ปีหน้า"อีบุ๊ก"ถูกกว่า 100 เหรียญฯ?

ปีหน้า"อีบุ๊ก"ถูกกว่า 100 เหรียญฯ?
Arip

สนับสนุนเนื้อหา

 รายงานข่าวล่าสุด Marvell Technology บริษัทผู้ผลิตชิปประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทมีแผนจะเข้าสู่ตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตทีรวดเร็วอย่าง "เครื่องอ่านอีบุ๊ก" โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ที่จะทำให้เครื่องอ่านอีบุ๊กสามารถแสดงผลได้เร็ว ขึ้นในขณะที่มีราคาถูกลงมาก


ในการกระโดดเข้าสู่ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กในครั้งนี้ ทางมาร์เวลล์ได้ร่วมมือกับบริษัทอีอิงค์ (E Ink) ในการพัฒนาโพรเซสเซอร์สำหรับแอพพลิเคชันอีบุ๊กโดยเฉพาะ โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่นี้จะสามารถตีตลาดได้ในไตรมาสแรกของ ปี 2010 ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่นี้ก็คือ  enTourage Edge เครื่องอ่านอีบุ๊กที่มาพร้อมกับเน็ตบุ๊กในตัวที่ได้เคยนำเสนอไปแล้วก่อนหน้า นี้ รวมถึง Alex reader จาก Spirng Design และเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นต่างๆ ของ Plastic Logic

แพลตฟอร์มอีบุ๊กรุ่นใหม่ของมาร์เวลล์พัฒนาจากโพรเซสเซอร์ในตระกูล Armada ที่ได้มีการเปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้ว สำหรับบริษัทมาร์เวลล์เป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่สำหรับฟังก์ชันการทำงานต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, Bluetooth และการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์ ซึ่งทำใหทางบริษัทมองว่า ตนมีความพร้อมที่จะผลิตชิปทีผู้ผลิตเครื่องอ่านอีบุ๊กต้องการ นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ร่วมมือกับ FirstPaper ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Hearst Corp สำหรับเทคโนโลยีทางด้านกราฟิก และคอนเท็นต์

 

Weli Dai ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทมาร์เวลล์กล่าวว่า ราคาเริ่มต้นสำหรับเครื่องอ่านอีบุ๊กที่ใช้แพลตฟอร์มของมาร์เวลล์จะอยู่ที่ ประมาณ 150 เหรียญฯ ซึ่งถูกกว่าราคาในท้องตลาดปัจจุบันถึ่ง 199 เหรียญฯ (เครื่องอ่านอีบุ๊ก Kindle มีราคาอยู่ที่  349 เหรียญฯ) "เรามองเห็นว่า ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กจะใหญ่ และมีความสำคัญมาก" เธอกล่าว โดยเครื่องอ่านอีบุ๊กจะเข้าไปใช้ในแอพพลิเคชันทางด้านต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าในตลาดผู้บริโภคทั่วไป ธุรกิจ การศึกษา และสุขภาพ ทางบริษัทยังเปิดเผยอีกว่า เทคโนโลยีใหม่จะทำให้การโหลด เพื่อแสดงผลหน้าของอีบุ๊กเร็วกว่าเดิม โดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที

ตลาด เครื่องอ่านอีบุ๊กมีการเติบโตอย่างชัดเจนในปีนี้ นอกจากผู้นำอย่าง Kindle ของแอมะซอนแล้ว Reader ของโซนี่ และ Nook ของ B&N ก็ยังเป็นตัวเล่นในตลาดที่ช่วยเร่งให้เครื่องอ่านอีบุ๊กได้รับความนิยมมาก ยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลจาก Forrester Research ประเมินโดยคร่าวๆ ว่า เครื่องอ่านอีบุ๊กทีมีการจำหน่ายออกไปเฉพาะในสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านเครื่อง โดยยอดขายจะเติบโตเป็นสองเท่าในปี 2010 ทั้งนี้ราคาของเครื่องอ่านจะตกลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีคู่แข่งรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากผู้เล่นเหลักๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นแล้ว ยังมีเครื่องอ่านอีบุ๊กจากรายอื่นๆ อีกด้วยอย่างเช่น Cool-er ของ Interead, Cybook OPUS จาก Bookeen และเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่จาก iRex Technologies รวมถึงบริษัที่แยกตัวจาก Philips Electronics และ Asustek ในไต้หวัน

ข้อมูลจาก: venturebeat