ได้กลิ่น "ธูป-ดอกไม้-เหม็นสาบ" ยามวิกาล แต่ละกลิ่นสื่อถึงใคร...อะไรวนเวียนอยู่ใกล้ตัว?

ได้กลิ่น "ธูป-ดอกไม้-เหม็นสาบ" ยามวิกาล แต่ละกลิ่นสื่อถึงใคร...อะไรวนเวียนอยู่ใกล้ตัว?

ได้กลิ่น "ธูป-ดอกไม้-เหม็นสาบ" ยามวิกาล แต่ละกลิ่นสื่อถึงใคร...อะไรวนเวียนอยู่ใกล้ตัว?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ได้กลิ่นธูป ตอนดึก ทั้งที่ไม่มีใครจุด กลิ่นดอกไม้ หรือกลิ่นเหม็น หมายถึงอะไร? เปิดความเชื่อโบราณ พร้อมคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

เคยหรือไม่ ขณะกำลังนั่งทำงาน พักอยู่ในห้องนอน หรือขับรถ จู่ๆ กลับได้กลิ่นธูป กลิ่นดอกไม้ หรือกลิ่นไหม้ลอยมา ทั้งที่มองไปรอบตัวแล้วไม่พบต้นตอ เหตุการณ์เช่นนี้มักถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องลี้ลับ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน

ในวัฒนธรรมไทยมีการตีความ “กลิ่นปริศนา” แตกต่างกันตามลักษณะของกลิ่น ตั้งแต่สัญญาณของบรรพบุรุษ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปจนถึงลางเตือนภัย อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อที่สืบต่อกันมา ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ากลิ่นสามารถใช้สื่อสารกับวิญญาณหรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้

ได้กลิ่นธูปตอนดึก ตามความเชื่อหมายถึงอะไร?

ตามความเชื่อดั้งเดิม การได้กลิ่นธูปโดยไม่มีใครจุดสามารถตีความได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับความแรง ระยะเวลา และความรู้สึกขณะได้กลิ่น

กลิ่นควันธูปหอมจางๆ

หากได้กลิ่นธูปอ่อนๆ ลอยมาเพียงชั่วครู่แล้วหายไป คนโบราณบางกลุ่มเชื่อว่าอาจเป็นบรรพบุรุษ ญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับ หรือเจ้าที่เจ้าทางแวะมาเยี่ยมเยียนและคอยคุ้มครองลูกหลาน

บางตำรายังมองว่าเป็นการเตือนให้ผู้ได้กลิ่นใช้ชีวิตอย่างมีสติ ระมัดระวังการตัดสินใจ และระลึกถึงผู้มีพระคุณ แต่ทั้งหมดเป็นการตีความตามความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น

กลิ่นธูปฉุนคล้ายธูปงานศพ

หากกลิ่นฉุนและลอยอยู่นาน ความเชื่อโบราณมักเชื่อมโยงกับวิญญาณเร่ร่อนหรือผู้ล่วงลับที่ต้องการส่วนบุญ ผู้ที่พบเหตุการณ์ลักษณะนี้จึงอาจเลือกสวดมนต์ แผ่เมตตา หรือทำบุญอุทิศส่วนกุศลเพื่อความสบายใจ

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบก่อนว่ากลิ่นไม่ได้มาจากบ้านใกล้เคียง ศาลพระภูมิ วัด ร้านอาหาร หรือการเผาวัสดุ เพราะกระแสลมสามารถพากลิ่นจากสถานที่ไกลกว่าที่คาดเข้ามาในบ้านได้

กลิ่นดอกไม้ไทยหอมเย็น

กลิ่นมะลิ ดอกแก้ว ดอกโมก หรือลีลาวดีที่ลอยมาในเวลากลางคืน ทั้งที่ไม่มีต้นไม้หรือดอกไม้ชนิดนั้นอยู่ใกล้ๆ มักถูกมองว่าเป็นลางมงคล ตามความเชื่อพื้นบ้าน

บางความเชื่อระบุว่า กลิ่นหอมเย็นอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาประจำตัว หรือนางไม้ที่มาปกปักรักษาและให้พร แต่ในความเป็นจริง กลิ่นอาจมาจากต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไป น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ หรือกระแสลมที่เปลี่ยนทิศทางในช่วงกลางคืน

กลิ่นน้ำอบ น้ำปรุง หรือแป้งแบบโบราณ

กลิ่นหอมในแบบไทยโบราณมักสร้างทั้งความคุ้นเคยและความรู้สึกขนลุกในเวลาเดียวกัน ตามความเชื่ออาจสื่อถึงเจ้าที่เจ้าทาง ผู้ล่วงลับที่มีความผูกพันกับครอบครัว หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลสถานที่นั้นมาเป็นเวลานาน

ผู้ที่เชื่อเรื่องนี้อาจเลือกกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านหรือทำบุญระลึกถึงญาติผู้ล่วงลับ แต่ควรสำรวจสิ่งของรอบตัวด้วย เพราะกลิ่นอาจติดอยู่กับเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องสำอาง หรือของใช้เก่าโดยไม่ทันสังเกต

