควรคิดว่าเป็นของที่ถูกทิ้งแล้วหยิบกลับไปใช้

บางท้องถิ่นเชื่อว่า เมื่อเจ้าของนำของมาวางเพื่อปลดสิ่งไม่ดี สิ่งนั้นควรจบอยู่ ณ สถานที่ดังกล่าว หากมีผู้อื่นหยิบกลับไปก็เท่ากับรับเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในชีวิต

ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ การไม่แตะต้องเครื่องบูชาของผู้อื่นคือการให้เกียรติต่อสถานที่และความศรัทธาของผู้คน

ของที่ลอยมาตามน้ำ อาจมีเรื่องราวซ่อนอยู่

คนสมัยก่อนมักห้ามเก็บหีบ กล่อง ตุ๊กตา เครื่องประดับ หรือห่อผ้าที่ลอยมาตามแม่น้ำ เพราะไม่รู้ว่าถูกปล่อยมาเพื่ออะไร อาจเป็นของที่สูญหาย ของจากพิธี หรือของที่เจ้าของตั้งใจปล่อยให้พ้นจากตนเอง

จึงเกิดคำสอนว่า ของที่น้ำพามาให้เห็น ไม่ได้หมายความว่าน้ำตั้งใจมอบให้เรา บางครั้งสิ่งที่ควรทำที่สุดคือปล่อยให้มันเดินทางต่อไป

วัตถุเก่าที่มีชื่อหรือรูปของเจ้าของ

รูปถ่าย สมุดบันทึก เครื่องประดับ พระเครื่อง และของใช้ที่มีชื่อสลักอยู่ ถือเป็นสิ่งที่มีความผูกพันกับเจ้าของเดิมอย่างชัดเจน คนโบราณจึงไม่นิยมนำของเหล่านี้เข้าบ้าน หากไม่รู้ประวัติหรือไม่ได้รับมอบมาอย่างถูกต้อง

เพราะสิ่งที่ติดมากับวัตถุอาจไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติเสมอไป แต่อาจเป็นความทรงจำ คำสัญญา หรือเรื่องราวซึ่งคนพบไม่ควรเข้าไปครอบครอง

หากเผลอหยิบกลับมาแล้วควรทำอย่างไร?

หากจำสถานที่ได้ ควรนำกลับไปคืนและวางไว้ใกล้จุดเดิมโดยไม่ทำลายพื้นที่ หากเป็นวัตถุจากวัด โบราณสถาน หรือแหล่งท่องเที่ยว ควรมอบให้เจ้าหน้าที่ ไม่ควรนำไปทิ้งในสถานที่อื่น

ตามความเชื่อ อาจกล่าวขอขมาด้วยถ้อยคำธรรมดาว่าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่และขอนำของกลับมาคืน ไม่จำเป็นต้องทำพิธีอันตรายหรือเสียเงินให้ผู้ใด

คำเตือนเรื่อง “ของมีเจ้าของ” จึงไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้คนหวาดกลัวเท่านั้น แต่สอนให้รู้จักเคารพสถานที่ เคารพธรรมชาติ และไม่ครอบครองทุกสิ่งเพียงเพราะบังเอิญพบเห็น

เพราะบางครั้ง ของที่ดูไร้เจ้าของที่สุด อาจมีเจ้าของเฝ้าดูอยู่ เพียงแต่เราไม่รู้ว่าเจ้าของนั้นเป็นใคร

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล