Android 17 มาแล้วพร้อมฟีเจอร์ใหม่และเกมแพดเสมือน Pixel ได้อัปเดตก่อน

Android 17 มาแล้วพร้อมฟีเจอร์ใหม่และเกมแพดเสมือน Pixel ได้อัปเดตก่อน

Android 17 มาแล้วพร้อมฟีเจอร์ใหม่และเกมแพดเสมือน Pixel ได้อัปเดตก่อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในที่สุด Google เริ่มปล่อยอัปเดต Android 17 เวอร์ชันเสถียรอย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ใช้สมาร์ตโฟนตระกูล Pixel จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับอัปเดต ก่อนที่แบรนด์ Android รายอื่นจะทยอยปล่อยตามมาในภายหลัง

Android 17 รอบนี้ถือเป็นการอัปเดตที่ไม่ได้เน้นเปลี่ยนหน้าตาแบบยกเครื่อง แต่เพิ่มฟีเจอร์ใช้งานจริงหลายด้าน ตั้งแต่การทำงานหลายหน้าต่างแบบ Bubbles, ระบบบันทึกหน้าจอพร้อมวิดีโอเซลฟี่, ความเป็นส่วนตัวที่ละเอียดขึ้น, การจัดการประสิทธิภาพ รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมากสำหรับมือถือจอพับอย่าง Virtual Gamepad

 

ฟีเจอร์ใหม่ของ Android 17

ต้องบอกว่าฟีเจอร์ใหม่ของ Android 17 มีเยอะมาก แต่สิ่งที่เราพาคุณไปเริ่มกันก่อนคือ Bubbles ที่ต่อยอดจากแนวคิดหน้าต่างลอยแบบแชตเฮด แต่รอบนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแอปสนทนาอีกต่อไป

ผู้ใช้สามารถแตะค้างที่ไอคอนแอปบนหน้าจอหลัก แล้วเลือกปุ่มใหม่เพื่อเปลี่ยนแอปให้กลายเป็นหน้าต่างลอยได้ ทำให้เรียกใช้งานแอปสำคัญระหว่างทำงานอื่นได้สะดวกขึ้น เช่น เปิดแผนที่ไว้ดูระหว่างวางแผนทริป เปิดโน้ตไว้จดข้อมูล หรือเปิดวิดีโอสอนใช้งานควบคู่กับแอปอื่น

สำหรับอุปกรณ์จอใหญ่ เช่น แท็บเล็ตและมือถือจอพับ Android 17 จะมี Bubble Bar อยู่บริเวณมุมล่างขวา ช่วยให้การสลับแอปแบบหน้าต่างลอยทำได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น

17-2_batch

Screen Reactions บันทึกหน้าจอพร้อมวิดีโอเซลฟี่

Android 17 ยังปรับปรุงระบบบันทึกหน้าจอใหม่ โดยเพิ่มอินเทอร์เฟซแบบแถบลอยที่ควบคุมได้ง่ายกว่าเดิม หลังเริ่มบันทึก ผู้ใช้สามารถแตะตัวแสดงสถานะเพื่อเปิดเมนูควบคุม หยุดบันทึก หรือเข้าไปตั้งค่าเพิ่มเติมได้

ไฮไลต์ใหม่คือ Screen Reactions ที่ให้ผู้ใช้เพิ่มวิดีโอจากกล้องหน้าเข้าไปพร้อมกับการบันทึกหน้าจอ เหมาะกับครีเอเตอร์ที่ต้องการทำวิดีโอรีแอ็กชัน สอนใช้งานแอป รีวิวเกม หรืออธิบายฟีเจอร์บนมือถือโดยไม่ต้องนำไฟล์ไปตัดต่อซ้อนภาพเองภายหลัง

หลังบันทึกเสร็จ ระบบจะพาไปยังหน้าพรีวิวแบบเต็มหน้าจอ เพื่อเลือกแก้ไข ลบ หรือแชร์คลิปต่อได้ทันที

17-3_batch

ปรับเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยให้ละเอียดขึ้น

Android 17 ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยมีการปรับหน้าตัวเลือกสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งให้ชัดเจนกว่าเดิม ผู้ใช้จะเห็นตัวเลือก Precise และ Approximate พร้อมช่องเลือกที่เข้าใจง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกให้แอปใช้งานตำแหน่งแบบแม่นยำเพียงครั้งเดียว รวมถึงปรับปรุงการคำนวณตำแหน่งโดยประมาณให้ดีขึ้น และเปิดให้ผู้ใช้แชร์เฉพาะรายชื่อผู้ติดต่อบางคนกับแอปได้ แทนการเปิดสมุดรายชื่อทั้งหมด

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Find Hub เมื่อผู้ใช้เลือกสถานะ Mark as lost จะสามารถกำหนดให้ต้องยืนยันด้วยข้อมูลชีวมิติได้ ทำให้แม้คนร้ายจะรู้รหัสผ่าน ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในเครื่องหรือปิดการติดตามได้ง่าย

Quick Settings ปรับใหม่ แยก Wi-Fi กับ Mobile Data

ใน Android 17 แผง Quick Settings มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ โดยแยกปุ่ม Wi-Fi และ Mobile Data ออกจากกัน หลังจากก่อนหน้านี้ Google รวมไว้ในปุ่ม Internet Tile เดียว

การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะถูกใจผู้ใช้จำนวนไม่น้อย เพราะทำให้การเปิด-ปิด Wi-Fi หรือดาต้ามือถือทำได้ตรงกว่าเดิม นอกจากนี้ในอุปกรณ์ที่รองรับยังมีปุ่ม Satellite สำหรับเข้าเมนู Satellite connectivity ได้ด้วย

จัดการ RAM ดีขึ้น ช่วยประหยัดแบตเตอรี่

Android 17 เพิ่มระบบจำกัดการใช้หน่วยความจำของแอป เพื่อป้องกันไม่ให้แอปบางตัวใช้ RAM มากเกินไป ซึ่ง Google ระบุว่าช่วยให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น และช่วยรักษาแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้น

ฟีเจอร์นี้อาจไม่ได้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็นชัดบนหน้าจอ แต่มีผลกับประสบการณ์ระยะยาว โดยเฉพาะมือถือที่เปิดหลายแอปพร้อมกัน หรือใช้งานแอปที่กินทรัพยากรสูง

foldable_gaming.width-1000.fo

เกมแพดเสมือนบนมือถือพับได้

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากคือ Virtual Gamepad สำหรับมือถือจอพับ โดย Android 17 จะเพิ่มเลย์เอาต์แบบ 50/50 ให้เกมมือถือบนจอพับสามารถแสดงภาพเกมครึ่งบน และใช้ครึ่งล่างเป็นปุ่มควบคุมเสมือนกับจอยเกม

แนวคิดนี้คล้ายประสบการณ์จากเครื่องเกมพกพาหรืออีมูเลเตอร์ โดยด้านบนของหน้าจอใช้แสดงเกม ส่วนด้านล่างเป็นปุ่มและอนาล็อกเสมือน ทำให้ไม่ต้องเอานิ้วไปบังภาพเกมเหมือนการเล่นเกมมือถือทั่วไป

Google ระบุว่าฟีเจอร์นี้จะตามมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ยังไม่ได้เปิดใช้งานพร้อมการปล่อย Android 17 วันแรก

รองรับการ Remap ปุ่มจอย และลดเฟรมตกขณะเล่นเกม

สำหรับผู้ที่ใช้จอยเกมภายนอก Android 17 จะรองรับการ Remap ปุ่มคอนโทรลเลอร์ ในระดับระบบ ช่วยให้ผู้เล่นปรับผังปุ่มได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการตั้งค่าภายในแต่ละเกมเพียงอย่างเดียว

Google ยังระบุว่า Android 17 มีการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมความละเอียดสูง ช่วยลดปัญหาเฟรมตกและเพิ่มความลื่นไหลในการเล่นเกมบนอุปกรณ์ที่รองรับ

us_ggl_android_17_blog_hero_2

เปลี่ยนหน้าตาบางส่วน แต่ไม่ถึงขั้นยกเครื่อง

ด้านดีไซน์ Android 17 มีการปรับรายละเอียดหลายจุด เช่น แผง Widget มีพื้นหลังเบลอคล้าย Quick Settings และ Notification Shade, ไอคอนบางส่วนถูกปรับใหม่ และเพิ่มปุ่มปิดในหน้าสแกนลายนิ้วมือ

ในแอป Settings มีเมนู Accounts and backup ใหม่ รวมถึงตัวเลือก Assistant volume ในหมวด Sound & vibration และตัวเลือกจัดการ Dark theme แบบขยายสำหรับแต่ละแอป

นอกจากนี้ Android 17 ยังมี Easter Egg ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เจเนอเรชัน โดยเข้าได้จาก Settings > About phone > Android version แล้วแตะเลข 17 ซ้ำ ๆ

อัปเดตได้ที่ไหน

Google เปิดให้ผู้ใช้ Pixel อัปเดต Android 17 ได้แล้วผ่านเมนู Settings > System > System update แล้วกดตรวจสอบอัปเดต หาก OTA ยังไม่เด้งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

การปล่อย Android 17 ครั้งนี้ยังมาพร้อมกับ June 2026 Pixel Feature Drop ซึ่งเป็นอัปเดตฟีเจอร์ชุดใหม่ของ Pixel ทำให้ผู้ใช้ Pixel ได้ทั้งระบบปฏิบัติการใหม่และฟีเจอร์เสริมในรอบเดียวกัน ส่วนมือถือยี่ห้ออื่นรอไปก่อน

Pixel รุ่นไหนได้ Android 17

รุ่น Pixel ที่เริ่มได้รับ Android 17 มีตั้งแต่ Pixel 6 Series ไปจนถึง Pixel 10 Series รวมถึง Pixel Fold และ Pixel Tablet โดยรายชื่อรุ่นที่รองรับ ได้แก่

  • Pixel 6, Pixel 6 Pro, Pixel 6a
  • Pixel 7, Pixel 7 Pro, Pixel 7a
  • Pixel Tablet
  • Pixel Fold
  • Pixel 8, Pixel 8 Pro, Pixel 8a
  • Pixel 9, Pixel 9 Pro, Pixel 9 Pro XL, Pixel 9 Pro Fold, Pixel 9a
  • Pixel 10, Pixel 10 Pro, Pixel 10 Pro XL, Pixel 10 Pro Fold, Pixel 10a

สำหรับผู้ที่ใช้งาน Android 17 Beta 4.1 จะได้รับอัปเดตขนาดเล็กเพื่อขยับไปเป็นเวอร์ชันเสถียร ส่วนผู้ที่อยู่ในโปรแกรม Android Beta ยังสามารถทดสอบ QPR และ Feature Drop รุ่นต่อไปได้ต่อเนื่อง

ผู้ใช้ Android แบรนด์อื่นต้องรออีกสักพัก

ตอนนี้ Android 17 เริ่มปล่อยให้ Pixel ก่อนตามธรรมเนียมของ Google ส่วนมือถือแบรนด์อื่น เช่น Samsung, Xiaomi, OPPO, vivo, OnePlus หรือ HONOR จะต้องรอประกาศแผนจากแต่ละผู้ผลิตอีกครั้ง

เพราะโดยปกติแบรนด์ใหญ่จะนำ Android เวอร์ชันใหม่ไปปรับแต่งร่วมกับอินเทอร์เฟซของตัวเอง เช่น One UI, HyperOS, ColorOS, OriginOS หรือ OxygenOS ก่อนทยอยปล่อยอัปเดตตามรุ่นและภูมิภาค

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล