Ericsson นำ AI ใส่เครือข่าย RAN เพิ่มความเร็ว ลดพลังงาน ปูทางสู่ 6G

เมื่อบริการ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เครือข่ายมือถือก็ต้องฉลาดและตอบสนองได้เร็วกว่าเดิม ล่าสุด Ericsson เปิดตัว AI in RAN ซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิกที่นำ AI เข้าไปทำงานในส่วนสำคัญของเครือข่ายวิทยุ หรือ RAN เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ให้รองรับการใช้งานยุค AI ได้ดียิ่งขึ้น
จุดเด่นของซอฟต์แวร์นี้คือสามารถทำงานบนเครือข่าย 5G ที่มีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ความจุ และการประหยัดพลังงานของระบบได้ผ่านการอัปเกรดซอฟต์แวร์
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
AI in RAN คืออะไร
AI in RAN คือซอฟต์แวร์จาก Ericsson ที่นำโมเดล AI ระดับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเข้าไปฝังอยู่ในระบบเครือข่ายวิทยุ ทั้งในส่วนของ Basebands และ Radios เพื่อให้เครือข่ายสามารถประมวลผลและตัดสินใจได้ฉลาดขึ้นแบบเรียลไทม์
เป้าหมายหลักคือช่วยให้เครือข่ายมือถือสามารถปรับตัวตามสภาพการใช้งานจริง เช่น พื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น การจัดสรรคลื่นความถี่ การควบคุมสัญญาณ และการประหยัดพลังงาน โดยทั้งหมดนี้ทำงานอยู่ในระดับเครือข่าย RAN ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบมือถือ
ทำไม AI ต้องเข้าไปอยู่ใน RAN
ในยุคที่บริการ AI เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้ต้องการเครือข่ายที่มีความเร็วสูง หน่วงต่ำ และเสถียรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานวิดีโอคุณภาพสูง เกมออนไลน์ บริการคลาวด์ หรือบริการ AI แบบเรียลไทม์ในอนาคต
Ericsson ระบุว่า AI in RAN ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลที่มีค่าความหน่วงต่ำมากในระดับไมโครวินาที ทำให้เครือข่ายสามารถตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ จากเดิมที่เครือข่ายต้องอาศัยการตั้งค่าหรือการปรับแต่งจากระบบบริหารจัดการเป็นหลัก ต่อไป AI จะเข้ามาช่วยให้เครือข่าย “คิดและปรับตัว” ได้เองมากขึ้นในจุดที่สำคัญที่สุด
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
จุดเด่นของ AI in RAN จาก Ericsson
- โมเดล AI ระดับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ออกแบบมาเพื่อประมวลผลแบบเรียลไทม์ภายในเครือข่าย RAN
- เรียนรู้และปรับปรุงได้ต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลคุณภาพสูงเพื่อพัฒนาและขยายการทำงานในระบบจริง
- รองรับ Agentic AI เพื่อผลักดันระบบอัตโนมัติขั้นสูงสำหรับการบริหารจัดการเครือข่าย
- ไม่ต้องเพิ่มฮาร์ดแวร์ใหม่ สามารถใช้งานกับเครือข่าย 5G ที่มีอยู่แล้วผ่านการอัปเกรดซอฟต์แวร์
- รองรับทั้งระบบเฉพาะและ Cloud RAN ทำงานร่วมกับ Ericsson 5G Advanced ได้ทั้งสองรูปแบบ
จากการติดตั้งใช้งานจริงและการทดสอบมากกว่า 15 เครือข่ายทั่วโลก Ericsson ระบุว่า AI in RAN สามารถช่วยเพิ่มปริมาณข้อมูลดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 20%
นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่ได้สูงสุด 10% และรองรับผู้ใช้งานในพื้นที่ที่มีการรับส่งข้อมูลหนาแน่นได้มากขึ้นถึง 2 เท่า
สำหรับการใช้งานจริง ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะหมายความว่าผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถรีดประสิทธิภาพจากโครงข่ายเดิมได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์จำนวนมากในทันที
ช่วยให้เครือข่ายประหยัดพลังงานมากขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ AI in RAN ไม่ได้เน้นแค่เรื่องความเร็ว แต่ยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานของเครือข่ายด้วย
Ericsson ออกแบบระบบให้ AI เข้าไปทำงานร่วมกับ Ericsson Silicon เพื่อให้การประมวลผล AI ในส่วนคลื่นวิทยุมีประสิทธิภาพและใช้พลังงานคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายที่ต้องบริหารทั้งคุณภาพสัญญาณและต้นทุนพลังงานไปพร้อมกัน
ระบุตำแหน่งแม่นขึ้น และคาดการณ์สัญญาณได้ดีขึ้น
นอกจากประสิทธิภาพด้านความเร็วและความจุเครือข่ายแล้ว AI in RAN ยังช่วยเพิ่มความสามารถด้านการคาดการณ์และการระบุตำแหน่งผู้ใช้งานด้วย
Ericsson ระบุว่าระบบสามารถให้ความแม่นยำในการคาดการณ์ความครอบคลุมของสัญญาณที่ระดับ 90 - 95% และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่งผู้ใช้งานได้สูงขึ้นถึง 5 เท่า
ความสามารถนี้อาจเป็นพื้นฐานสำคัญของบริการใหม่ในอนาคต เช่น บริการที่ต้องใช้ตำแหน่งแบบแม่นยำสูง ระบบอัตโนมัติในเมืองอัจฉริยะ หรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ
ฟีเจอร์แรกพร้อมใช้งานในไตรมาส 2
Ericsson ระบุว่า ฟีเจอร์แรกของ AI in RAN จะเริ่มพร้อมใช้งานในช่วง ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะมีการอัปเกรดเพิ่มเติมในช่วงปลายปี
ตัวอย่างฟีเจอร์ที่อยู่ในชุดซอฟต์แวร์นี้ ได้แก่
- AI-native Scheduler for Link Adaptation
- AI-powered Macro Positioning
- AI-managed Beamforming
- AI-powered Multi-layer Coordination
- Performance Management Event Schema Files
- Augmented Observability for AI in RAN
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่เริ่มให้ความสนใจ
Ericsson เปิดเผยว่าเทคโนโลยี AI in RAN ได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่หลายรายทั่วโลก เช่น SoftBank, Bell, SK Telecom และ Rogers
ผู้ให้บริการเหล่านี้มองว่า การนำ AI เข้าไปทำงานในส่วนลึกของเครือข่าย RAN จะช่วยให้สามารถปรับแต่งคุณภาพสัญญาณ ประสิทธิภาพคลื่นความถี่ และประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์
โดยเฉพาะในอนาคตที่บริการ AI, Physical AI และแอปพลิเคชันที่ต้องการเครือข่ายหน่วงต่ำและเสถียรสูงเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เครือข่ายมือถือจึงต้องฉลาดและปรับตัวได้ดีกว่าเดิม
ปูทางสู่ 6G แบบ AI-native
Ericsson ระบุว่า บริษัทเริ่มนำฟังก์ชัน AI มาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครือข่ายตั้งแต่ยุค 4G และในปี 2564 ได้เพิ่มระบบเร่งความเร็วที่รองรับ AI หรือ AI-ready acceleration เข้าไปในระบบ RAN Compute
ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ Ericsson ยังเปิดตัว Neural Network Accelerators ในอุปกรณ์ Massive MIMO radios ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถการประมวลผล AI ได้ถึง 10 เท่า
ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางชัดเจนว่าเครือข่ายมือถือยุคถัดไปจะไม่ได้เป็นเพียงระบบส่งข้อมูลอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครือข่ายที่มี AI เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการปูทางสู่ 6G แบบ AI-native ในอนาคต
ผู้บริหาร Ericsson ชี้ AI in RAN คือก้าวสำคัญของเครือข่ายยุคใหม่
Mårten Lerner หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์เครือข่ายและการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ของ Ericsson กล่าวว่า บริษัทกำลังกำหนดนิยามใหม่ให้กับเครือข่ายมือถือ ด้วยการนำขีดความสามารถ AI ประสิทธิภาพสูงมามอบให้ผู้ให้บริการเครือข่าย
เขาระบุว่า AI in RAN เป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าไปสู่เครือข่ายแบบ AI-native ควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายวิทยุที่รองรับ AI ซึ่ง Ericsson ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้
การเปิดตัว AI in RAN ของ Ericsson ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญว่า อนาคตของเครือข่ายมือถือจะไม่ได้แข่งขันกันแค่ความเร็วสูงสุดเท่านั้น แต่จะเน้นเรื่องความฉลาดของระบบ ความสามารถในการปรับตัวแบบเรียลไทม์ และการใช้ทรัพยากรเครือข่ายให้คุ้มค่าที่สุด
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ผลลัพธ์ที่อาจเห็นได้ในอนาคตคือเครือข่ายที่เร็วขึ้น เสถียรมากขึ้น ใช้งานได้ดีขึ้นในพื้นที่คนหนาแน่น และรองรับบริการ AI หรือแอปพลิเคชันยุคใหม่ได้ดีขึ้น ส่วนผู้ให้บริการเครือข่าย AI in RAN อาจเป็นทางเลือกในการเพิ่มศักยภาพของเครือข่าย 5G เดิม โดยไม่ต้องเริ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าจับตามองมากในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก 5G Advanced ไปสู่ 6G ในอนาคต
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



