อาทิตย์อัสดง x เล่าเรื่องผี GHOST STORIES EP. 12 วันวานหลอกหลอน

อาทิตย์อัสดง x เล่าเรื่องผี GHOST STORIES EP. 12 วันวานหลอกหลอน
S! Horoscope

สนับสนุนเนื้อหา

พบกับ 4 เรื่องสยอง กับความมืดมนที่จะทำให้คุณกลัวคนมากกว่าผี “อาทิตย์อัสดง” ซีรีส์สยองขวัญเรื่องแรกจาก WeTV ทุกวันเสาร์ เวลา 20:00 น. ทาง #WeTVth เท่านั้น เรื่องเล่าสยองขวัญจากทางบ้าน
กดติดตามและกดรูปกระดิ่งเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

 

สวัสดีครับ เรื่องราวที่จะเล่าต่อจากนี้เป็นเรื่องราวของคุณนิด ที่ได้ส่งมาเข้ามาทางช่องทางแฟนเพจของเล่าเรื่องผี ได้นำมาเล่าให้กับผู้ฟังทุกท่านได้ฟังกันครับ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวของคุณนิดเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังกันด้วยนะครับ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อตอนที่แม่ของคุณนิดนั้นเสียชีวิตลง และคุณนิดมีความจำเป็นที่จะต้องกลับไปจัดการงานศพ ถึงแม้ว่าเธอกับแม่จะไม่ได้เจอกันมานานตั้งแต่ 7 ขวบแล้วก็ตาม เพราะเรื่องปัญหาต่าง ๆ ภายในครอบครัว ทำให้ลุงโอ ชวนให้คุณนิดย้ายไปที่อยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ เพราะอยากจะให้หลานสาวมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งคุณนิดเองก็อยากจะไป ถึงแม้ว่าจะสร้างความไม่พอใจ และถูกมอง ถูกว่าเป็นลูกอกตัญญูทิ้งพ่อแม่เหมือนที่แม่ของเธอว่าเธอก็ตาม ตั้งแต่นั้นมาคุณนิดก็ได้รู้จักการใช้ชีวิตมากขึ้น และได้พี่สาวซึ่งก็คือ พี่ฟาง ซึ่งเป็นลูกสาวของลุงโอ คอยเป็นเพื่อนคู่คิดและให้คำปรึกษาอยู่ตลอด ถึงแม้จะมีวัยที่ห่างกันพอสมควร แต่ทั้งสองคนก็สนิทกันดี //...พรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้า นิด น่าจะรีบไปนอนนะ ทำไมยังนั่งอยู่คนเดียวดึก ๆ ...// พี่ฟางเดินเข้ามาหาคุณนิดในครัว เธอหันไปมองพี่ฟางแล้วก็รู้สึกใจหาย ไม่รู้จะบอกยังไงดี เป็นความอึดอัดที่คุณนิดอธิบายกับพี่ฟางไม่ได้ และไม่เคยเล่าให้พี่ฟางฟังเลย มีแต่ลุงโอที่รู้เท่านั้น แต่เพราะลุงโอไม่อยู่แล้วก็เลยไม่มีใครที่เป็นเสียงยืนยันถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับคุณนิด ให้คนอื่น ๆ เชื่อได้ //...นิดไม่อยากกลับไปที่บ้านเลยพี่ฟาง นิดรู้สึกไม่สบายใจ...// ถึงแม่พี่ฟางจะมีท่าทางอาการงง ๆ กับที่คุณนิดบอก แต่ก็พยายามปลอบใจว่า มีความจำเป็นต้องกลับไป เพราะคนที่เสียคือ แม่ของคุณนิด และถึงจะมีปัญหาหรือไม่ถูกกันอย่างไร ในตอนที่จากไปแล้ว ก็ควรจะไปส่งเป็นครั้งสุดท้าย เพื่ออโหสิกรรมให้แก่กัน //...ไม่ต้องกังวลหรอก เราก็ไปด้วยกันนะ อย่าคิดมากเลย...// คำปลอบของพี่ฟางมีผลกับคุณนิดเป็นอย่างมาก เพราะพี่ฟางเป็นเหมือนญาติคนเดียวที่คุณนิดไว้ใจและนับถือมากที่สุด

ในเช้าวันต่อมาคุณนิดและพี่ฟางก็เดินทางกลับไปที่บ้านของคุณนิดที่ต่างจังหวัด และอยู่ในเขตนอกเมืองที่เกือบ ๆ จะติดชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน พี่ฟางเป็นเด็กที่โตในเมือง เวลาที่ได้เห็นธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบชาวบ้านพื้นถิ่นก็เลยมีความรู้สึกสนใจพิเศษ คอยถามนั่นนี่คุณนิดอยู่ตลอด //...ถ้าบั้นปลายชีวิตเราได้มาอยู่ในที่แบบนี้ก็คงจะดีนะ...//  พี่ฟางพูดขึ้นระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังช่วยกันขนกระเป๋าลงจากรถ เข้าไปในบ้านไม้ชั้นเดียว หลังเล็ก ๆ ที่มีสวนหน้าบ้านและมีพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ไม่มากนัก แต่ก็กว้างมากพอให้ทำสวนผักเล็ก ๆ ได้ ซึ่งตอนนี้ตั้งแต่ที่แม่คุณนิดเสียไป ผักในสวนนั้นก็แห้งเหี่ยวไม่ได้รับการดูแล บ้านหลังนี้ภายนอกนั้นน่าอยู่เป็นอย่างมาก และเป็นมรดกที่ตกทอดรุ่นต่อรุ่นมานานแล้ว กับครอบครัวของคุณนิด และคนที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้มักจะเป็นลูกหลานที่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ลุงโอที่เป็นพี่ชายของคุณแม่ของคุณนิดจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ได้รับมรดกเป็นที่ดินและจำนวนเงินแทน พี่ฟางรู้สึกจะชอบใจและบรรยากาศของบ้านหลังนี้มาก ๆ ถึงขั้นเอ่ยปากว่าถ้าคุณนิดอยากจะขายเธอก็อยากจะเป็นคนซื้อไว้เอง แต่คุณนิดก็ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่รู้สึกโหวง ๆ ในใจแปลก ๆ ที่อาการและกิริยาของพี่ฟางดูเปลี่ยนไปไม่เหมือนกับพี่ฟางคนเดิม ในช่วงเวลาวัยเด็ก คุณนิดมีความทรงจำที่ไม่ดีกับบ้านหลังนี้หลายอย่าง รวมถึงความทรงจำเกี่ยวกับแม่ที่ทำให้เธอมักถูกเด็ก ๆ บ้านใกล้ ติดกัน ล้อบ่อย ๆ ว่า เป็นลูกนางเอมคนบ้า ถึงแม้คุณนิดจะพยายามไม่คิดอะไร แต่ก็อดที่จะคิดตามสิ่งที่คนอื่น ๆ พูดไม่ได้ ว่าแม่ของเธอนั้นเป็นคนบ้าจริง ๆ เพราะที่บ้านหลังนี้จะมีห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นห้องที่แม่ของคุณนิดมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในนั้น หลังจากที่ออกไปทำงานกลับมา หรือ จะเรียกว่านอนอยู่ในห้องนั้นเลยก็ว่าได้ คุณนิดไม่เคยได้เข้าไปในห้องนั้น เพราะแม่ของเธอไม่ให้เข้าไป //...มึงไม่ต้องอยากรู้ อยากเห็น เดี๋ยวโตมึงก็ได้รู้เอง...// เป็นคำพูดที่แม่ของคุณนิดพูดบ่อย ๆ เวลาที่เห็นว่าคุณนิดแอบมองดูอยู่บ่อย ๆ แต่มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่ไม่นาน เพราะคุณนิดตัดสินใจย้ายไปอยู่กับลุงโอ ในตอนที่ลุงโอกลับมาเยี่ยมและเห็นสภาพความเป็นอยู่ของคุณนิด //...ทิ้งกูได้ ทิ้งไป แต่มึงทิ้งบ้านหลังนี้ไม่ได้ ยังไงมึงก็ต้องกลับมา!!...// ประโยคสุดท้ายที่คุณนิดยังจำได้ดี ก่อนที่เธอจะขึ้นรถเข้ากรุงเทพไปกับลุงโอ และไปใช้ชีวิตแบบเด็กในเมืองเหมือนกับคนอื่น ๆ คืนแรกที่บ้านหลังเก่า คุณนิดรู้สึกนอนไม่ค่อยหลับสักเท่าไร ต่างกับพี่ฟางที่หลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลียจากการขับรถมาตลอดทั้งวัน คุณนิดเลยตัดสินใจที่จะลุกออกจากห้องเพื่อไปหาน้ำดื่ม และคิดจะไปเปิดทีวีดูให้ง่วงแล้วค่อยกลับเข้าไปนอนในห้อง คุณนิดเปิดประตูออกมาจากห้องและเดินตรงไปที่ห้องครัวทันที เธอเปิดตู้เย็นเอาน้ำออกมาดื่ม (เสียงเหมือนสวดมนต์) ระหว่างที่คิดอะไรไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ คุณนิดก็ได้ยินเสียงเหมือนใครกำลังบ่นพึมพำอยู่ และมันดังชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเธอให้ความสนใจ คุณนิดตัดสินใจเดินออกมาจากครัว ก็มั่นใจว่าเสียงนั้นมันดังออกมาจากห้องที่ถูกล็อคเอาไว้ด้วยแม่กุญแจ ห้องที่เป็นห้องความลับของแม่เธอ คุณนิดเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า กุญแจไขเข้าไปที่ห้องนั้นอยู่ไหน เสียงบ่นพึมพำนั้นดังชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ และคุณนิดก็สังเกตเห็นว่ามันไฟในห้องเปิดอยู่ และเหมือนมีเงาของใครบางคนเดินวนเวียนไปมาอยู่ในนั้น เหมือนกับตอนเด็ก ๆ ที่เธอเคยเห็นไม่มีผิด คุณนิดรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ว่า ไฟในห้องติดได้ยังไง จะเป็นแม่เธอที่ลืมเปิดทิ้งไว้หรือเปล่า แต่ที่น่าสงสัยมากที่สุด ก็คงเป็นเงาที่เคลื่อนที่ไปมา เหมือนกับกระวนกระวาย (เสียงกระซิบ แหบ ๆ แห้ง ๆ) //...เข้ามาสิ ถ้ามึงอยากรู้...// คุณนิดสะดุ้งตัวโหยงรีบเอามือป้องหูของตัวเอง มองซ้ายมองขวาในความมืด ก่อนจะรีบขยับตัวไปเปิดไฟตรงทางเดินบ้าน ที่ตรงนั้นไม่มีใครนอกจากตัวของคุณนิดเอง คุณนิดเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและขนลุกไปทั้งตัว รีบเดินออกจากหน้าห้องนั้นกลับไปที่ห้องนอน แต่ก็ต้องผ่านส่วนที่เป็นห้องรับแขกซะก่อน หางตาของคุณนิดในตอนที่เดินผ่านนั้น เห็นชัดเจนว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้าทีวี คุณนิดหยุดและหันไปมอง เธอคิดว่าอาจจะเป็นพี่ฟาง //...พี่ฟาง ออกมาทำอะไรเหรอคะ ไม่นอนต่อแล้วเหรอ...// ใครบางคนที่นั่งหันหลังอยู่ยังคงนิ่งเงียบ คุณนิดเลยตัดสินใจที่จะเดินไปดูใกล้ ๆ แต่ก้าวไปเพียงไม่กี่ก้าว ใครบางคนนั้นก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองไปที่บนเพดาน คุณนิดมองตาม แต่ก็ไม่เห็นอะไรก่อนจะเลื่อนสายตาลงมา เห็นว่าใบหน้าที่เงยขึ้นนั้น เงยจนมันหักลงมาถึงท้ายทอย และจ้องมองมาที่เธอพร้อมกับแสยะยิ้มให้ ถึงแม้จะชัดเจนว่านั่นคือแม่ของเธอเอง แต่คุณนิดก็กรี๊ดออกมาลั่นบ้าน จนพี่ฟางตกใจตื่นและรีบออกมาหา คุณนิดกรี๊ด และโวยวายเสียงดัง พี่ฟางเองก็พยายามห้าม เธอรู้ตัวเองดีว่าเห็นอะไร และจำได้แม่น แต่ตอนนั้นก็สติหลุดมาก ๆ จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จนพี่ฟางต้องเข้ามากอดคุณนิดไว้แน่น เธอถึงได้ค่อย ๆ ใจเย็นลง เมื่อพี่ฟางถามว่าเธอเป็นอะไร เธอก็ไม่ยอมตอบ และอยากจะออกไปนอนที่อื่น พี่ฟางที่เห็นอาการของคุณนิดไม่ดี ก็เลยยอมตกลงที่จะออกจากบ้านหลังนั้นในตอนกลางดึกเลย คุณนิดกับพี่ฟางออกมาจากบ้าน ตัดสินใจขับรถเข้าเมืองเพื่อไปหาที่พัก ถึงแม้ว่ากว่าจะถึงเมืองก็เกือบเช้าแล้วก็ตาม //...นิด พี่ถามจริง ๆ นะ มันเกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอะไรที่บ้านนั้นเหรอ...// พี่ฟางถามคุณนิด ซึ่งคุณนิดเองก็ไม่อยากจะเล่า เพราะกลัวว่าพี่ฟางจะไม่เชื่อ แต่เมื่อมันมาถึงขนาดนี้แล้ว และพวกเธอทั้งสองคนกำลังเดินทางไปที่วัดที่ตั้งศพเอาไว้ คุณนิดก็เลยตัดสินใจที่จะเล่าทุกอย่างให้กับพี่ฟางฟัง ถึงแม้จะไม่มั่นใจว่าพี่ฟางจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม

ครอบครัวของคุณนิดนั้น ถึงแม้จะเป็นเครือเดียวตระกูลเดียวกันกับพี่ฟาง แต่ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวนั้นแตกต่างกัน ตั้งแต่เด็กจนโต คุณนิดมักจะเห็นแม่ของเธอเป็นคนที่หยาบคายและหมกหมุ่นกับสิ่งลี้ลับมาตลอด และพยายามจะปลุกฝังและสอนสิ่งต่าง ๆ พวกนี้ให้กับเธออยู่เรื่อย ๆ แต่พ่อของคุณนิดก็มักจะเข้ามาขัด และพยายามปกป้องให้คุณนิดไม่ต้องสนใจหรือใส่ใจในสิ่งที่แม่ของเธอบอก จนทะเลาะกันบ่อยครั้ง แล้ววันหนึ่งพ่อของคุณนิดก็หลับไปและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย โดยที่ไม่มีสาเหตุในตอนที่คุณนิดพึ่งอายุได้ 6 ขวบ คุณนิดยิ่งรู้สึกเหงา และเริ่มเก็บตัวมากขึ้น เมื่อไม่มีคุณพ่อ และต้องอยู่กับแม่ที่แม้ว่าในช่วงเวลากลางวันจะออกไปทำงานเป็นแม่บ้าน ทำความสะอาดบ้านของคนมีฐานะในตัวอำเภอแบบคนปกติทั่วไป แต่พอกลับมาที่บ้าน คนในหมู่บ้านก็มักจะชอบบอกว่าแม่ของคุณนิดนั้นเป็นหมอผี แม่มด หรือเป็นคนบ้า ที่เชื่อเรื่องพวกนี้ เพราะทำอาชีพแค่แม่บ้าน แต่ก็มีบ้านหลังสวย ๆ และบรรยากาศดี ๆ อยู่ โดยที่ไม่มีใครสนใจว่า มันจะเป็นบ้านที่ตกทอดกันมารุ่นต่อรุ่นก็ตาม หลังจากที่พ่อเสีย คุณนิดก็เห็นว่าแม่ยิ่งหมกหมุ่นมากขึ้น บางคืนก็อยู่ในห้องนั้นทั้งคืน ไม่ออกมาจนกว่าจะเช้า หรือแม้แต่เสาร์อาทิตย์ที่เป็นวันหยุด คุณนิดก็ต้องหาอะไรกินเอง จากเงินที่แม่วางทิ้งไว้ให้ เพราะแม่ของเธอมัวแต่อยู่ในห้องนั้น โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าแม่ของเธอทำอะไร จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งมาที่บ้านของเธอ และเข้าไปในห้องนั้นพร้อม ๆ กับแม่ของคุณนิด //...มองอะไร มึงไม่ต้องเสือก เดี๋ยวมึงก็ได้รู้!!...// แม่คุณนิดพูดกับคุณนิดในตอนที่เธอมองว่าแม่ของตัวเองกำลังทำอะไร ก่อนที่เวลาไล่เลี่ยกันไม่นาน ลุงโอที่รู้ข่าวว่าพ่อเสียและพึ่งมีเวลาว่างก็มาเยี่ยมที่บ้านพอดี (เสียงกรี๊ด) ในตอนที่ลุงโอเดินเข้ามาที่บ้าน เสียงกรี๊ดก็ดังลั่นขึ้นมาพอดี ลุงโอตกใจมากไม่ต่างจากคุณนิด พยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร แต่คุณนิดก็ตอบได้เพียงแต่ว่าไม่รู้ ลุงโอพยายามจะเข้าไปในห้องนั้น และเมื่อแม่ของคุณนิดเปิดประตูออกมา ก็เห็นว่าแม่ของคุณนิดเปลือยกายอยู่และผู้หญิงคนนั้นก็เปลือยกายเหมือนกัน คุณนิดจำภาพติดตานั้นได้ดี ว่าผู้หญิงคนนั้นแก้ผ้าจนไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้น และที่ส่วนล่างของเธอก็มีเลือดออก ลุงโอตกใจกับภาพที่เห็นมาก รีบพาคุณนิดออกมาที่หน้าบ้าน //...เอม มึงทำอะไรอีกแล้ว ทำไมต้องทำให้ลูกเห็น...// ... //...ไอ้โอ มึงเป็นแค่พี่ อย่าเสือกมาสั่งสอน กูรับช่วงต่อจากครอบครัวเรามา มึงไม่สนใจอยากจะยุ่งตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องมายุ่งเอาตอนนี้...// แม่ของคุณนิดที่นุ่งผ้ากระโจมอกออกมาทะเลาะเสียงดังกับลุงโอที่หน้าบ้าน จนบ้านข้าง ๆ เริ่มออกมาดู //...อุตส่าห์กลับมาเยี่ยม ไม่คิดเลยว่า หลานจะได้อยู่แบบนี้ ที่ภูมันได้ไป ก็เพราะมึงทำใช่ไหม!!!...// คุณนิดรู้สึกตกใจที่ได้ยินชื่อพ่อของตัวเองแบบนั้น ลุงโอและแม่ของคุณนิด เถียงกันอยู่สักพัก ผู้หญิงคนนั้นก็ใส่เสื้อผ้ารีบเดินออกจากบ้านไปโดยไม่บอกกล่าว ลุงโอตัดสินใจจะรับเลี้ยงคุณนิด โดยที่ไม่สนใจจะขอแม่ของคุณนิด คุณนิดเองก็คิดว่าถ้าตัวเองได้ไปอยู่กับลุงก็คงจะดี ก็เลยยอมที่จะเข้าไปเก็บเสื้อผ้าออกมาจากบ้านอย่างว่าง่าย //...อยากไปมึงก็ไป หนีไปเหอะ หนีไป ทิ้งกูได้ ทิ้งไป แต่มึงทิ้งบ้านหลังนี้ไม่ได้ ยังไงมึงก็ต้องกลับมา!!...// หลังจากเหตุการณที่เกิดขึ้น ก็ทำให้คุณนิดเชื่อมาตลอดว่าแม่ของตัวเองสติไม่ดี 

พี่ฟางได้ฟังเรื่องที่คุณนิดเล่าแล้วก็มีอาการตกใจและสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน และพยายามพูดปลอบและขอโทษที่ทำให้คุณนิดต้องเล่าเรื่องที่ไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไร ทั้งสองคนเดินทางมาถึงที่วัด และแน่นอนว่า คนที่มาร่วมงานศพนั้น ก็ไม่มีใครเลย นอกจากพวกเธอทั้งสองคน หลังจากเสร็จพิธีต่าง ๆ คุณนิดก็ไปนั่งที่หน้าโลงศพของแม่เธอ ความรู้สึกทุกข์ใจนั้น ทำให้คุณนิดคิดว่าแม่ของเธอน่าจะไปอย่างไม่สงบ แต่ถึงอย่างนั้นเธอเองก็ทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะพูดขออโหสิกรรมกับแม่ของเธอและขึ้นรถเดินทางกลับไปพักในเมือง //...กูไม่อโหสิให้...// ทันทีที่รถแล่นออกจากรั้วของวัด คุณนิดก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยที่เคยได้ยินเมื่อหลายสิบปีก่อน คุณนิดรีบหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าที่ข้างหลังบริเวณด้านหน้าทางออกของวัด มีร่างของใครบางคนยืนอยู่ ก่อนที่มันจะเริ่มเดินตามมาอย่างช้า ๆ แต่ก็รวดเร็ว เพราะไม่ว่าจะหันไปมองกี่ครั้ง ๆ คุณนิดก็ยังคงมองเห็นอยู่ //...นิด เป็นอะไรหรือเปล่า เห็นมองไปข้างหลังบ่อยจัง มีอะไร ลืมของไว้ที่วัดเหรอ...// ... //...พี่ฟาง นิดว่าเรากลับกรุงเทพกันคืนนี้เลยดีไหม...// ... //...ตั้งสามวันไม่ใช่เหรอ พรุ่งนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว...// ... //...กลับรถไปให้เขาเผาวันนี้เลยพี่ฟาง นิดว่ายังไงก็ไม่มีใครมาอยู่แล้ว...// พี่ฟางมีท่าทางอึ้งกับคำพูดของคุณนิดเป็นอย่างมาก แม้แต่ตัวคุณนิดเองก็ไม่คิดว่าเธอจะพูดอะไรอย่างนั้นออกไป พี่ฟางจอดรถและพยายามดึงสติคุณนิด เธอเองก็ยอมรับว่าตัวเองตื่นตระหนกมาก ๆ ในตอนนั้น ไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงรู้สึกกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก ๆ แต่สุดท้ายพี่ฟางและคุณนิดก็คุยกันดี ๆ ได้และสรุปว่าจะรอให้ครบจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ที่เป็นวันสุดท้าย เช้าวันต่อมา คุณนิดและพี่ฟางก็เช็คอินออกจากโรงแรมกันตั้งแต่สาย ๆ และเดินทางไปที่วัดเหมือนกับเมื่อวาน มาถึงที่วัดก็เป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว ซึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งที่คุณนิดจำได้ดีว่าเธอคือใคร มาร่วมงานเพียงคนเดียว คุณนิดตกใจอยู่เหมือนกัน เมื่อได้เห็นผู้หญิงคนนั้น แต่ท่าทางของเธอก็ดูจะเศร้ากว่าปกติที่เห็นคุณนิด หลังจากเสร็จพิธีและใช้เวลาเผานานกว่าปกติ คุณนิดก็เตรียมที่จะเดินทางกลับ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เดินเข้ามาพูดคุยกับคุณนิดก่อน //...ลูกสาว หมอเอมใช่ไหม...// คุณนิดหันไปมองผู้หญิงคนนั้น เธอไม่อยากคุยสักเท่าไร แต่ก็พยายามรักษามารยาท //...ถ้าหนูไม่อยู่ ก็เผามันทิ้ง ไม่งั้นมันจะตามให้หนูกลับมาอยู่จนได้...// คุณนิดได้ฟังที่ผู้หญิงคนนั้นพูดแล้วก็ยิ่งอยากรู้ว่า เธอหมายถึงอะไร ก่อนจะได้คุยกันต่อ เป็นการส่วนตัว และคุณนิดก็ได้คำตอบของเรื่องราวทั้งหมด

หลังจากนั้นหนึ่งวัน คุณนิดก็จ้างคนให้ไปรื้อบ้านของเธอออกมา โดยที่เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างให้เอาออกไปขายในราคาที่ถูกหรือบริจาคแทน //...แล้วพวกพระ หุ่น เอ่อ....คือ ของที่อยู่ในห้องที่มีแม่กุญแจอะครับ จะให้ทำยังไง...// ปลายสายที่พูดกับคุณนิด คือ คนที่คุณนิดจ้างให้ไปรื้อบ้าน ซึ่งเธอไม่คิดที่จะกลับไปดูหรืออยากจะเห็นอะไรอีกเลย //...รื้อออก เอาไปเผาให้หมด เหมือนกับตัวไม้ของบ้านเลยค่ะ...// คุณนิดบอกกับคนที่เธอจ้างไปแบบนั้น เธอไม่อยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับบ้านหลังนั้นอีกแล้ว และปล่อยให้ที่ดินของบ้านตรงนั้น กลายเป็นที่ส่วนกลางของคนในหมู่บ้านนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้ คุณนิดได้เล่าให้พวกเราฟังในช่วงท้ายว่า แม่ของเธอนั้นรับช่วงทำของหรือพวกไสยศาสตร์มาจากยาย และส่วนใหญ่ที่รับช่วงก็เป็นลูกสาว นอกจากงานงานแม่บ้านซึ่งจริง ๆ จะเรียกว่าทำบังหน้าก็คงได้ งานหลักก็คือกาารเล่นมนต์ดำไสยศาสตร์รับทำของให้กับคนอื่น ๆ และผู้หญิงที่คุณนิดได้เจอนั้น ก็เป็นผู้หญิงที่คอยหาของหรือแม้แต่ในตอนนั้นก็เป็นเลือดประจำเดือน...คุณนิดบอกว่ารายละเอียดบางส่วนเธอคงเล่ามากไปกว่านี้ไม่ได้ แต่บอกเพียงแค่ว่า หลังจากที่ให้คนไปรื้อบ้านและนำชิ้นส่วนไม้ของบ้านทั้งหลังทยอย ๆ เผาไปนั้น เธอก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น ถึงแม้ว่าบางคืนจะยังฝันเห็นแม่ของเธอ คอยมาตามทวงสิ่งที่เธอทำลงไปก็ตาม