Nothing ประกาศท้าชน Apple! Carl Pei ลั่นอยากดึงผู้ใช้ iPhone ที่เริ่มเบื่อความจำเจ

Nothing แบรนด์สมาร์ตโฟนสายดีไซน์จากลอนดอน ภายใต้การนำของ Carl Pei กลับมาเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง หลังซีอีโอของบริษัทออกมาโพสต์วิดีโอส่งสารตรงถึง Apple โดยประกาศชัดว่าอยากดึงลูกค้า Apple มาเป็นผู้ใช้ Nothing “ทีละคน” โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ iPhone ที่เริ่มรู้สึกว่าสมาร์ตโฟนยุคนี้น่าเบื่อและไม่ค่อยมีอะไรใหม่
แม้คำพูดดังกล่าวจะเป็นสไตล์การตลาดที่ดูท้าทายและตั้งใจเรียกกระแส แต่ก็สะท้อนแนวทางของ Nothing อย่างชัดเจน นั่นคือการวางตัวเองเป็นทางเลือกของคนที่อยากได้สมาร์ตโฟนแตกต่างจากแบรนด์ใหญ่ในตลาด โดยเฉพาะ Apple และ Samsung
ในวิดีโอที่ถูกพูดถึง Carl Pei กล่าวในทำนองว่า นี่คือข้อความถึง Apple และเขาจะดึงลูกค้าของ Apple มาเป็นผู้ใช้ Nothing “ทีละผู้ใช้ iPhone ที่เบื่อแล้ว”
ประโยคนี้อาจดูเหมือนการแซวกันในโลกเทคโนโลยี แต่ในเชิงกลยุทธ์ถือว่าชัดเจนมาก เพราะ Nothing กำลังสื่อสารกับกลุ่มผู้ใช้ที่อาจไม่ได้ไม่พอใจ iPhone โดยตรง แต่อาจรู้สึกว่าการอัปเกรดสมาร์ตโฟนในช่วงหลังไม่ตื่นเต้นเหมือนเดิม
ถ้าพูดถึงเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ใหม่สำหรับ Nothing เพราะตั้งแต่เริ่มทำตลาด Nothing พยายามสร้างภาพจำของแบรนด์ที่ต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นฝาหลังโปร่งใส ไฟ Glyph Interface งานออกแบบที่เห็นกลไกภายในบางส่วน รวมถึงซอฟต์แวร์ Nothing OS ที่เน้นความเรียบและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แนวทางนี้ทำให้ Nothing ถูกมองว่าเป็นแบรนด์ที่พยายามท้าทายความจำเจของตลาดสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะในยุคที่มือถือหลายรุ่นมีหน้าตาคล้ายกันมากขึ้น และการอัปเกรดแต่ละปีมักวนอยู่กับกล้อง ชิป และแบตเตอรี่
การออกมาท้าชน Apple จึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Carl Pei เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เคยวิจารณ์ว่าอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนเริ่มขาดความสนุก และ Nothing ต้องการทำให้ผู้คนกลับมาตื่นเต้นกับแก็ดเจ็ตอีกครั้ง
และสำคัญสุดคือ Apple คือแบรนด์ที่มีฐานผู้ใช้เหนียวแน่นที่สุดรายหนึ่งของโลก และ iPhone ก็เป็นสมาร์ตโฟนที่มีอิทธิพลต่อภาพรวมตลาดอย่างมาก การที่ Nothing พูดถึง Apple โดยตรงจึงเป็นการวางตำแหน่งตัวเองให้กลายเป็นคู่เปรียบเทียบกับแบรนด์ระดับโลกทันที
ในมุมการตลาด การท้าชน Apple ช่วยให้ Nothing ได้พื้นที่สื่อและกระแสออนไลน์มากขึ้น เพราะผู้ใช้ iPhone จำนวนมากมีความผูกพันกับระบบนิเวศของ Apple ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งอาจเริ่มอยากเห็นทางเลือกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม การดึงผู้ใช้ iPhone ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Apple มีจุดแข็งทั้ง iOS, iMessage, AirDrop, Apple Watch, AirPods, iCloud และระบบบริการที่เชื่อมต่อกันแน่นมาก การจะทำให้ผู้ใช้เปลี่ยนค่ายจึงต้องมีเหตุผลมากกว่าแค่ดีไซน์ที่ต่างออกไป
กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือคนรุ่นใหม่
Nothing เคยวางภาพของตัวเองว่าเป็นแบรนด์สำหรับผู้ใช้รุ่นใหม่ที่ต้องการความแตกต่าง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มองสมาร์ตโฟนไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและไลฟ์สไตล์
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า Carl Pei มองว่าการเจาะกลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่เป็นกุญแจสำคัญในการท้าทายตลาดที่ถูกครองโดย Apple และ Samsung เพราะผู้ใช้กลุ่มนี้เปิดรับแบรนด์ใหม่ได้ง่ายกว่า และให้ความสำคัญกับความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้น
แม้ Nothing จะมีภาพลักษณ์โดดเด่นและได้รับความสนใจจากสายเทค แต่ในภาพรวมตลาดโลกยังถือว่าเป็นแบรนด์ขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับ Apple, Samsung, Xiaomi, OPPO หรือ vivo
อย่างไรก็ตาม Nothing มีการเติบโตที่น่าสนใจในบางตลาด โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่ง Android Authority อ้างข้อมูลจาก Counterpoint Research ว่ายอดจัดส่งของ Nothing ในอินเดียเติบโต 146% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาส 2 ปี 2025 และแบรนด์ย่อย CMF ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วในตลาดเดียวกัน
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Nothing ยังไม่ได้เป็นผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลก แต่กำลังสร้างฐานผู้ใช้ที่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการมือถือดีไซน์แตกต่างในราคาที่ไม่สูงเท่าเรือธงแบรนด์ใหญ่

การขยายตลาดสหรัฐฯ คือบททดสอบใหญ่
หนึ่งในตลาดที่ Nothing ต้องเจาะให้ได้หากต้องการดึงผู้ใช้ iPhone จริง ๆ คือสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นตลาดที่ Apple แข็งแกร่งมาก และผู้ใช้จำนวนมากผูกกับระบบนิเวศของ Apple มาเป็นเวลานาน
Nothing เริ่มขยับเรื่องนี้มากขึ้น โดยมีรายงานว่าบริษัทเตรียมขยายช่องทางค้าปลีกในสหรัฐฯ ผ่าน Best Buy ซึ่งจะช่วยให้สินค้าของ Nothing เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นกว่าการขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือกลุ่มผู้ใช้เฉพาะทางเพียงอย่างเดียว
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการท้าชน Apple การมีสินค้าวางขายในหน้าร้านจริงมีความสำคัญมาก เพราะผู้บริโภคทั่วไปจำนวนมากยังต้องการลองจับเครื่องจริง ดูดีไซน์จริง และเปรียบเทียบกับมือถือแบรนด์อื่นก่อนตัดสินใจ
Nothing ต้องชนะด้วยอะไรนอกจากคำพูด?
แม้การตลาดของ Carl Pei จะช่วยให้ Nothing ได้รับความสนใจ แต่ในระยะยาวสิ่งที่จะทำให้ผู้ใช้ iPhone เปลี่ยนใจได้จริงต้องมีมากกว่าคำประกาศท้าชน Apple
สิ่งที่ Nothing ต้องพิสูจน์ ได้แก่
- ประสบการณ์ซอฟต์แวร์ที่ลื่นและเสถียรพอสำหรับใช้งานระยะยาว
- กล้องที่แข่งขันกับมือถือเรือธงและกึ่งเรือธงได้
- คุณภาพงานประกอบและบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ
- ระบบนิเวศอุปกรณ์เสริม เช่น หูฟัง สมาร์ตวอทช์ และบริการที่ทำงานร่วมกันได้ดี
- ฟีเจอร์ AI หรือประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกต่างจากมือถือทั่วไปจริง ๆ
เพราะสำหรับผู้ใช้ iPhone จำนวนมาก ปัญหาไม่ใช่แค่มือถือ “น่าเบื่อ” แต่คือการย้ายออกจากระบบ Apple นั้นมีต้นทุนสูง ทั้งข้อมูล แอป อุปกรณ์เสริม และความคุ้นเคยในการใช้งาน
ยุค AI อาจเป็นโอกาสของ Nothing
Carl Pei เคยพูดถึงอนาคตของสมาร์ตโฟนในยุค AI ว่าแอปอาจลดบทบาทลง และอุปกรณ์ส่วนตัวในอนาคตจะต้องฉลาดและเข้าใจผู้ใช้มากขึ้น โดย TechCrunch เคยรายงานว่าเขามองว่า AI Agent อาจเข้ามาเปลี่ยนวิธีใช้งานสมาร์ตโฟนในอนาคต
หาก Nothing สามารถสร้างประสบการณ์ AI ที่แตกต่างและใช้งานได้จริง นี่อาจเป็นโอกาสสำคัญในการทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าสมาร์ตโฟนไม่ได้เป็นแค่หน้าจอแอปเหมือนเดิมอีกต่อไป
ในมุมนี้ การท้าชน Apple อาจไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่รวมถึงการตั้งคำถามว่าสมาร์ตโฟนยุคต่อไปควรทำงานอย่างไร และแบรนด์เล็กอย่าง Nothing อาจมีความคล่องตัวมากกว่าในการทดลองแนวคิดใหม่ ๆ
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ข่าวนี้อาจไม่ได้หมายความว่า Nothing จะมาแทน iPhone ได้ในเร็ว ๆ นี้ แต่สะท้อนว่าตลาดสมาร์ตโฟนยังมีแบรนด์ที่พยายามเสนอทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เริ่มรู้สึกว่าโทรศัพท์แต่ละปีเปลี่ยนไม่มาก และอยากได้เครื่องที่มีบุคลิกชัดเจนกว่าเดิม
หากคุณใช้ iPhone เพราะระบบนิเวศของ Apple และความเสถียรของ iOS เป็นหลัก Nothing อาจยังไม่ใช่คำตอบที่แทนได้ทันที แต่ถ้าคุณต้องการมือถือ Android ที่ดีไซน์ไม่เหมือนใคร มีซอฟต์แวร์เรียบ และราคาจับต้องง่ายกว่าเรือธง Apple รุ่นใหม่ Nothing ก็เป็นแบรนด์ที่น่าจับตามอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



