Commodore เปิดตัวมือถือ Digital Detox สำหรับคนอยากพักจากสมาร์ตโฟน

Commodore แบรนด์คอมพิวเตอร์ระดับตำนานจากยุค 80s กลับมาอีกครั้งในตลาดอุปกรณ์พกพา แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาในรูปแบบคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเกมย้อนยุคเท่านั้น เพราะแบรนด์ได้เปิดตัว Commodore Callback 8020 มือถือฝาพับดีไซน์ย้อนยุคที่ถูกวางตำแหน่งเป็น “มือถือกึ่งฉลาด” สำหรับคนที่อยากลดการเสพติดหน้าจอ แต่ยังไม่อยากตัดขาดจากแอปจำเป็นในชีวิตประจำวัน
โดยมือถือใหม่ถูกคิดค้นในแนวคิด Digital Detox ที่ไม่ได้ดัมบ์โฟนจนทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่เปิดอิสระเหมือนสมาร์ตโฟนเต็มรูปแบบ โดยยังรองรับแอปพื้นฐานบางอย่าง เช่น WhatsApp, Uber, Spotify และแผนที่ แต่ตั้งใจตัดสิ่งรบกวนอย่างโซเชียลมีเดีย เว็บเบราว์เซอร์ และอีเมลออกไป

มือถือสำหรับคนอยากพักจากสมาร์ตโฟน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแส Digital Detox หรือการลดเวลาใช้งานหน้าจอเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่รู้สึกว่าสมาร์ตโฟนเต็มรูปแบบทำให้เสียสมาธิจากการแจ้งเตือน โซเชียลมีเดีย และคอนเทนต์ที่เลื่อนไม่จบ
Commodore Callback 8020 จึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแทนสมาร์ตโฟนเครื่องหลักของทุกคน แต่ถูกวางให้เป็นมือถือเครื่องที่สอง หรือมือถือสำหรับใช้ช่วงเย็น วันหยุด หรือเวลาที่อยากลดสิ่งรบกวน แต่ยังต้องการฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น โทร แชต ฟังเพลง เรียกรถ และนำทาง
ดีไซน์ฝาพับย้อนยุค พร้อมกลิ่นอาย Commodore
ตัวเครื่องของ Callback 8020 มาในดีไซน์ฝาพับที่ให้อารมณ์ย้อนยุค คล้ายมือถือยุค Y2K ผสมกับกลิ่นอายของแบรนด์ Commodore ในอดีต จุดเด่นคือการใช้ปุ่มกดจริงแบบ T9 แทนการพิมพ์ด้วยคีย์บอร์ดหน้าจอสัมผัส
แนวคิดนี้ตั้งใจทำให้การใช้งานช้าลงเล็กน้อย เพื่อช่วยลดพฤติกรรมหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนหน้าจอโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันก็ยังมีความสนุกแบบเรโทร เช่น เสียงเรียกเข้าสไตล์ชิปจูน เกมเก่า และโหมดกล้องที่ให้อารมณ์วิดีโอยุค 90s Commodore Callback 8020 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Sailfish OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนพื้นฐาน Linux ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการควบคุมประสบการณ์ใช้งาน
การเลือกใช้ Sailfish OS ทำให้ Commodore สามารถออกแบบประสบการณ์แบบปิดบางส่วนได้ง่ายกว่า Android เต็มรูปแบบ โดยระบบจะเน้นแอปที่จำเป็นและลดการเข้าถึงแอปที่อาจทำให้ผู้ใช้กลับไปติดหน้าจอเหมือนเดิม
การติดตั้งระบบปฏิบัติการนี้ทำให้ Callback 8020 แตกต่างจากฟีเจอร์โฟนทั่วไปคือ ยังมีแอปสำคัญที่หลายคนต้องใช้ในชีวิตจริง เช่น แอปแชต แอปเรียกรถ แอปฟังเพลง และแผนที่ แต่จะไม่มีแอปประเภทโซเชียลมีเดีย เว็บเบราว์เซอร์ และอีเมล
แนวทางนี้ทำให้มือถือรุ่นนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างดัมบ์โฟนกับสมาร์ตโฟน กล่าวคือยังพอใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ได้ แต่ไม่เปิดประตูให้สิ่งรบกวนเข้ามามากเกินไป
Commodore ยังมีระบบคัดกรองแอปผ่าน Commodore Store โดยผู้ใช้สามารถขอเพิ่มแอปบางรายการได้ผ่านระบบอนุญาตแบบ Whitelist ซึ่งมีการตรวจสอบก่อน เพื่อรักษาแนวคิดของมือถือที่ลดสิ่งรบกวนเป็นหลัก

กล้องยังดีนะ
แม้ Callback 8020 จะไม่ใช่มือถือที่เน้นการถ่ายภาพระดับเรือธง แต่ก็ให้กล้องความละเอียด 48MP ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพทั่วไป นอกจากนี้ Commodore ใส่ลูกเล่นด้านซอฟต์แวร์ให้เข้ากับคอนเซปต์เรโทร เช่น โหมดวิดีโอที่ให้ฟีลเหมือนกล้องแฮนดี้แคมหรือวิดีโอยุค 90s ซึ่งน่าจะถูกใจคนที่ชอบภาพสไตล์ย้อนยุคมากกว่าภาพสมาร์ตโฟนที่คมชัดและผ่านการประมวลผลหนัก ๆ
สเปก Commodore Callback 8020
แม้จะวางตัวเป็นมือถือ Digital Detox แต่สเปกของ Callback 8020 ไม่ได้พื้นฐานจนเกินไป โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
- ชิปประมวลผล: MediaTek Helio G81
- RAM: 4GB
- พื้นที่เก็บข้อมูล: 64GB
- กล้องหลัง: 48MP
- ระบบปฏิบัติการ: Sailfish OS
- การเชื่อมต่อ: รองรับแอปจำเป็นบางกลุ่มผ่าน Commodore Store
- ฟีเจอร์เสริม: FM Radio, ช่องหูฟัง 3.5 มม., ไฟแจ้งเตือน LED
- แบตเตอรี่: ถอดเปลี่ยนได้
นอกจากนี้ยังมีจุดขายสำหรับสายเสียงด้วยการใส่ช่องหูฟังและ DAC สำหรับฟังเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาร์ตโฟนยุคใหม่หลายรุ่นตัดออกไปแล้ว
ราคาเริ่มต้นแอบสะเทือน
Commodore Callback 8020 มีราคาเริ่มต้นประมาณ 499 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 18,000 บาท เมื่อแปลงค่าเงินแบบคร่าว ๆ ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น
นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันพิเศษ เช่น สีทองแบบ Founders Edition ที่มีราคาสูงขึ้น โดยรายงานต่างประเทศระบุว่าราคาอาจขยับไปถึงประมาณ 640 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 23,000 บาท แล้วแต่รุ่นและสีที่เลือก
เมื่อดูจากราคา Callback 8020 อาจไม่ได้ถูกเมื่อเทียบกับฟีเจอร์โฟนหรือมือถือ Android สเปกคุ้มค่าในตลาด แต่จุดขายของรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่ความแรงหรือความคุ้มค่าสเปกต่อราคา สิ่งที่ Commodore พยายามขายคือประสบการณ์ใช้งานแบบตั้งใจจำกัดตัวเอง ให้ผู้ใช้ยังติดต่อสื่อสารและใช้แอปจำเป็นได้ แต่ลดโอกาสไหลไปกับโซเชียล คอนเทนต์สั้น หรือการเปิดเว็บแบบไม่มีจุดหมาย นั่นเอง
แม้คอนเซปต์ของ Callback 8020 จะน่าสนใจ แต่ยังมีคำถามว่าผู้ใช้ทั่วไปจะยอมจ่ายในระดับราคานี้เพื่อมือถือที่ตั้งใจ “ทำได้น้อยลง” หรือไม่
ในอีกมุมหนึ่ง การที่มือถือรุ่นนี้ยังรองรับแอปจำเป็นบางส่วน อาจทำให้ตอบโจทย์มากกว่าดัมบ์โฟนทั่วไป เพราะผู้ใช้ยังสามารถติดต่อคนใกล้ตัว เรียกรถ ฟังเพลง หรือใช้แผนที่ได้ โดยไม่ต้องกลับไปใช้สมาร์ตโฟนเต็มรูปแบบตลอดเวลา และทุกคนที่ติดมือถือในยุคนี้เห็นมือถือรุ่นนี้แล้วคิดยังไงกันบ้าง?
อัลบั้มภาพ 11 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







