รีสตาร์ท iPhone ยังไงให้ถูก วิธีง่าย ๆ ที่ผู้ใช้ iPhone ควรรู้

รีสตาร์ท iPhone ยังไงให้ถูก วิธีง่าย ๆ ที่ผู้ใช้ iPhone ควรรู้

รีสตาร์ท iPhone ยังไงให้ถูก วิธีง่าย ๆ ที่ผู้ใช้ iPhone ควรรู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใช้ iPhone อยู่ดี ๆ แล้วเครื่องหน่วง แอปค้าง ทัชไม่ค่อยลื่น หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi / Bluetooth แล้วมีปัญหา หนึ่งในวิธีแก้เบื้องต้นที่ง่ายที่สุดคือการ รีสตาร์ท iPhone หรือปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ จะต้องทำอย่างไร หากไม่สามารถกดได้เลย วันนี้ Sanook Hitech มาเฉลยวิธีที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

รีสตาร์ท iPhone รุ่นใหม่ ทำอย่างไร?

 iphone-x-and-later-restart

สำหรับ iPhone X, 11, 12, 13 หรือรุ่นใหม่กว่า รวมถึง iPhone รุ่นใหม่ในปัจจุบัน ให้ทำตามขั้นตอนนี้

  • กดปุ่มเพิ่มเสียงหรือปุ่มลดเสียง พร้อมกับปุ่มด้านข้างค้างไว้
  • รอจนแถบเลื่อนปิดเครื่องปรากฏขึ้น
  • ลากแถบเลื่อนเพื่อปิดเครื่อง
  • รอประมาณ 30 วินาทีให้เครื่องปิดสนิท
  • กดปุ่มด้านข้างค้างไว้อีกครั้งจนเห็นโลโก้ Apple

หมายเหตุ : ถ้ากดปุ่ม Power + ลดเสียงหรือเพิ่มเสียงค้างไว้ ในสถานการณ์ปกติ จะเป็นการปุ่มขอความช่วยเหลือเสียงจะดังมาก

iphone-6-and-earlier-restart

รีสตาร์ท iPhone 6, 7, 8 หรือ iPhone SE รุ่นที่ 2 และ 3

สำหรับ iPhone ที่ยังมีปุ่มด้านข้างเป็นปุ่มเปิด-ปิดหลัก เช่น iPhone 6, 7, 8 และ iPhone SE รุ่นที่ 2 หรือรุ่นที่ 3 วิธีรีสตาร์ทจะง่ายกว่าเล็กน้อย

  • กดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนแถบเลื่อนปิดเครื่องแสดงขึ้นมา
  • ลากแถบเลื่อนเพื่อปิดเครื่อง
  • รอประมาณ 30 วินาที
  • กดปุ่มด้านข้างค้างไว้อีกครั้งจนเห็นโลโก้ Apple

รีสตาร์ท iPhone SE รุ่นแรก, iPhone 5 หรือเก่ากว่า

สำหรับ iPhone SE รุ่นที่ 1, iPhone 5 หรือรุ่นก่อนหน้า จะใช้ปุ่มด้านบนเป็นปุ่มหลักในการปิดและเปิดเครื่อง

  • กดปุ่มด้านบนค้างไว้จนแถบเลื่อนปิดเครื่องปรากฏขึ้น
  • ลากแถบเลื่อนเพื่อปิดเครื่อง
  • รอประมาณ 30 วินาที
  • กดปุ่มด้านบนค้างไว้อีกครั้งจนเห็นโลโก้ Apple

ถ้า iPhone ค้าง กดอะไรไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?

ถ้า iPhone ค้าง หน้าจอไม่ตอบสนอง หรือปิดเครื่องแบบปกติไม่ได้ ให้ใช้วิธี Force Restart หรือการบังคับรีสตาร์ท ซึ่งไม่ใช่การล้างข้อมูล และเหมาะกับกรณีเครื่องค้างหนัก

วิธี Force Restart สำหรับ iPhone 8 ขึ้นไป

  • กดปุ่มเพิ่มเสียงแล้วปล่อยอย่างรวดเร็ว
  • กดปุ่มลดเสียงแล้วปล่อยอย่างรวดเร็ว
  • กดปุ่มด้านข้างค้างไว้
  • เมื่อโลโก้ Apple แสดงขึ้น ให้ปล่อยปุ่มด้านข้าง

วิธีนี้มักใช้เมื่อ iPhone ค้าง กดหน้าจอไม่ได้ หรือเครื่องไม่ตอบสนอง โดยข้อมูลในเครื่องจะไม่หาย 

Restart, Force Restart และ Reset ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักเรียกรวมกันว่า “รีเซ็ตเครื่อง” แต่จริง ๆ แล้วทั้ง 3 วิธีนี้ไม่เหมือนกัน และควรใช้ให้ถูกสถานการณ์

Restart

คือการปิดและเปิดเครื่องใหม่ตามปกติ ใช้เมื่อต้องการรีเฟรชระบบ เครื่องหน่วง แอปค้างเล็กน้อย หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi / Bluetooth แล้วมีปัญหา

Force Restart

คือการบังคับรีสตาร์ท ใช้เมื่อ iPhone ค้าง หน้าจอไม่ตอบสนอง หรือปิดเครื่องแบบปกติไม่ได้ วิธีนี้ไม่ลบข้อมูล

Reset

คือการรีเซ็ตการตั้งค่าหรือล้างข้อมูลบางส่วน/ทั้งหมด เช่น Reset Network Settings หรือ Erase All Content and Settings ซึ่งควรทำเมื่อจำเป็นจริง ๆ โดยเฉพาะการล้างข้อมูลทั้งหมดควรสำรองข้อมูลก่อนเสมอ

s__3235847

ควรรีสตาร์ท iPhone บ่อยแค่ไหน?

Apple ไม่ได้กำหนดว่าต้องรีสตาร์ท iPhone บ่อยแค่ไหน แต่โดยทั่วไปสามารถทำได้เมื่อเครื่องเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น แอปค้าง เครื่องหน่วง เชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่ได้ หรือหลังอัปเดต iOS เพื่อให้ระบบเริ่มต้นใหม่อย่างเรียบร้อย

บางคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมองว่าการรีสตาร์ทเป็นครั้งคราวช่วยรีเฟรชระบบ ปิดแอปที่ทำงานผิดปกติ และล้างข้อมูลชั่วคราวบางส่วนได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกวันหากเครื่องยังทำงานปกติ 

การรีสตาร์ท iPhone เป็นวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ง่ายและปลอดภัย เหมาะกับอาการเครื่องหน่วง แอปค้าง หรือระบบเชื่อมต่อทำงานผิดปกติ โดย iPhone รุ่นใหม่ให้กดปุ่มเสียงพร้อมปุ่มด้านข้าง ส่วนรุ่นเก่าใช้ปุ่มด้านข้างหรือปุ่มด้านบนตามตำแหน่งของเครื่อง แต่ถ้าเครื่องค้างจนกดอะไรไม่ได้ ให้ใช้ Force Restart แทน และอย่าสับสนกับ Reset หรือ Factory Reset เพราะการรีเซ็ตบางรูปแบบอาจลบข้อมูลในเครื่องได้ หากไม่แน่ใจควรสำรองข้อมูลก่อนเสมอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล