ความสำคัญของ "เทพพระพิรุณ" กับการบวงสรวงเพื่อขอบคุณ

ความสำคัญของ "เทพพระพิรุณ" กับการบวงสรวงเพื่อขอบคุณ

เป็นข่าวฮือฮาเลยทีเดียวสำหรับเรื่องราวของ “เทพพระพิรุณ ทรงนาค” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ถูกย้ายไปไว้ที่ห้องพิพิทธภัณฑ์ของกระทรวง ซึ่งตั้งอยู่ด้านล่างของห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เหล่าข้าราชการต่างวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นว่า ตั้งแต่ย้ายเทพพระพิรุณมาที่นี่ก็เกิดปัญหาภัยแล้งมาโดยตลอด และทุกครั้งที่มีการปรับครม.จะมีรมต.เกษตรฯ อยู่ในข่ายโดนปรับเปลี่ยนมาตลอด เนื่องจากจากห้องที่นั่งทำงาน รมว.เกษตรฯ ทับพระพิรุณ ทั้งเทพพระพิรุณเป็นเทพแห่งสายฝนควรจะตั้งอยู่ที่โล่งแจ้งเพื่อล่อฝน ไม่ใช่นำเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์แบบนี้ เสียงร่ำรือดังกล่าวประกอบกับปีนี้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เกษตรกรไม่มีน้ำเพียงพอในการปลูกพืชต่างขาดทุนไปตามๆ กัน ส่งผลให้เศรษฐกิจย่ำแย่ ชื่อของเทพพระพิรุณจึงถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้

เทพพระพิรุณคือใคร มีอิทธิพลอย่างไรกับมนุษย์ “อาจารย์นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์” ผู้คิดค้นศาสตร์พลังตัวเลข อธิบายว่า “เทพพระพิรุณคือเทพแห่งสายฝนและความอุดมสมบรูณ์ ถ้าไม่มีสายฝน ไม่มีน้ำ ก็จะไม่มีการเติบโตของพืชธัญญาหาร หรือชีวิต มนุษย์จำเป็นต้องใช้น้ำอาบกินให้พืชได้เติบโตให้ชีวิตได้ดำรงอยู่ เทพองค์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ธรรมชาติจะเป็นธรรมชาติแต่ก็มีเรื่องของเทพเทวดามาดูแลตรงนี้มาเกี่ยวข้อง บางคนอาจจะคิดว่าเป็นความเชื่อ แต่สำหรับผู้ที่สัมผัสเข้าถึงจิตวิญญาณก็จะรู้ดีว่า หน่วยต่างๆ ในธรรมชาตินั้นก็จะมีเทวดาดูแลควบคุม”

สำหรับการบวงสรวงเทพพระพิรุณนั้นคือการจัดเลี้ยงขอบคุณตอบแทนท่าน และถือโอกาสนี้ขออโหสิกรรมที่เคยล่วงเกิน เปรียบเสมือนเราเข้าไปหาผู้ใหญ่ไปรดน้ำดำหัว ไปขอบคุณ กล่าวขอโทษ และอวยพร แล้วท่านก็เมตตาจะให้พรศักดิ์สิทธิ์ โดบรูปแบบการบวงสร้างจะมีการน้อมนำบุญกุศลที่ได้ทำพร้อมกับการสวดมนต์บทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวรอุทิศถวายเทพเทวดารวมถึงจิตวิญญาณน้อยใหญ่ และเมื่อเทพพระพิรุณมีพลังจะทำให้สถานที่นั้นๆ ดีขึ้น นอกจากนั้นยังหมายรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงให้ด้านเกษตรไทยให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องการใช้น้ำ น้ำไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป สมดุลพอดี คลาดแคล้วจากเหตุเภทภัย ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตาทุกคนที่คิดดีทำดีในประเทศ

อาจารย์นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ร่วมกับหลักสูตร BrandKU จึงมีการจัดบวงสรวงเทพพระพิรุณขึ้นเนื่องจากตนเองมีโอกาสไปบรรยายคลาสการตลาดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสังเกตุเห็นว่าในตราสัญญลักษณ์หรือโลโก้ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีลักษณะพิเศษ ซึ่งก็คือเทพพระพิรุณ เลยสอบถามทางอาจารย์ว่า "เทพเทวดานี้เป็นตราสัญญลักษณ์มหาวิทยาลัยนี้แล้วมีการบวงสรวงตอบแทนบ้างหรือ? ท่านก็ตอบว่าไม่มี ที่ผ่านมามีแค่เพียงการบวงสรวงผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเท่านั้น ผมจึงบอกว่าไปว่า เป็นไปได้ควรจะตอบแทนท่านด้วยการจัดพิธีบวงสรวงเทพยดา เพราะเราใช้พลังงานท่านตลอดเวลา ใช้อย่างเดียวไม่เคยขอบคุณ แม้จะมีการใส่บาตรทำบุญบ้างแต่ก็ไม่เพียงพอ หากมีโอกาสก็อยากให้พิธีบวงสรวง ทางคณาจารย์เห็นดีด้วย ก็เลยเป็นที่มาของการจัดงานบวงสรวงเทพพระพิรุณในครั้งนี้”

สำหรับการจัดบวงสรวงใหญ่ “เทพพระพิรุณ” นั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ เวลา 8.00 น. ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน สำหรับผู้สนใจมาร่วมงานนี้ การมาไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน แต่ควรใส่ชุดขาวหรือการใส่ชุดไทยมาร่วมพิธี ถ้าใส่ชุดไทยยิ่งดีคือการให้เกียรติเทพเทวดาครูบาอาจารย์ ท่านทั้งหลายจะชื่นชอบมากที่มนุษย์แต่งกายงดงามจะประสิทธิ์ให้พรอันประเสริญมากเป็นทวี ทุกสิ่งที่ผมกล่าวไม่ต้องเชื่อแต่ขอให้พิสูจน์ ร่วมบุญไม่จำเป็นต้องโอนเงิน ขอให้ส่งใจมาและส่งต่อบอกต่อข่าวงานนี้ออกไปให้มากที่สุด ชาวต่างชาติก็มาได้ไม่ได้จำกัดแค่คนไทย เพราะผมเชื่อมั่นว่าการแสดงความต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และธรรมเป็นสิ่งสากลที่ทุกคนควรปฏิบัติ นับเป็นโอกาสบวงรสวงพลิกชีวิตอีกวาระที่ไม่ควรพลาด

งานนี้ไม่รับซองทำบุญใดๆในงานนี้ ขอให้ทุกท่านที่มีจิตศรัทธามาร่วมงานเพื่อความเป็นศิริมงคล และถ้าท่านใดไม่สะดวก สามารถชม live สดงานนี้ได้