ลือ iPhone 19 Pro จะได้ใช้ขิป A22 Pro ขนาด 1.4 นาโนเมตร เล็ก แรง ประหยัดไฟกว่า

แม้ว่าตอนนี้ iPhone 18 ยังไม่เปิดตัวแต่ก็มีข่าวลือ iPhone รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 2028 หลังมีรายงานว่า iPhone รุ่นไฮเอนด์ในปีดังกล่าวจะเปลี่ยนจากชิป 2 นาโนเมตร ไปสู่ชิป A22 Pro ที่ผลิตบนกระบวนการระดับ 1.4 นาโนเมตร
หากข้อมูลนี้เป็นจริง iPhone รุ่นปี 2028 จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Apple Silicon บนสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะในยุคที่ฟีเจอร์ AI บนเครื่อง, การประมวลผลภาพ, เกม และการใช้งานระดับโปรต้องการชิปที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงานมากขึ้นเรื่อย ๆ
รายงานระบุว่า Apple จะเปลี่ยนผ่านจากชิปที่ผลิตบนกระบวนการ 2 นาโนเมตร ไปสู่ชิป 1.4 นาโนเมตร ใน iPhone รุ่นไฮเอนด์ปี 2028 โดยชิปดังกล่าวคาดว่าจะใช้ชื่อว่า A22 Pro
ชิปรุ่นนี้จะถูกใช้กับ iPhone รุ่นพรีเมียมเป็นหลัก เช่น รุ่น Pro หรือรุ่นระดับสูงในไลน์อัปปี 2028 ขณะที่รุ่นมาตรฐานอาจยังใช้ชิปคนละเวอร์ชันหรือเทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ตามแนวทางที่ Apple ใช้แยกความสามารถระหว่างรุ่นปกติและรุ่น Pro ในช่วงหลัง
ส่วนการผลิตนั้นทาง MacRumors รายงานว่า TSMC หรือ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. จะยังคงเป็นผู้ผลิตชิป A22 Pro ส่วนใหญ่ให้กับ Apple ขณะที่ Apple กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการให้ Intel ผลิตชิปบางส่วนด้วย
ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะ Apple เคยใช้ชิปที่ออกแบบโดย Intel ใน Mac มาก่อนในอดีต แต่หลังจากเปลี่ยนมาใช้ Apple Silicon บริษัทก็หันมาออกแบบชิปเองและให้โรงงานภายนอกผลิตแทน หาก Intel เข้ามามีบทบาทจริงในรอบนี้ จะเป็นการผลิตชิปตามดีไซน์ของ Apple ไม่ใช่ชิปที่ Intel ออกแบบเอง
![]()
1.4 นาโนเมตรดีขึ้นอย่างไร?
ผลดีของกระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือโหนด A14 ของ TSMC ถูกคาดว่าจะให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นสูงสุดประมาณ 15% เมื่อเทียบกับชิปบนกระบวนการ 2 นาโนเมตร หรือหากคงประสิทธิภาพเท่าเดิม ก็อาจช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดราว 30%
ในมุมผู้ใช้ สิ่งนี้อาจแปลออกมาเป็น iPhone ที่ตอบสนองเร็วขึ้น เล่นเกมลื่นขึ้น ประมวลผล AI ได้ดีขึ้น ถ่ายภาพและวิดีโอด้วยการประมวลผลขั้นสูงกว่าเดิม หรือใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น หาก Apple เลือกนำข้อได้เปรียบด้านพลังงานไปใช้กับอายุแบตเตอรี่
ปัจจุบัน iPhone 17 Series ใช้ชิปที่ผลิตบนกระบวนการ N3P ระดับ 3 นาโนเมตร ของ TSMC ขณะที่ iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone จอพับที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 จะเป็นกลุ่มแรกที่ใช้ชิปกระบวนการ 2 นาโนเมตร
จากนั้นชิปของ iPhone ในปี 2027 ยังมีแนวโน้มใช้กระบวนการ 2 นาโนเมตรต่อไป ก่อนที่ Apple จะขยับบางรุ่นไปสู่ระดับ 1.4 นาโนเมตรในปี 2028
เหตุผลที่ชิปต้องเล็กเพราะ การลดขนาดกระบวนการผลิตของชิปไม่ได้หมายความว่าเลขยิ่งเล็กแล้วตัวชิปเล็กลงแบบตรงตัวเสมอไป แต่โดยภาพรวม โหนดการผลิตที่ใหม่กว่ามักช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ ทำให้ชิปสามารถประมวลผลได้ดีขึ้น ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพกว่าเดิม และจัดการความร้อนได้ดีขึ้น
สำหรับ iPhone ยุคใหม่ จุดนี้สำคัญมาก เพราะสมาร์ตโฟนไม่ได้ใช้พลังประมวลผลแค่เปิดแอปหรือเล่นเกมเท่านั้น แต่ยังต้องรองรับงาน AI บนอุปกรณ์ การประมวลผลภาพถ่ายและวิดีโอแบบเรียลไทม์ ระบบความปลอดภัย และฟีเจอร์อัจฉริยะต่าง ๆ ที่ต้องทำงานเบื้องหลังตลอดเวลา
หนึ่งในความท้าทายของ Apple คือความต้องการชิปขั้นสูงจากอุตสาหกรรม AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจากผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI และบริษัทอย่าง NVIDIA ที่ต้องการกำลังผลิตจาก TSMC จำนวนมาก
เพราะต้องยอมรับว่าพักหลังมานี้ Apple เคยเผชิญข้อจำกัดด้านซัพพลายชิป โดย Tim Cook ซีอีโอของ Apple เคยกล่าวในการรายงานผลประกอบการว่า iPhone 17 บางรุ่นถูกจำกัดยอดขายในไตรมาสหนึ่ง เพราะ Apple ไม่สามารถรับชิป A19 และ A19 Pro จาก TSMC ได้เพียงพอ ซึ่งอาจจะแก้ไขด้วยการให้ Intel ช่วยผลิต แต่กับอุปกรณ์เช่น iPad, Mac บางรุ่น หรือ iPhone รุ่นมาตรฐานในปี 2028
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังเป็นรายงานจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเท่านั้น Apple ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับ iPhone ปี 2028 หรือชิป A22 Pro อย่างเป็นทางการ
แต่หากพิจารณาจากแนวทางของ Apple ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมักนำกระบวนการผลิตชิปรุ่นใหม่ที่สุดมาใช้กับ iPhone รุ่น Pro ก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่รุ่นอื่นในภายหลัง ดังนั้นข่าวนี้จึงมีความเป็นไปได้ในเชิงทิศทาง แม้รายละเอียดสุดท้ายอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



