ฟีเจอร์ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE ควรเปิดไหม? ช่วยกันมิจฉาชีพได้อย่างไร

ฟีเจอร์ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE ควรเปิดไหม? ช่วยกันมิจฉาชีพได้อย่างไร

ฟีเจอร์ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE ควรเปิดไหม? ช่วยกันมิจฉาชีพได้อย่างไร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกวันนี้ LINE ไม่ได้เป็นแค่แอปแชทกับเพื่อนหรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางที่หลายคนใช้ทำงาน ติดต่อร้านค้า รับข่าวสาร และทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วย ทำให้บัญชี LINE กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพนิยมใช้ในการส่งข้อความหลอกลวง ลิงก์ปลอม หรือข้อความแปลก ๆ เข้ามาหาผู้ใช้

หนึ่งในฟีเจอร์ที่หลายคนอาจมองข้ามคือ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ในเมนูความเป็นส่วนตัวของ LINE ซึ่งเป็นตัวช่วยลดโอกาสได้รับข้อความจากคนที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเราได้

รู้จัก ฟีเจอร์ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE 

สำหรับฟีเจอร์ ปฏิเสธการรับข้อความ เป็นฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวของ LINE ที่ช่วยบล็อกหรือปฏิเสธข้อความจากบัญชีที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเรา เท่ากับฟีเจอร์นี้หากมีคนแปลกหน้า บัญชีที่เราไม่ได้เพิ่มเป็นเพื่อน หรือบัญชีที่อาจได้ไอดี LINE ของเรามาจากช่องทางอื่น พยายามส่งข้อความเข้ามา ระบบจะช่วยลดโอกาสที่ข้อความเหล่านั้นจะเข้าถึงเราได้โดยตรง

ยังเหมาะกับจึงเหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากถูกรบกวนจากข้อความแปลกหน้า หรือคนที่เคยเจอปัญหามีบัญชีไม่รู้จักทักมาพร้อมลิงก์ชวนกด ข้อความชวนลงทุน ปลอมเป็นพัสดุ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ

วิธีเปิดฟีเจอร์ปฏิเสธการรับข้อความใน LINE

screenshot_20260708_181514_li 

สามารถตั้งค่าได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนนี้

1. เปิดแอป LINE แล้วเข้าเมนูตั้งค่า

เปิดแอป LINE จากนั้นกดไอคอนรูปเฟือง เพื่อเข้าสู่เมนู ตั้งค่า หรือภาษาอังกฤษคือ Settings

2. เลือกเมนูความเป็นส่วนตัว

ในหน้าตั้งค่า ให้เลือกเมนู ความเป็นส่วนตัว หรือภาษาอังกฤษคือ Privacy Settings

3. เปิดปฏิเสธการรับข้อความ

จากนั้นหาเมนู ปฏิเสธการรับข้อความ หรือภาษาอังกฤษอาจแสดงว่า Reject messages แล้วเปิดใช้งาน

สรุปขั้นตอนแบบสั้น

  • เปิด LINE
  • เข้า ตั้งค่า หรือ Settings
  • เลือก ความเป็นส่วนตัว หรือ Privacy Settings
  • เปิด ปฏิเสธการรับข้อความ หรือ Reject messages

ใครควรเปิดฟีเจอร์นี้เป็นพิเศษ?

ฟีเจอร์นี้เหมาะกับผู้ใช้หลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น

  • ผู้สูงอายุที่อาจเสี่ยงถูกมิจฉาชีพทักหลอก
  • เด็กหรือเยาวชนที่ใช้ LINE ติดต่อครอบครัวและเพื่อน
  • คนที่ไม่ต้องการรับข้อความจากคนแปลกหน้า
  • คนที่เคยถูกบัญชีไม่รู้จักทักมาพร้อมลิงก์แปลก ๆ
  • คนที่ใช้ LINE เป็นบัญชีส่วนตัว ไม่ใช่บัญชีสำหรับติดต่อสาธารณะ

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์อะไร?

ประโยชน์หลักของการเปิด ปฏิเสธการรับข้อความ คือช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกผ่านแชท โดยเฉพาะในยุคที่มิจฉาชีพมักเริ่มต้นจากการส่งข้อความสั้น ๆ แล้วแนบลิงก์ให้กด

  • ลดข้อความจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะบัญชีที่เราไม่ได้เพิ่มเป็นเพื่อน
  • ลดโอกาสเจอลิงก์ปลอม เช่น ลิงก์พัสดุปลอม ลิงก์ธนาคารปลอม หรือลิงก์รับสิทธิ์หลอกลวง
  • ลดการถูกรบกวนจากสแปม เช่น ข้อความโฆษณา การพนัน เงินกู้ หรือชวนลงทุน
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัว เพราะคนที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเพื่อนจะติดต่อเราได้ยากขึ้น
  • เหมาะกับผู้สูงอายุและเด็ก เพราะช่วยลดโอกาสถูกบัญชีแปลกหน้าหลอกให้คุยหรือกดลิงก์

 

เปิดฟีเจอร์นี้แล้ว ยังต้องระวังอะไรอีก?

แม้การเปิด ปฏิเสธการรับข้อความ จะช่วยลดข้อความจากคนแปลกหน้าได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100% เพราะบางครั้งมิจฉาชีพอาจแฝงมาในรูปแบบบัญชีที่เรารู้จัก เช่น บัญชีเพื่อนถูกแฮก หรือบัญชีปลอมที่ใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์คล้ายคนรู้จัก ดังนั้น ก่อนกดลิงก์หรือส่งข้อมูลสำคัญ ควรตรวจสอบเสมอ โดยเฉพาะข้อความที่เกี่ยวข้องกับเงิน รหัส OTP บัญชีธนาคาร การรับพัสดุ การลงทุน หรือรางวัลที่ดูดีเกินจริง

แนะนำให้เปิดควบคู่กับฟีเจอร์ความปลอดภัยอื่น

เพื่อให้ LINE ปลอดภัยขึ้น ควรเปิดหรือเช็กฟีเจอร์อื่นร่วมด้วย เช่น

  • เปิด ตรวจเว็บไซต์ปลอม ในเมนูแชท
  • ไม่เพิ่มเพื่อนจากไอดีหรือ QR Code ที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่กดลิงก์จากข้อความที่น่าสงสัย
  • ตั้งรหัสผ่าน LINE ให้ปลอดภัย
  • เปิดการล็อกแอปหรือรหัสผ่านบนมือถือ
  • ไม่ส่ง OTP หรือข้อมูลส่วนตัวให้ใครผ่านแชท

chatgptimagejul9,2026,01

แล้วเราควรเปิด “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE ไหม?

จากทั้งหมดที่ออกมาต้องบอกว่า ควรเปิดไว้สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะช่วยลดโอกาสได้รับข้อความจากคนแปลกหน้า ลดความเสี่ยงจากลิงก์ปลอม ข้อความสแปม และการหลอกลวงผ่านแชทได้ดีขึ้น แต่หากคุณใช้ LINE เป็นช่องทางรับงาน รับลูกค้า หรือเปิดให้คนใหม่ ๆ ติดต่อเป็นประจำ อาจต้องพิจารณาก่อนเปิด เพราะอาจทำให้บางคนที่ยังไม่ได้เป็นเพื่อนส่งข้อความมาหาไม่ได้

สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าเป็น LINE ส่วนตัว เปิดไว้ปลอดภัยกว่า แต่ถ้าเป็น LINE สำหรับติดต่อธุรกิจ ควรชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยกับความสะดวกในการรับข้อความจากคนใหม่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล