Apple ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ "Siri AI" คุยโต้ตอบลื่นไหล จำประวัติแชทข้ามเครื่องได้แล้ว

Apple ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ "Siri AI" คุยโต้ตอบลื่นไหล จำประวัติแชทข้ามเครื่องได้แล้ว

Apple ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ "Siri AI" คุยโต้ตอบลื่นไหล จำประวัติแชทข้ามเครื่องได้แล้ว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในที่สุด Apple ก็ยอมรับว่ามีหลายครั้งที่ผู้ใช้งานคาดหวังจาก Siri มากกว่าที่เป็นอยู่ ล่าสุดในงาน WWDC26 จึงได้ประกาศเปิดตัวการอัปเกรดครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมเปลี่ยนชื่อผู้ช่วยอัจฉริยะรายนี้เป็น "Siri AI" อย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นเรื่องความสามารถในการเข้าใจบริบทส่วนบุคคล ตอบโต้บทสนทนาที่ซับซ้อน และรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้อย่างชาญฉลาด

 siri-ai-dynamic-island

ย้ายบ้านใหม่ไปอยู่บน Dynamic Island

Siri AI โฉมใหม่จะถูกฝังรวมเข้ากับ Dynamic Island โดยตรง ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายขึ้นเพียงแค่ปัดหน้าจอลงมาจากบริเวณ Dynamic Island กดปุ่มด้านข้าง หรือสั่งการด้วยเสียงตามปกติ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงเอนจินเสียงใหม่ทั้งหมด ช่วยให้ Siri AI แสดงน้ำเสียงและอารมณ์ได้เป็นธรรมชาติคล้ายมนุษย์มากขึ้น โดยสามารถปรับแต่งรายละเอียดของเสียงได้ตั้งแต่ขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้น

ฉลาดล้ำด้วยการทำงานเชื่อมโยงข้อมูลข้ามแอป

ในการสาธิตบนเวที Apple ได้โชว์ความสามารถของ Siri AI ในการประมวลผลคำสั่งที่ซับซ้อนและต่อเนื่องได้อย่างลื่นไหล เช่น การถามถึงคอนเสิร์ตของศิลปิน ระบบสามารถแจ้งเงื่อนไขการซื้อตั๋วพร้อมตั้งแจ้งเตือนวันเปิดจองให้ทันที หรือการสั่งให้ระบุสถานที่สำคัญจากรูปถ่าย พร้อมเปิดระบบนำทางไปยังสถานที่นั้น และดึงรูปภาพจากการไปเที่ยวกับครอบครัวเพื่อแชร์เข้าอัลบั้มส่วนกลางได้ในคำสั่งต่อเนื่องกัน

ที่น่าสนใจคือความสามารถในการสังเคราะห์ข้อมูลข้ามแอปพลิเคชัน เช่น ผู้ใช้สามารถถามถึงเมนูขนมหวานที่เคยคุยไว้ในแอป Messages จากนั้นสั่งให้ Siri AI นำรายละเอียดมาเขียนสรุปเป็นเมนูสำหรับงานปาร์ตี้ พร้อมร่างข้อความส่งข้อความหาเพื่อนๆ ได้ทันทีในไม่กี่วินาที

siri-app

เปิดตัวแอป Siri โดยเฉพาะ รองรับการซิงก์ข้อมูลผ่าน iCloud

Apple ยังได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Siri เป็นครั้งแรกบน iOS 27, iPadOS 27 และ macOS Golden Gate ทำให้ผู้ใช้งานมีพื้นที่เฉพาะในการพิมพ์คุยหรือพูดโต้ตอบกับ AI ได้อย่างอิสระ จุดเด่นคือระบบจะบันทึกประวัติการสนทนาทั้งหมดและซิงก์ข้ามอุปกรณ์ผ่าน iCloud ช่วยให้สามารถสลับไปใช้งานต่อบนอุปกรณ์อื่นได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้จะรองรับการใช้งานบน watchOS ด้วยเช่นกัน

สำหรับฝั่ง Mac ระบบ Siri AI จะถูกฝังรวมเข้ากับ Spotlight และเมนูคลิกขวาบนไฟล์หรือหน้าต่างต่างๆ ส่วนบน visionOS จะมาพร้อมหน้าตาการแสดงผลแบบสามมิติที่ผู้ใช้งานสามารถหยิบไปวางไว้ตรงไหนก็ได้ในพื้นที่เสมือนจริง

การแปลงโฉมเป็น Siri AI ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ช่วยของ Apple หลุดพ้นจากคำสบประมาทเดิมๆ การเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลในแอปต่างๆ ได้อย่างเหนียวแน่น จะช่วยให้ชีวิตผู้ใช้งานง่ายขึ้นมหาศาล อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก Siri AI จะเปิดให้ใช้งานในเวอร์ชันภาษาอังกฤษก่อนเท่านั้น ซึ่งต้องรอติดตามการอัปเกรดภาษาไทยในอนาคตต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล