อาทิตย์อัสดง x เล่าเรื่องผี GHOST STORIES EP. 3 คนร่างผี

อาทิตย์อัสดง x เล่าเรื่องผี GHOST STORIES EP. 3 คนร่างผี
S! Horoscope

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่องราวความเชื่อของไสยศาสตร์และมนต์ดำ บางครั้งก็เป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าเราจะเข้าใจและเชื่อมันได้ เหมือนกับเรื่องราวที่คุณน้ำได้นำมาเล่าให้กับทีมงานฟัง ซึ่งคุณน้ำบอกว่าเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอเองเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว และเป็นเรื่องที่เกิดกับคุณนิทราหรือน้านิทรา ซึ่งเป็นน้องสาวของคุณแม่คุณน้ำนั่นเองครับ

                ย้อนวันเวลากลับไปเมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อนในตอนที่คุณแม่ของคุณน้ำพึ่งจะแต่งงานกับคุณพ่อใหม่ ๆ มันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่คุณนิทราน้องสาวของคุณแม่คุณน้ำ นั่นเรียนจบพยาบาลพอดี ทำให้ที่บ้านมีเรื่องน่ายินดีถึงสองเรื่อง ทุกคนต่างก็มารวมตัวกันในช่วงเวลานั้น และเพราะคุณนิทราพึ่งจะเรียนจบใหม่ ๆ ก็เลยย้ายมาอยู่กับพี่สาวของตัวเองก่อน ระหว่างที่รอไปทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งในตัวจังหวัดเดียวกัน แต่อยู่ต่างอำเภอและค่อนข้างไกลจากบ้าน แต่ก็ยังดีที่โรงพยาบาลแห่งนั้น มีบ้านพักให้กับพยาบาลและหมอที่มาทำงานไกลจากบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะพักได้ เพราะมีห้องพักในจำนวนที่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหมอที่ย้ายมาจากในเมือง และตำแหน่งอาวุโสก็เท่านั้น พยาบาลจบใหม่อย่างคุณนิทราจึงจำเป็นที่จะต้องหมุนเวียนการใช้ห้องพักร่วมกับพยาบาลคนอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าห้องพักจะเป็นห้องรวมที่นอนได้ถึงสี่คนก็ตาม คุณนิทราเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน ก็มีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมกับคนอื่น ๆ และเมื่อได้กลับมาที่บ้านก็มักจะเล่าให้พี่สาวของตัวเองฟังบ่อย ๆ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น คุณแม่ของคุณน้ำที่เป็นพี่สาว ก็พยายามให้คำแนะนำน้องสาวเท่าที่จะให้ได้ ซึ่งมันก็ทำให้คุณนิทราปรับตัวและเข้ากับคนอื่น ๆ ได้ดีมากขึ้น เวลาผ่านไปเพียงแค่เดือนกว่า ๆ จากที่คุณนิทรามาบ่นเรื่องการเข้าสังคมและอยู่ร่วมกับคนอื่นให้ฟังทุกสัปดาห์ ก็กลายเป็นเล่าเรื่องที่คุยสนุก ๆ เกี่ยวกับงานและเรื่องการรักษาคนไข้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ ๆ ครึ่งปี คุณนิทราก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ และบ่อยครั้งที่จะมีอารมณ์ฉุนเฉียวเวลาที่กลับมาและต้องนอนอยู่ที่บ้าน บางครั้งคุณนิทราก็เริ่มมีอาการนอนละเมอหนัก ๆ เข้าก็ทำให้พี่สาวและพี่เขยเริ่มกลัวคุณนิทรา (เสียงเปิดประตูช้า ๆ) ในกลางดึกคืนหนึ่ง จู่ ๆ คุณนิทราก็ลุกเดินออกจากห้องนอนของตัวเอง และเดินไปที่บริเวณระเบียงบ้าง คุณจอมคุณพ่อของคุณน้ำที่ยังไม่นอนเพราะนั่งทำงานอยู่ ก็เดินตามไปคุณนิทราไป คุณนิทรายังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงระเบียงบ้านที่ชั้นสอง //...นิ..นิจะไปไหน นิ นิจะทำอะไร นิ!!!...// ในตอนที่คุณจอมกำลังเรียกชื่อคุณนิทราให้ตื่นจากการนอนละเมอ จู่ ๆ คุณนิทราก็กระโดดขึ้นไปยืนที่ระเบียงบ้าน และมองลอดหว่างขามามองคุณจอมก่อนจะทิ้งตัวตกลงจากขอบระเบียงไป คุณจอมตะโกนเสียงลั่นบ้าน เสียจนภรรยาของตัวเองตื่น เขาเองก็รีบวิ่งไปมองที่ด้านล่าง แต่กลับเห็นในสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเคยเห็นมาก่อน //...พี่จอม เป็นอะไร ดึกแล้ว ตะโกนเสียงดังลั่นบ้านเลย...// ... //...นุ้ย นิเค้า...// ในตอนนั้นคุณจอมถึงกับพูดไม่ออก และรีบวิ่งไปที่ห้องของคุณนิทราโดยที่ไม่ได้บอกอะไรกับคุณนุ้ย เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ทั้งสองคนก็เห็นว่าคุณนิทรายังนอนหลับอยู่บนเตียง คุณจอมรีบเดินเข้าไปดูให้ชัดว่าคุณนิทรายังนอนอยู่บนเตียง ซึ่งไม่นาน คุณนิทราก็ตื่นขึ้นและถามทั้งสองคนว่ามีอะไรหรือเปล่า คุณจอมรีบปฎิเสธและบอกให้คุณนิทรานอนต่อ คุณจอมเดินจับแขนคุณนุ้ยให้รีบออกมาจากห้อง และพาคุณนุ้ยเข้าไปที่ห้องพระที่อยู่ในบ้านทันที //...พี่เห็น เห็นจริง ๆ นะ...// ... //...เห็นอะไรพี่ พี่ยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฉันฟังเลยนะ...// ... //...นินอนละเมอแล้วเดินไปที่ระเบียง จู่ ๆ นิก็ตกลงไป แล้วพี่ก็รีบวิ่งไปดู แต่พี่เห็นนิไม่เป็นอะไรเลย คลานสี่ขากลับเข้ามาในบ้าน...// คุณนุ้ยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเอามือตีแขนสามีของตัวเองอย่างแรง เหมือนกับเป็นการดึงสติของคุณจอมไปด้วย //...อย่าเพ้อเจ้อนะพี่...// คุณนุ้ยต่อว่าสามีของตัวเองก่อนจะออกจากห้องพระกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองต่อ ส่วนคุณจอมในคืนนั้น ก็นั่งสวดมนต์อยู่ทั้งคืน เพราะรู้สึกไม่สบายใจและมีลางสังหรณ์ว่าจะมีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น เช้าวันต่อมาเป็นเช้าวันที่คุณนิทราต้องเดินทางกลับไปทำงานที่โรงพยาบาล และเมื่อคุณนิทรา คุณจอมและคุณนุ้ยได้เจอกันอีกครั้ง มันก็สร้างความประหลาดใจให้กับพี่สาวและพี่เขยอย่างพวกเขาเป็นอย่างมาก //...นิ ที่คอไปโดนอะไรมา ทำไมเป็นรอยทางยาวแบบนั้น...// คุณนุ้ยถามน้องสาวของตัวเองออกไป คุณนิทราไม่ได้ตอบอะไร เพียงเอามือจับคอ และขยับไหล่ หันคอไปมา //...ก็ไม่ได้เจ็บอะไรนะพี่นุ้ย...// ... //...แต่รอยมันแดงมากเลยนะนุ้ย...// คุณจอมพูดเสริม ทำให้คุณนิทราลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ และก็ได้เห็นว่าตัวเองมีรอยแดงที่คอจริง ๆ คุณนิทราบอกว่าอาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนเธอนอนผิดท่าไปหน่อย เลยทำให้คอเป็นรอย แต่รอยที่ว่านั่น มันรอยทางยาวรอบคอ ซึ่งสร้างความเป็นห่วงให้กับคุณจอมและคุณนุ้ยเป็นอย่างมาก ก่อนที่คุณนิทราจะเดินทางครับ คุณนุ้ยก็ถามย้ำให้แน่ใจว่าคุณนิทราอยากจะลางานอีกสักวันไหม แต่เธอก็ปฎิเสธและขึ้นรถเดินทางไปยังโรงพยาบาลด้วยท่าทางร่าเริงปกติ //...นุ้ยเป็นห่วงน้องจัง ช่วงกลางอาทิตย์ เราแวะไปดูหน่อยดีไหม...// คุณจอมเห็นด้วย และมีอาการเป็นห่วงคุณนิทราไม่ต่างกัน

                ช่วงกลางอาทิตย์นั้น คุณจอมและคุณนุ้ยก็เดินทางไปหาคุณนิทราด้วยความเป็นห่วง และเมื่อได้เจอกันดูคุณนิทราจะมีอาการที่หนักมากกว่าเดิม เพราะใบหน้าหมองคล้ำ และดูพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง //...พี่นุ้ย ถ้าน้องนิยังเป็นแบบนี้ สงสัยจะทำงานลำบากแล้วนะพี่ ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า...// รุ่นพี่พยาบาลคนหนึ่งเข้ามาคุยกับคุณนุ้ยในตอนที่คุณจอมและคุณนุ้ยกำลังรอให้คุณนิทราออกจากเวร เพื่อที่จะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน คุณนุ้ยปฎิเสธออกไป และบอกว่าที่บ้านปกติดีทุกอย่าง และบอกว่าเธอเองก็สงสัยเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันต่อ พี่ทราย รุ่นพี่พยาบาลอาวุโสก็เดินออกมาต่อว่า พยาบาลอีกคนที่กำลังมาคุยกับคุณนุ้ย //...อย่าไปสนใจเลยค่ะ น้องก็ทำงานเก่งดีนะคะ หน่วยก้านดี กำลังพอเหมาะค่ะ...// ... //...หมายถึงอะไรเหรอคะ...// ... //...ก็เรื่องงานนั่นแหละค่ะ งานพยาบาลเหมาะกับน้องดีค่ะ...//  พี่ทรายพูดจบก็ยิ้มให้กับคุณนุ้ยเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปทำงาน เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง คุณนิทราก็เดินออกมา พร้อมกับกระเป๋าพร้อมออกเวร ลักษณะท่าทางของคุณนิทรานั้นดูหมองคล้ำมากกว่าเดิม จนคุณนุ้ยที่เป็นพี่สาวก็เริ่มเครียดและเป็นกังวลมากกว่าเดิม //...นิ มีอะไรหรือเปล่า คุยกับพี่แล้วก็พี่จอมได้นะ...// คุณนุ้ยถามคุณนิทราออกไประหว่างที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง คุณนิทราไม่ได้ตอบอะไร นอกเสียจากกินอาหารบนโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อย และดูเหมือนว่า คุณนิทราจะกินมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกอย่างมาก เพราะคุณนิทรานั้นเป็นคนที่ห่วงสวย และไม่ค่อยกินเยอะ นั่นยิ่งทำให้คุณนุ้ยและคุณจอมมั่นใจว่าต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น ระหว่างที่กำลังขับรถกลับไปส่งคุณนิทราที่บ้านพักภายในโรงพยาบาล คุณนิทราก็มีอาการเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง และบางครั้งก็กลับมาดูพูดจาปกติ จนเมื่อถึงที่หน้าบ้านพัก คุณนุ้ยก็ได้หันไปถามน้องสาวของตัวเองอีกครั้งว่าเป็นอะไรหรือเปล่า คุณนิทรามองมาที่คุณนุ้ย แววตาของเธอเหมือนจะร้องไห้ ทำให้คุณนุ้ยยิ่งเป็นกังวล //...พี่นุ้ย ถ้านิไม่อยู่ พี่นุ้ยต้องดูแลแม่กับพ่อ ดูแลตัวเองดี ๆ นะ...// คุณนุ้ยรู้สึกใจสั่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคุณนิทราพูดแบบนั้น เพราะมันเหมือนเป็นลางอะไรบางอย่าง เธอเลยต่อว่าน้องสาวที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา ทั้งสามคนนั่งนิ่งอยู่ในรถสักพัก ก่อนที่จู่ ๆ คุณนิทราจะเริ่มพูดออกมาแบบไม่เป็นภาษา และตาเหลือก ทั้งคุณจอมและคุณนุ้ย ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรีบลงจากรถและพาคุณนิทราลงมาจากรถ แต่เมื่อลงมาได้เพียงไม่นาน จู่ ๆ คุณนิทราก็กลับมาเป็นปกติ สร้างความงุนงงให้กับทั้งสองคนเป็นอย่างมาก คุณนุ้ยและคุณจอมได้แต่ยืนมองคุณนิทราที่เดินตรงไปยังบ้านพัก ก่อนจะหันมายิ้มให้ และในตอนนั้นเองที่คุณนุ้ยและคุณจอมได้เห็นใบหน้าของใครบางคนซ้อนทับขึ้นที่ใบหน้าของคุณนิทราอย่างชัดเจน ทั้งสองคนตกใจมาก รีบเดินเข้าไปหาคุณนิทรา แต่จู่ ๆ คุณนิทราก็หยุดเดิน และหันมามองทั้งสองคนด้วยสีหน้าที่จริงจัง //...พวกมึงไม่มีสิทธิที่นี่ กลับไปได้แล้ว...// (เสียงเปลี่ยนไป) ทั้งสองคนหยุดชะงักทำได้แต่ยืนงง ๆ และกลับไปที่รถของตัวเอง

                คุณนุ้ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่ฟัง ซึ่งก็ทำให้เป็นกังวลและเดินทางมาที่บ้านของคุณนุ้ยในช่วงวันหยุดปลายสัปดาห์เพื่อที่จะรอเจอคุณนิทราที่ต้องกลับมาที่บ้าน เวลาล่วงเลยจนสุดสัปดาห์แล้ว แต่รอยแดงที่คอของคุณนิทราก็ไม่ได้จางลงเพียงแต่มันดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนังไปเสียแล้ว ในตอนที่กลับมาบ้านครั้งนี้มีรุ่นพี่พยาบาลกลับมาด้วย ซึ่งมาขออาศัยนอนด้วยเพราะที่บ้านของเธอเองไม่มีคนอยู่และกลัวที่จะต้องนอนคนเดียว ซึ่งก็คือ พี่เอิง พยาบาลคนก่อนหน้านี้ที่เคยคุยเรื่องคุณนิทราให้คุณนุ้ยฟัง ในกลางดึกคืนนั้นทุกคนรวมตัวกันและพูดถึงเรื่องของคุณนิทราเพื่อปรึกษาและหาทางออกว่าสิ่งเกิดขึ้นคืออะไร เลยได้รู้ว่าที่โรงพยาบาลแห่งนั้น มีพยาบาลคนหนึ่งที่มีข่าวลือไม่ดีนักเกี่ยวกับตัวเองในด้านของการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น และเรื่องน่ากลัว ๆ //...ตอนแรก ๆ นิมันก็ไม่ได้สนิทกับใคร แต่พอหลัง ๆ มันปรับตัวมันก็ดีขึ้นนะคะพี่ แล้ว...ไม่รู้ยังไงมันถึงไปรู้จัก ไปคุยกับพี่ทรายได้...// ... //...คนที่ชื่อทรายคือคนที่เป็นหัวหน้าพยาบาลใช่ไหม...// พี่เอิงตอบคุณนุ้ยออกมาว่า ใช่ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องข่าวลือน่ากลัว ๆ เกี่ยวกับพี่ทรายให้ คุณนุ้ย คุณจอมและพ่อแม่ของคุณนุ้ยฟัง ที่โรงพยาบาลนั้นเมื่อก่อนยังไม่ได้เจริญมากนัก ตึกต่าง ๆ ก็ยังเป็นแค่อาคารไม้เก่า ๆ จนเริ่มมีงบประมาณเข้ามา ก็ได้มีการปรับปรุงและขยับขยายพื้นที่ แต่เขาว่ากันว่า ตอนที่รื้อบ้านพักเก่าออกและเตรียมสร้างใหม่ ที่ใต้พื้นไม้ของบ้านหลังนั้น ตอนที่เอาพื้นไม้ออก ก็เจอพวกผ้ายันต์และเศษชิ้นส่วนของเนื้อคนที่เต็มไปด้วยอักขระหลายชิ้น หนักสุดก็คือเจอ ขวดโหลที่ใส่เลือดและพวกกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ฝั่งทิ้งไว้ ซึ่งเขาลือกันว่า ห้องที่เจอก็คือห้องพักเก่าของพี่ทราย ที่เป็นพยาบาลอาวุโสซึ่งอยู่ที่นี่มานาน และเพราะโรงพยาบาลไม่อยากให้เป็นข่าวหรือมีเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับโรงพยาบาลออกไป ก็เลยจำเป็นต้องปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้มีการสอบสวนอะไร แต่เขาว่ากันว่า ตอนที่คนงานสร้างที่ใหม่ ก็เจอดีกันไปหลายคน จนต้องเอาพระมาสวดอยู่หลายครั้งกว่าจะสร้างเสร็จได้ แต่ทุกครั้งที่มีการหมุนเวียนสลับกันไปพักห้อง ๆ นั้น ทุกคนก็จะนอนกันไม่ค่อยหลับ มีแค่พี่ทรายเท่านั้นที่อยู่ห้องนั้นได้ //...มันจะเกี่ยวอะไรกับที่นุ้ยเป็นหรือเปล่า...// ... //...คิดว่าเกี่ยวแน่ ๆ ค่ะ...// พี่เอิงพูดยืนยันออกมา ก่อนจะเริ่มเล่าต่อว่า เมื่อปีที่แล้ว พยายาลที่มาใหม่ก็มีอาการคล้าย ๆ กับคุณนิทราก่อนที่จะลาออกไป ไม่นานก็ได้ข่าวว่าเสียชีวิตด้วยสภาพที่ไม่ดีนัก (เสียงของหล่นบนพื้นไม้) ระหว่างที่พี่เอิงกำลังเล่า จู่ ๆ ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองทางจุดที่คิดว่าเป็นที่มาของเสียง ก่อนจะเห็นว่าคุณนิทรากำลังมองพวกเขาลอดซี่ราวบันไดอยู่ แต่มองในลักษณะที่หัวห้อยลงมา และผมก็ยาวสยายแตะลงที่พื้นบันได (เสียงหัวเราะเล็กแหลม) คุณนิทราแสยะยิ้มและหัวเราะออกมา ก่อนจะหลบหายไป ทุกคนตกใจเป็นอย่างมากและทำตัวไม่ถูก พ่อของคุณนุ้ย ก็รีบตะโกนบอกให้ลูกเขยของตัวเองขึ้นไปดูลูกสาวด้วยกัน และเมื่อขึ้นไปถึงก็ยังเห็นว่าคุณนิทรานอนอยู่ในห้อง

                (เสียงกรี๊ดของผู้หญิง) ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังอยู่ที่ชั้นสอง ข้างล่างที่คุณนุ้ย แม่ของคุณนุ้ยและพี่เอิงอยู่ ก็ส่งเสียงกรี๊ดขึ้นมา จนผู้ชายทั้งสองคนที่อยู่ในบ้านต้องรีบลงไป เมื่อลงมาถึงคุณแม่ของคุณนุ้ยก็เป็นลมไปเสียแล้ว //...นุ้ยเกิดอะไรขึ้น แม่เป็นอะไร...// ... //...เมื่อกี้ เห็นนิตกลงมาจากระเบียง...// คุณจอมที่ได้ยินอย่างนั้น ก็บอกออกไปว่าคุณนิทรานั้นนอนอยู่ภายในห้อง เขากับพ่อตาเห็นอย่างชัดเจน แต่คุณนุ้ยก็ยังยืนยันเหมือนเดิม ในวันต่อมาพี่เอิงขอตัวเดินทางกลับ ส่วนครอบครัวของคุณนุ้ยก็เริ่มเครียด และพยายามคิดหาทางออกด้วยการไปหาพระ ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร พระท่านบอกว่า มันเป็นกรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้คุณแม่ของคุณนุ้ยต้องหันไปพึ่งทางไสยศาสตร์อย่างที่แท้จริงบ้าง ในเย็นวันต่อมา คุณนิทรามีอาการปกติเป็นอย่างมาก และคุยกับทุกคนได้รู้เรื่องเหมือนเมื่อก่อน //...พี่รู้ไหมว่า นิไปเห็นอะไรมา...// คุณนิทราพูดขึ้นระหว่างที่กำลังช่วยคุณนุ้ยล้างจาน คุณนุ้ยหยุดนิ่งและหันไปมองคุณนิทราที่มีสีหน้าและแววตาเหมือนกับคนปกติทั่วไป ไม่ใช่แบบที่ตัวเองเคยเห็นเมื่อก่อน //...พี่ที่ทำงานคนนึง เค้าพยายามจะ....(เสียงเปลี่ยน) มึงอยากรู้เหรอว่ามันเห็นอะไร!!...// คุณนุ้ยตกใจเผลอทำจานตกลงแตก ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น เธอถอยห่างออกจากน้องสาว และรีบไปหาสามีของตัวเอง โดยที่เสียงของคุณนิทราเรียกไล่หลังตามมา คุณจอมเดินเข้ามาหาคุณนุ้ย เพราะได้ยินเสียงจานตกแตก คุณนุ้ยรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณจอมฟัง //...ไม่ต้องห่วงนะ แม่กำลังมาแล้ว...// คุณจอมบอกกับภรรยาของตัวเองที่มีอาการขวัญเสีย คุณนิทราเดินออกมาจากห้องครัว และถามคุณนุ้ยว่าเป็นอะไร เธอไม่ได้ตอบ และพยายามแสร้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสามคนเดินไปนั่งที่ห้องรับแขกด้วยกัน ระหว่างที่รอให้แม่และพ่อของคุณนุ้ยกลับมา ไม่นานนักคุณนุ้ยก็ขอตัวขึ้นไปบนห้องซึ่งเป็นเวลาประจำที่เธอมักจะขอตัวเข้าห้องนอน สวนทางกับที่พ่อและแม่กลับมาที่บ้านพอดี เหมือนกับว่าจงใจไม่อยากเจอ แม่และพ่อของคุณนุ้ย รีบเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกับพานที่มีของหลายอย่างบนนั้น //...นุ้ยอยู่ไหน...// ... //...บนห้องครับ...// พูดจบคุณจอมก็รีบเดินนำทุกคนขึ้นไปบนบ้าน (เสียงเคาะประตู) คุณจอมเคาะประตูห้องของคุณนิทรา แต่ไม่มีการตอบรับใด ๆ เลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป (เสียงเปิดประตู) ทุกคนเห็นว่าคุณนิทรากำลังนั่งหันหลังอยู่บนเตียงและหันหน้าไปทางหัวเตียง ท่ามกลางความมืดภายในห้อง //...นิ..นิลูกพ่อ นิ...นิ...// คุณพ่อพยายามเรียกคุณนิ แต่คุณนิก็ยังไม่หันกลับมา คุณแม่เดินถือพานเข้ามาพร้อมกับสวดอะไรบางอย่าง (เสียงค่อย ๆ ร้องไห้) คุณนิทราค่อย ๆ สะอื้นไห้ออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ และค่อย ๆ หันหน้ามามอง แต่ที่หันหน้ามานั้น หันมาแค่คอเท่านั้น  คุณแม่เอาของในซึ่งเป็นทรายอะไรบางอย่าง โปรยใส่คุณนิทรา แล้วคุณนิทราก็สงบลง กลิ่นเหม็นเน่าเริ่มคละคลุ้งไปทั่วอย่างรวดเร็ว คุณนุ้ยเปิดไฟภายในห้อง ก็เห็นชัดเจนว่าน้องสาวของตัวเองนั้นนอนคอหักผิดรูปเงยอยู่บนเตียงนอนในสภาพที่เน่าเละมาก คุณแม่ของคุณนุ้ยร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ คุณนุ้ยรีบเข้าไปปลอบ...แล้วเรื่องทุกอย่างก็จบลงเพียงแค่ตรงนั้น พิธีศพของคุณนิทราเป็นไปอย่างเรียบง่ายเหมือนกับงานศพทั่ว ๆ ไป แต่ต้องใช้เวลาเผาศพนานหลายชั่วโมงกว่าที่จะเผาไหม้ไปได้

                คุณน้ำได้เล่าให้กับทางทีมงานฟังว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอได้ฟังก็ต่อเมื่อโตแล้ว และเกิดคำถามว่าทำไมทุก ๆ วันนี้ของเดือน แม่ของเธอจะต้องนุ่งขาวห่มขาวและโกนผมมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะต้องการช่วยให้วิญญาณของน้านิทราของเธอไปสู่สุขคตินั่นเอง บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดนั้นได้อยู่ในบันทึกของคุณนิทราที่ต่อมาตอนที่ตัดสินย้ายบ้านและเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำสวน ครอบครัวของคุณน้ำก็ได้เจอบันทึกนั้น ซึ่งเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ พี่ทราย พยาบาลอาวุโสที่ในภายหลังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยว่า ในช่วงที่คุณนิทราเริ่มสนิทกับพี่ทรายเป็นช่วงที่เธอเริ่มเข้ากับคนอื่นได้ และเห็นว่าพี่ทรายไม่ค่อยคุยกับใคร เธอเกิดความสงสารจึงอยากผูกมิตรไว้ แต่เมื่อได้เห็นพี่ทรายทำอะไรบางอย่างกับคนไข้ที่มีที่ท่าว่าจะไม่รอด และต่อมาไม่นานคนไข้รายนั้นก็ได้ตายลงไปจริง ๆ ก็ทำให้เธอแน่ใจว่า ข่าวลือที่เกี่ยวกับพี่ทรายนั้นน่าจะเป็นความจริง คุณนิทราไม่ได้คิดที่จะยุ่งเรื่องนี้ แต่จู่ ๆ วันนั้นเธอก็ได้ของฝากจากพี่ทรายมาและเผลอกินเข้าไปโดยที่ไม่คิดอะไร มารู้ตัวอีกทีก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ เสียแล้ว บันทึกของคุณนิทราจบลงตรงที่แค่เขียนถึงว่าตัวเธอเองมีอาการแปลก ๆ และคิดว่าอาจจะโดนพี่ทรายทำคุณไสยใส่ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรต่ออีกเลย ทุกคนลงความเห็นกันว่า มันคงเป็นเพราะคุณนิทราได้เสียไปตั้งแต่วันที่กระโดดลงจากระเบียงไปวันนั้นแล้ว แต่ใช้ชีวิตอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้น่าจะเป็นวิญญาณตนอื่นที่มาสิงหรืออาจจะเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่านั้น //...มันน่าเหลือเชื่อมากเลยนะแม่ จะมีจริงได้ยังไง...// ... //...มีหรือไม่มี เราไม่ต้องไปหาคำตอบมันหรอกลูก คนที่เจอและเห็นเท่านั้น ที่จะรู้ว่ามีหรือไม่...// เป็นคำตอบที่คุณแม่ตอบคุณน้ำในตอนที่เธอฟังเรื่องนี้จบ และรู้สึกเหลือเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แต่มันก็คงจะจริงอย่างที่แม่ของเธอพูดครับ เรื่องบางเรื่องเราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าจริงหรือไม่ และบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องไปหาคำตอบ มีเพียงคนที่พบเจอเท่านั้นที่จะรู้ว่าเป็นอย่างไร แล้วคุณผู้ฟังทุกท่านล่ะครับ เคยคิดอยากจะประสบพบเจอด้วยตัวเองหรือเปล่า บางทีอาจจะได้คำตอบที่กำลังตามหาอยู่ก็ได้นะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ.