CEO Nothing เผย RAM กลายเป็นชิ้นส่วนแพงที่สุดในสมาร์ตโฟน

Carl Pei ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Nothing ออกมาให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับต้นทุนสมาร์ตโฟนยุคใหม่ โดยระบุว่า RAM หรือหน่วยความจำ ได้กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของสมาร์ตโฟนแล้ว และในบางกรณีอาจมีต้นทุนสูงกว่าชิปเซ็ตหรือหน้าจอเสียอีก
ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะที่ผ่านมาเวลาพูดถึงต้นทุนมือถือ หลายคนมักนึกถึงชิปประมวลผล กล้อง หรือหน้าจอเป็นหลัก แต่ในปี 2026 ต้นทุนของหน่วยความจำกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ราคาสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ขยับสูงขึ้นทั่วทั้งตลาด
RAM แพงกว่าชิปเซ็ตและหน้าจอแล้ว?
Carl Pei ได้ออกาเปิดเผยว่าหน่วยความจำในสมาร์ตโฟนกลายเป็นต้นทุนที่หนักมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเขาระบุว่า Memory อาจคิดเป็นมากกว่า 50% ของต้นทุนฮาร์ดแวร์รวม ในสมาร์ตโฟนบางรุ่น เขายังยกตัวอย่างว่าในกรณีของ Nothing Phone (4a) ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างหนัก โดยมีการปรับขึ้นหลายรอบตั้งแต่ช่วงวางแผนผลิตจนถึงหลังเปิดตัวสินค้า

RAM แพงขึ้นเพราะ?
สาเหตุหลักมาจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรม AI และ Data Center ที่ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากในการประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่
เมื่อ Data Center และอุตสาหกรรม AI ต้องการชิปหน่วยความจำจำนวนมหาศาล ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจึงต้องแข่งขันแย่งกำลังการผลิตกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนประเภท DRAM และ Storage ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มือถือปี 2026 กับตุ้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
รายงานจากหลายสื่อระบุว่า ราคาหน่วยความจำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยากขึ้น คือเพิ่มราคาขาย หรือปรับลดสเปกบางส่วนเพื่อคุมต้นทุน
ในช่วงที่ผ่านมา สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่บางรุ่นเริ่มมีราคาสูงกว่ารุ่นก่อนแล้ว โดยบางตลาดพบว่าราคาเปิดตัวเพิ่มขึ้นราว 100 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมในระดับเดียวกัน
Nothing Phone (4a)
กลุ่มมือถือไหนที่กระทบเยอะ
มือถือเรือธงอาจยังพอรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ เพราะมีราคาขายและมาร์จินมากกว่า แต่สำหรับมือถือระดับกลางและรุ่นคุ้มค่า ต้นทุน RAM ที่เพิ่มขึ้นอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะผู้ผลิตต้องรักษาราคาให้อยู่ในระดับที่ผู้บริโภครับได้ ขณะเดียวกันผู้ใช้ก็คาดหวัง RAM 8GB, 12GB หรือมากกว่านั้นเป็นมาตรฐานใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่ฟีเจอร์ AI บนเครื่องต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้น
ยุค AI ทำให้ RAM สำคัญกว่าเดิม
เดิมที RAM มีหน้าที่หลักในการช่วยให้เปิดแอปหลายตัว สลับแอปได้ลื่น และเล่นเกมได้ดี แต่ยุค AI ทำให้ RAM มีบทบาทมากขึ้น เพราะฟีเจอร์ AI แบบ On-device ต้องใช้หน่วยความจำในการโหลดโมเดลและประมวลผลข้อมูลภายในเครื่อง
นั่นหมายความว่า มือถือที่มี RAM น้อยอาจไม่ได้เสียเปรียบแค่เรื่องความลื่นไหล แต่ยังอาจพลาดฟีเจอร์ AI บางอย่างในอนาคตด้วย
ผู้บริโภคควรรีบซื้อมือถือไหม?
Carl Pei ให้มุมมองว่า หากกำลังวางแผนซื้อสมาร์ตโฟนใหม่ การรอโปรโมชันหรือรอราคาลดอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ได้ผลเหมือนเดิม เพราะเมื่อชิ้นส่วนมีต้นทุนสูงและมีความต้องการมาก ผู้ผลิตอาจมีพื้นที่ในการลดราคาน้อยลง
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การตัดสินใจซื้อยังควรดูจากความจำเป็นจริงเป็นหลัก หากมือถือเดิมยังใช้งานได้ดี ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน แต่ถ้ากำลังจะซื้อเครื่องใหม่อยู่แล้ว การเลือกรุ่นที่มี RAM เพียงพอสำหรับใช้งานระยะยาวอาจเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญมากขึ้น
แต่สถานการณ์จะเป็นแบบนี้อีกนานไหม คงต้องรอลุ้นกันต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