กลิ่นเหม็นสาบ กลิ่นเน่า หรือกลิ่นคาว

ในทางความเชื่อ กลิ่นเหม็นรุนแรงที่ปรากฏขึ้นโดยหาต้นตอไม่พบ มักถูกตีความว่าเป็นลางเตือนหรือพลังงานที่ไม่ดี คนโบราณบางท้องถิ่นจึงเตือนว่าไม่ควรเอ่ยทัก และอาจตั้งจิตแผ่เมตตาเพื่อให้รู้สึกสงบ

ในทางปฏิบัติ กลิ่นลักษณะนี้ควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะอาจมาจากอาหารเน่า ท่อน้ำทิ้ง เชื้อรา สัตว์ที่ติดอยู่ในอาคาร ระบบไฟฟ้าร้อนผิดปกติ หรือสารเคมี หากกลิ่นรุนแรงจนแสบตา เวียนศีรษะ หรือหายใจไม่สะดวก ควรออกจากบริเวณนั้นและขอความช่วยเหลือทันที

มุมการแพทย์ “ได้กลิ่นทั้งที่ไม่มีต้นตอ” อาจเป็นภาวะ Phantosmia

ในทางการแพทย์ การรับรู้กลิ่นที่ไม่มีอยู่จริงเรียกว่า Phantosmia หรือภาวะได้กลิ่นหลอน ผู้ที่มีอาการอาจได้กลิ่นควัน กลิ่นไหม้ กลิ่นสารเคมี กลิ่นอาหารบูด หรือกลิ่นหอม โดยอาการอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือต่อเนื่อง และอาจรับรู้ผ่านรูจมูกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง

สถาบัน National Institute on Deafness and Other Communication Disorders ระบุว่า ความผิดปกติของการรับกลิ่นอาจเกี่ยวข้องกับหวัด ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ การติดเชื้อทางเดินหายใจ ริดสีดวงจมูก ปัญหาทางทันตกรรม ผลจากยาบางชนิด การสัมผัสสารเคมี หรือการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ

ในบางกรณีอาจพบหลังติดเชื้อโควิด-19 หรือเกี่ยวข้องกับไมเกรนและความผิดปกติของระบบประสาทได้ แต่ไม่ควรวินิจฉัยโรคจากอาการนี้เพียงอย่างเดียว เพราะสาเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละคนแตกต่างกัน

ได้กลิ่นปริศนา ควรทำอย่างไร?

  1. ตั้งสติและหาต้นตอก่อน ตรวจสอบครัว ถังขยะ ท่อน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และบริเวณรอบบ้าน
  2. ถามคนที่อยู่ใกล้กัน หากคนอื่นได้กลิ่นเหมือนกัน มีแนวโน้มว่าจะมีแหล่งกำเนิดกลิ่นจริงในสิ่งแวดล้อม
  3. ออกจากพื้นที่หากสงสัยอันตราย โดยเฉพาะกลิ่นแก๊ส กลิ่นไหม้ หรือกลิ่นสารเคมี ไม่ควรจุดไฟหรือเปิดสวิตช์ไฟฟ้า และควรติดต่อหน่วยฉุกเฉินหรือผู้เชี่ยวชาญ
  4. สังเกตและจดบันทึกอาการ เช่น กลิ่นที่รับรู้ ระยะเวลา ความถี่ และมีอาการปวดศีรษะ คัดจมูก หรือเวียนศีรษะร่วมด้วยหรือไม่
  5. พบแพทย์หากเกิดซ้ำ โดยเฉพาะเมื่ออาการเป็นต่อเนื่อง รบกวนชีวิตประจำวัน หรือเกิดหลังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ แพทย์หู คอ จมูกสามารถตรวจหาสาเหตุได้

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น จึงไม่สามารถใช้จมูกตรวจจับได้ หากภายในบ้านหรือรถมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและคนในบริเวณนั้นเกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนแรง หรือสับสน ควรออกไปยังที่อากาศถ่ายเทและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

การได้กลิ่นธูป ดอกไม้ น้ำอบ หรือกลิ่นสาบโดยไม่พบต้นตอ มีคำอธิบายหลากหลายในมุมความเชื่อ แต่ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ากลิ่นเหล่านี้เกิดจากวิญญาณหรือเป็นลางบอกเหตุ สิ่งแรกที่ควรทำจึงไม่ใช่การหวาดกลัว แต่คือการตั้งสติและตรวจสอบความปลอดภัยรอบตัว

หากตรวจสอบแล้วไม่พบแหล่งกำเนิด และอาการกลับมาเกิดซ้ำหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ ส่วนการสวดมนต์หรือแผ่เมตตาสามารถทำได้ตามความเชื่อเพื่อความสบายใจ แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจสุขภาพหรือการจัดการเหตุอันตรายในชีวิตจริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล