ฟีเจอร์ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE ควรเปิดไหม? ช่วยกันมิจฉาชีพได้อย่างไร

ทุกวันนี้ LINE ไม่ได้เป็นแค่แอปแชทกับเพื่อนหรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางที่หลายคนใช้ทำงาน ติดต่อร้านค้า รับข่าวสาร และทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วย ทำให้บัญชี LINE กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพนิยมใช้ในการส่งข้อความหลอกลวง ลิงก์ปลอม หรือข้อความแปลก ๆ เข้ามาหาผู้ใช้
หนึ่งในฟีเจอร์ที่หลายคนอาจมองข้ามคือ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ในเมนูความเป็นส่วนตัวของ LINE ซึ่งเป็นตัวช่วยลดโอกาสได้รับข้อความจากคนที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเราได้
รู้จัก ฟีเจอร์ “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE
สำหรับฟีเจอร์ ปฏิเสธการรับข้อความ เป็นฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวของ LINE ที่ช่วยบล็อกหรือปฏิเสธข้อความจากบัญชีที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเรา เท่ากับฟีเจอร์นี้หากมีคนแปลกหน้า บัญชีที่เราไม่ได้เพิ่มเป็นเพื่อน หรือบัญชีที่อาจได้ไอดี LINE ของเรามาจากช่องทางอื่น พยายามส่งข้อความเข้ามา ระบบจะช่วยลดโอกาสที่ข้อความเหล่านั้นจะเข้าถึงเราได้โดยตรง
ยังเหมาะกับจึงเหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากถูกรบกวนจากข้อความแปลกหน้า หรือคนที่เคยเจอปัญหามีบัญชีไม่รู้จักทักมาพร้อมลิงก์ชวนกด ข้อความชวนลงทุน ปลอมเป็นพัสดุ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ
วิธีเปิดฟีเจอร์ปฏิเสธการรับข้อความใน LINE
สามารถตั้งค่าได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนนี้
1. เปิดแอป LINE แล้วเข้าเมนูตั้งค่า
เปิดแอป LINE จากนั้นกดไอคอนรูปเฟือง เพื่อเข้าสู่เมนู ตั้งค่า หรือภาษาอังกฤษคือ Settings
2. เลือกเมนูความเป็นส่วนตัว
ในหน้าตั้งค่า ให้เลือกเมนู ความเป็นส่วนตัว หรือภาษาอังกฤษคือ Privacy Settings
3. เปิดปฏิเสธการรับข้อความ
จากนั้นหาเมนู ปฏิเสธการรับข้อความ หรือภาษาอังกฤษอาจแสดงว่า Reject messages แล้วเปิดใช้งาน
สรุปขั้นตอนแบบสั้น
- เปิด LINE
- เข้า ตั้งค่า หรือ Settings
- เลือก ความเป็นส่วนตัว หรือ Privacy Settings
- เปิด ปฏิเสธการรับข้อความ หรือ Reject messages
ใครควรเปิดฟีเจอร์นี้เป็นพิเศษ?
ฟีเจอร์นี้เหมาะกับผู้ใช้หลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น
- ผู้สูงอายุที่อาจเสี่ยงถูกมิจฉาชีพทักหลอก
- เด็กหรือเยาวชนที่ใช้ LINE ติดต่อครอบครัวและเพื่อน
- คนที่ไม่ต้องการรับข้อความจากคนแปลกหน้า
- คนที่เคยถูกบัญชีไม่รู้จักทักมาพร้อมลิงก์แปลก ๆ
- คนที่ใช้ LINE เป็นบัญชีส่วนตัว ไม่ใช่บัญชีสำหรับติดต่อสาธารณะ
ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์อะไร?
ประโยชน์หลักของการเปิด ปฏิเสธการรับข้อความ คือช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกผ่านแชท โดยเฉพาะในยุคที่มิจฉาชีพมักเริ่มต้นจากการส่งข้อความสั้น ๆ แล้วแนบลิงก์ให้กด
- ลดข้อความจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะบัญชีที่เราไม่ได้เพิ่มเป็นเพื่อน
- ลดโอกาสเจอลิงก์ปลอม เช่น ลิงก์พัสดุปลอม ลิงก์ธนาคารปลอม หรือลิงก์รับสิทธิ์หลอกลวง
- ลดการถูกรบกวนจากสแปม เช่น ข้อความโฆษณา การพนัน เงินกู้ หรือชวนลงทุน
- เพิ่มความเป็นส่วนตัว เพราะคนที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเพื่อนจะติดต่อเราได้ยากขึ้น
- เหมาะกับผู้สูงอายุและเด็ก เพราะช่วยลดโอกาสถูกบัญชีแปลกหน้าหลอกให้คุยหรือกดลิงก์
เปิดฟีเจอร์นี้แล้ว ยังต้องระวังอะไรอีก?
แม้การเปิด ปฏิเสธการรับข้อความ จะช่วยลดข้อความจากคนแปลกหน้าได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100% เพราะบางครั้งมิจฉาชีพอาจแฝงมาในรูปแบบบัญชีที่เรารู้จัก เช่น บัญชีเพื่อนถูกแฮก หรือบัญชีปลอมที่ใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์คล้ายคนรู้จัก ดังนั้น ก่อนกดลิงก์หรือส่งข้อมูลสำคัญ ควรตรวจสอบเสมอ โดยเฉพาะข้อความที่เกี่ยวข้องกับเงิน รหัส OTP บัญชีธนาคาร การรับพัสดุ การลงทุน หรือรางวัลที่ดูดีเกินจริง
แนะนำให้เปิดควบคู่กับฟีเจอร์ความปลอดภัยอื่น
เพื่อให้ LINE ปลอดภัยขึ้น ควรเปิดหรือเช็กฟีเจอร์อื่นร่วมด้วย เช่น
- เปิด ตรวจเว็บไซต์ปลอม ในเมนูแชท
- ไม่เพิ่มเพื่อนจากไอดีหรือ QR Code ที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ไม่กดลิงก์จากข้อความที่น่าสงสัย
- ตั้งรหัสผ่าน LINE ให้ปลอดภัย
- เปิดการล็อกแอปหรือรหัสผ่านบนมือถือ
- ไม่ส่ง OTP หรือข้อมูลส่วนตัวให้ใครผ่านแชท

แล้วเราควรเปิด “ปฏิเสธการรับข้อความ” ใน LINE ไหม?
จากทั้งหมดที่ออกมาต้องบอกว่า ควรเปิดไว้สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพราะช่วยลดโอกาสได้รับข้อความจากคนแปลกหน้า ลดความเสี่ยงจากลิงก์ปลอม ข้อความสแปม และการหลอกลวงผ่านแชทได้ดีขึ้น แต่หากคุณใช้ LINE เป็นช่องทางรับงาน รับลูกค้า หรือเปิดให้คนใหม่ ๆ ติดต่อเป็นประจำ อาจต้องพิจารณาก่อนเปิด เพราะอาจทำให้บางคนที่ยังไม่ได้เป็นเพื่อนส่งข้อความมาหาไม่ได้
สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าเป็น LINE ส่วนตัว เปิดไว้ปลอดภัยกว่า แต่ถ้าเป็น LINE สำหรับติดต่อธุรกิจ ควรชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยกับความสะดวกในการรับข้อความจากคนใหม่
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)