"หมอดูตาบอดทิพยเนตร" กับชีวิตที่ต้องสู้

"หมอดูตาบอดทิพยเนตร" กับชีวิตที่ต้องสู้
S! Horoscope

สนับสนุนเนื้อหา

มีคนไทยหลายคนที่โชคไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะเกิดมาตอนแรกก็มีอาการครบสามสิบสอง ต่อมาก็เกิดปัญหาในชีวิตทำให้ร่างกายต้องพิการลง หลายท่านรับไม่ได้กับความพิการของตนเองถึงขนาดกับต้องทำร้ายตัวเองเพื่อให้หลุดพ้นจากการเป็นภาระของผู้อื่น แต่ก็มีอีกหลายท่านที่ต้องต่อสู้เพราะภาระที่ต้องรับผิดชอบนั้นมีมากมายเสียเหลือเกิน

วันนี้ Sanook! Horoscope ขอยกตัวอย่าง ชายพิการตาบอดท่านหนึ่ง อดีตเคยรับราชการทหาร เคยเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งที่ทำหน้าที่เซ็ตระบบประกันสังคม ระบบการติดตามหนี้สินกรณีผู้ประกันตนประสบอุบัติภัยจากรถ ระบบกองทุนเงินทดแทนที่คอยดูแลผู้ป่วยที่ประสบอันตรายจากการทำงาน เคยร่วมกับผู้คิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้วทำโครงการนำร่องที่จังหวัดนครราชสีมาหรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่ให้บริการแก่ประชาชนจวบจนปัจจุบัน

หมอดูตาบอดทิพยเนตรหมอดูตาบอดทิพยเนตร

เคยเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เคยเป็นเจ้าของบริษัทจำหน่ายวัสดุทางการแพทย์ เช่น จำหน่ายชุดตรวจยาบ้าให้แก่สถานประกอบการ และเคยเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารขนาดใหญ่ โดยในขณะนั้นเขามีรายได้มากกว่าหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นบาทขึ้นไปต่อเดือน ก็แล้วแต่ว่าจะขายได้มากได้น้อย ต่อมาราวปี 2547 การมองเห็นของเขาเริ่มมีปัญหา สายตาเริ่มริบหรี่ลง แม้ว่าจะได้ทำการรักษาพยาบาลในโรงพยาบางหลายแห่ง แต่สุดท้ายดวงตาของเขาก็มองไม่เห็นในที่สุด แต่ภายหลังที่ดวงตาทั้งสองข้างมองไม่เห็น เขาก็ไม่ได้ท้อแท้ หรือท้อถอยแต่ประการใด

เขาพยายามปรับตัวและทำงานในสภาพที่ตาบอดทั้งสองข้างให้ได้ เขาเคยขายแซนวิซ เคยเป็นดีเจจัดรายการวิทยุที่ได้ออกอากาศไปหลายสถานีทั่วประเทศ แล้วก็ต้องเลอกจัดด้วยเหตุผลบางอย่าง ปัจจุบันเขาหันเหมาประกอบอาชีพเป็นหมอดูที่รับดูดวงทางโทรศัพท์ด้วยไพ่พรหมญาณ แล้วนำเงินที่ได้จากการดูดวงมาจ่ายค่าผ่อนบ้านเดือนละเก้าพันบาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าที่ต้องส่งเสียลูกชายซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สาม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมไปถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ

ถึงกระนั้นเขาก็ยังเจียดรายได้ร้อยละ 5 จากการดูดวงนำไปทำบุญทำทาน และบริจาคอย่างสม่ำเสมอ เขาประกอบอาชีพด้วยความสุจริต เป็นหมอดูที่ดูดวงเพียงครั้งละ 200 บาท โดยจะไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องพิธีกรรม จนกระทั่ง ในวันที่ 9 มกราคม 2562 เขาได้รับการประกาศชื่อจากไลน์ทูเดย์ว่าเป็นหมอดูที่มีความแม่นยำติดอันดับหนึ่งในสิบหมอดูทั่วประเทศ ชีวิตเขาก็ยังคงต้องต่อสุ้ต่อไป แม้ว่าบางครั้งอาจจะรู้สึกท้อแท้บ้าง แต่เขาก็บอกว่าเขาท้อถอยไม่ได้ ถึงวันนี้เขามีอายุ 53 ปี มีโรคภัยรุมเร้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ต่อมลูกหมากโต มีปัญหาเรื่องลำไส้ใหญ่ทะลุและจะต้องทำการผ่าตัดในไม่ช้านี้ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นสาเหตุให้เขาย่อท้อแต่ประการใด เขาคงต้องสู้ต่อไป หมอดูตาบอดทิพยเนตร คนสู้ชีวิต   

ติดตามSanook! Horoscope

ดูดวง