อาจคาดไม่ถึง แต่รูปภาพ 7 ประเภทนี้ ไม่ควรบันทึกในมือถือเด็ดขาด ถ้ามีให้รีบลบ!

อาจคาดไม่ถึง แต่รูปภาพ 7 ประเภทนี้ ไม่ควรบันทึกในมือถือเด็ดขาด ถ้ามีให้รีบลบ!

อาจคาดไม่ถึง แต่รูปภาพ 7 ประเภทนี้ ไม่ควรบันทึกในมือถือเด็ดขาด ถ้ามีให้รีบลบ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กด่วน 7 รูปภาพไม่ควรเก็บในโทรศัพท์มือถือ ใครบันทึกไว้ รีบลบ เสี่ยงข้อมูลหลุด-มิจฉาชีพสวมรอย

สมาร์ทโฟนของหลายคนไม่ได้มีเพียงภาพถ่ายความทรงจำ แต่ยังเต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ รหัสผ่าน ข้อมูลการเงิน และภาพหน้าจอที่ถ่ายเก็บไว้ชั่วคราว ก่อนถูกลืมทิ้งไว้ในคลังภาพนานหลายปี

หากโทรศัพท์สูญหาย ถูกปลดล็อก หรือบัญชีคลาวด์ถูกบุกรุก ภาพเหล่านี้อาจกลายเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับการสวมรอย หลอกเอาเงิน หรือเข้าถึงบัญชีออนไลน์ แม้ข้อมูลเพียงชิ้นเดียวอาจยังไม่เพียงพอทำธุรกรรม แต่เมื่อถูกนำไปประกอบกับข้อมูลจากแหล่งอื่น ความเสียหายก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ต่อไปนี้คือ 7 รูปไม่ควรเก็บในโทรศัพท์ แบบไม่มีการป้องกัน หากหมดความจำเป็นแล้วควรลบออกทั้งจากตัวเครื่อง ถังขยะ และพื้นที่สำรองข้อมูลบนคลาวด์

1. รูปบัตรประชาชนและเอกสารยืนยันตัวตน

บัตรประชาชนมีทั้งชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน วันเกิด ที่อยู่ รูปใบหน้า และข้อมูลอื่นที่ใช้ยืนยันตัวบุคคล หากภาพด้านหน้าและด้านหลังรั่วไหล มิจฉาชีพอาจนำไปใช้สร้างเอกสารปลอม แอบอ้างตัวตน หรือประกอบการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ

การมีเพียงภาพบัตรประชาชนอาจไม่ได้ทำให้คนร้ายเปิดบัญชีธนาคารหรือกู้เงินได้สำเร็จโดยอัตโนมัติ เพราะผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐานยังมีขั้นตอนตรวจสอบอื่น แต่ภาพดังกล่าวสามารถถูกใช้ร่วมกับเบอร์โทรศัพท์ ภาพใบหน้า หรือข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหล เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการสวมรอยได้

หากจำเป็นต้องส่งสำเนาบัตร ควรส่งผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด พร้อมเขียนกำกับวัตถุประสงค์ วันที่ และชื่อผู้รับบนสำเนา โดยไม่ปิดบังข้อมูลที่หน่วยงานจำเป็นต้องใช้จนเอกสารไม่สามารถตรวจสอบได้

2. รูปบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตทั้งสองด้าน

ด้านหน้าบัตรมักมีหมายเลขบัตร ชื่อผู้ถือบัตร และวันหมดอายุ ส่วนด้านหลังอาจมีรหัสรักษาความปลอดภัย หากข้อมูลเหล่านี้อยู่รวมกัน ผู้ไม่หวังดีอาจนำไปทดลองชำระค่าสินค้าหรือบริการออนไลน์กับร้านค้าที่มีระบบตรวจสอบไม่รัดกุม

ไม่ควรถ่ายภาพบัตรเก็บไว้เพื่อจำหมายเลข และไม่ควรส่งภาพบัตรผ่านแชต หากต้องการรับโอนเงิน ให้ใช้เลขบัญชีหรือคิวอาร์โค้ดรับเงินที่สร้างจากแอปธนาคารแทน โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลบนหน้าบัตร

ผู้ใช้ควรเปิดการแจ้งเตือนทุกธุรกรรม กำหนดวงเงินซื้อสินค้าออนไลน์ให้เหมาะสม และปิดการใช้งานบัตรชั่วคราวเมื่อไม่ใช้ หากพบรายการผิดปกติให้ติดต่อธนาคารหรือผู้ออกบัตรทันที

3. รูปใบขับขี่ หนังสือเดินทาง และเอกสารราชการอื่น

ใบขับขี่และหนังสือเดินทางมีข้อมูลระบุตัวบุคคลหลายรายการ ทั้งชื่อ วันเกิด หมายเลขเอกสาร ลายมือชื่อ รูปใบหน้า และบางกรณีมีที่อยู่ ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้สร้างโปรไฟล์ปลอม ปลอมเอกสาร หรือหลอกคนใกล้ชิดให้เชื่อว่าเป็นเจ้าของเอกสารตัวจริง

หากต้องเก็บสำเนาดิจิทัลเพื่อเดินทางหรือยื่นงาน ควรจัดเก็บในพื้นที่ที่เข้ารหัสหรือมีรหัสผ่าน ไม่ควรวางไว้ในอัลบั้มภาพทั่วไป และควรลบเมื่อการใช้งานสิ้นสุดลง

4. ภาพหน้าจอรหัสผ่าน รหัส PIN และคำถามกู้คืนบัญชี

การถ่ายภาพรหัสผ่านหรือจดไว้ในแอปบันทึกข้อความที่ไม่มีการล็อก อาจทำให้ผู้ที่เข้าถึงโทรศัพท์สามารถเปิดบัญชีสำคัญได้ ตั้งแต่อีเมล โซเชียลมีเดีย ไปจนถึงบริการทางการเงิน

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่น่าเชื่อถือ ตั้งรหัสผ่านแต่ละบัญชีไม่ให้ซ้ำกัน และเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน หากบริการรองรับ Passkey ก็ควรพิจารณาใช้แทนรหัสผ่านแบบเดิม

รหัสผ่านหลักควรมีความยาวและคาดเดายาก ไม่ใช้ชื่อ วันเกิด หรือหมายเลขโทรศัพท์ และไม่ควรเก็บรหัส PIN ของแอปธนาคารไว้ในโทรศัพท์เครื่องเดียวกับที่ใช้ทำธุรกรรม

5. รูปที่เปิดเผยที่อยู่และรายละเอียดภายในบ้าน

ภาพเลขที่บ้าน ป้ายชื่อ ถนนหน้าบ้าน จุดจอดรถ หรือมุมที่มองเห็นระบบรักษาความปลอดภัย อาจเปิดเผยตำแหน่งที่พักโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะเมื่อภาพมีข้อมูลพิกัดสถานที่แนบมาด้วย

ภาพภายในบ้านยังอาจเผยให้เห็นทรัพย์สินมีค่า ประตูทางเข้า หน้าต่าง หรือกิจวัตรของผู้อยู่อาศัย เมื่อนำไปเชื่อมโยงกับโพสต์เดินทางหรือข้อความว่าไม่มีใครอยู่บ้าน อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้

ก่อนแชร์ภาพควรตรวจสอบฉากหลัง ปิดการแสดงพิกัดเมื่อไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการโพสต์ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ หากต้องการแบ่งปันภาพการเดินทาง ควรรอให้กลับถึงที่พักอย่างปลอดภัยก่อน

6. ภาพหน้าจอบทสนทนาและข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น

ภาพสนทนาอาจมีเลขบัญชี ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลสุขภาพ เอกสารงาน หรือเรื่องส่วนตัวที่เจ้าของข้อมูลไม่ต้องการเปิดเผย หากโทรศัพท์หรือบัญชีสำรองข้อมูลถูกเข้าถึง ภาพเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ฉ้อโกง ข่มขู่ หรือสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงได้

ก่อนถ่ายหรือส่งต่อควรพิจารณาว่าจำเป็นจริงหรือไม่ หากต้องใช้เป็นหลักฐาน ควรจัดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย จำกัดผู้เข้าถึง และปิดบังข้อมูลของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนนำไปเผยแพร่

นอกจากปกป้องข้อมูลของตัวเองแล้ว ผู้ใช้ยังควรระวังข้อมูลของคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และลูกค้า เพราะการรั่วไหลจากโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวอาจกระทบคนได้หลายฝ่าย

7. ภาพหน้าจอ OTP คิวอาร์โค้ด ตั๋ว และข้อมูลธุรกรรม

หลายคนถ่ายภาพหน้าจอเพื่อบันทึกข้อมูลอย่างรวดเร็ว แต่ในอัลบั้ม Screenshots อาจมีรหัส OTP คิวอาร์โค้ดสำหรับเข้าสู่ระบบ ตั๋วเดินทาง บัตรเข้างาน ใบเสร็จ อีเมลสำคัญ หรือข้อมูลธุรกรรมหลงเหลืออยู่

รหัส OTP เป็นรหัสใช้ครั้งเดียวและมีอายุจำกัด แต่ระหว่างที่ยังใช้งานได้ ผู้ที่ได้รับรหัสอาจนำไปยืนยันธุรกรรมหรือเข้าถึงบัญชี หากมีข้อมูลส่วนอื่นครบถ้วน ส่วนคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบางประเภทอาจถูกคัดลอกไปใช้งานก่อนเจ้าของตัวจริง

เมื่อใช้ข้อมูลเสร็จแล้วควรลบภาพทันที รวมถึงตรวจสอบอัลบั้มภาพหน้าจอเป็นประจำ ไม่ควรคิดว่าภาพเก่าปลอดภัยเพียงเพราะไม่มีใครเปิดดูในช่วงที่ผ่านมา

ลบภาพแล้ว อย่าลืมตรวจถังขยะและคลาวด์

การกดลบจากคลังภาพอาจยังไม่ทำให้ไฟล์หายไปทันที เพราะโทรศัพท์ส่วนใหญ่มักย้ายภาพไปไว้ในอัลบั้ม “ลบล่าสุด” หรือถังขยะชั่วคราว และภาพอาจถูกสำรองไว้บนบริการคลาวด์หรืออุปกรณ์เครื่องอื่นที่เชื่อมกับบัญชีเดียวกัน

หลังลบภาพสำคัญควรตรวจสอบพื้นที่เหล่านี้ให้ครบ พร้อมตั้งค่าล็อกหน้าจอด้วยรหัสที่คาดเดายาก เปิดใช้ระบบค้นหาอุปกรณ์ และซ่อนเนื้อหาการแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก โดยเฉพาะข้อความที่อาจแสดงรหัส OTP

หากโทรศัพท์หายหรือสงสัยว่าข้อมูลหลุด ควรทำอย่างไร?

  • สั่งล็อกหรือลบข้อมูลในโทรศัพท์จากระยะไกลผ่านบริการของระบบปฏิบัติการ
  • เปลี่ยนรหัสผ่านอีเมล บัญชีคลาวด์ และบัญชีสำคัญจากอุปกรณ์ที่ปลอดภัย
  • ออกจากระบบในอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก และตรวจสอบประวัติการเข้าสู่ระบบ
  • ติดต่อธนาคารเพื่อระงับบัตรหรือบัญชีชั่วคราว หากมีภาพข้อมูลการเงินอยู่ในเครื่อง
  • ตรวจสอบรายการธุรกรรมและเปิดการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวทุกบัญชี
  • หากพบการสวมรอยหรือความเสียหาย ให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

สรุป 7 รูปไม่ควรเก็บในโทรศัพท์

7 รูปไม่ควรเก็บในโทรศัพท์ ได้แก่ ภาพบัตรประชาชน บัตรธนาคาร เอกสารราชการ รหัสผ่าน ที่อยู่บ้าน บทสนทนาละเอียดอ่อน และภาพหน้าจอที่มี OTP หรือข้อมูลธุรกรรม หากจำเป็นต้องใช้ชั่วคราว ควรจัดเก็บในพื้นที่ปลอดภัยและลบเมื่อหมดความจำเป็น

โทรศัพท์อาจไม่ได้ถูกขโมยหรือแฮ็กทุกเครื่อง แต่การลดข้อมูลสำคัญที่จัดเก็บไว้โดยไม่จำเป็น จะช่วยลดความเสียหายหากเกิดเหตุไม่คาดคิดได้ การจัดระเบียบคลังภาพเพียงไม่กี่นาที จึงเป็นอีกขั้นตอนง่าย ๆ ที่ช่วยปกป้องทั้งตัวตน ทรัพย์สิน และความเป็นส่วนตัวของเรา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล