รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังอะไรอย่างเท่! สไตล์ยูนีคจากอังกฤษ ใส่สบายไม่มีหลุด

Nothing Ear (open) หูฟังไร้สายแบบ Open-Ear จากแบรนด์ Nothing กลับมาเพิ่มสีใหม่ Blue หรือสีฟ้า เอาใจคนที่อยากได้หูฟังดีไซน์แตกต่าง ใส่แล้วไม่อุดหู และยังคงได้เอกลักษณ์ความโปร่งใสตามสไตล์ Nothing โดยรุ่นนี้ออกแบบให้คนที่ชอบให้เสียงเข้ามา เห็นแบบนี้ Sanook Hitech พาคุณมาดูแบบจัดหนักว่าเป็นอย่างไรเรามาดูกัน
ดีไซน์โดดเด่น

จุดเด่นของ Nothing Ear (open) ยังคงอยู่ที่งานออกแบบโปร่งใส ทั้งตัวหูฟังและฝาเคสด้านบนที่เผยให้เห็นโครงสร้างภายในแบบเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Nothing ตัวเคสชาร์จมีความบางเพียง 19 มิลลิเมตร ทำให้พกพาง่าย ใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อได้ไม่เทอะทะ ขณะที่การจัดวางหูฟังในเคสถูกออกแบบให้หยิบใช้งานง่าย เปิดฝาแล้วหยิบใส่หูได้ทันที

ใส่สบายแบบ Open-Ear ไม่อุดหู
จุดเด่นที่ต้องบอกเลยว่า Nothing Ear (open) เป็นหูฟังแบบ Open-Ear หรือหูฟังเปิด ที่ไม่ได้เสียบเข้าไปในช่องหูโดยตรง จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความอึดอัดของหูฟัง In-Ear และต้องการรับรู้เสียงรอบตัวระหว่างใช้งาน ตัวหูฟังมีน้ำหนักเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง ใช้ระบบสมดุลแบบ Three-point balance system เพื่อช่วยให้หูฟังโอบรับกับใบหูได้กระชับขึ้น
ส่วนตะขอเกี่ยวหูใช้ลวด นิกเกิล-ไทเทเนียม หุ้มด้วยซิลิโคนเหลว ให้ความยืดหยุ่นและลดแรงกดระหว่างสวมใส่ เหมาะกับการใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใส่ระหว่างกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายทั่วไป

ปรับองศาและลำโพงให้เสียงดีขึ้น
ตัวหูฟังถูกออกแบบให้ลำโพงเอียงทำมุมประมาณ 50 องศา เพื่อวางตำแหน่งเสียงให้อยู่เหนือช่องหูในจุดที่เหมาะสม ช่วยให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงเพลงพร้อมกับยังรับรู้เสียงรอบตัวได้
จุดนี้ทำให้ Nothing Ear (open) เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งหรือระหว่างเดินทาง เพราะไม่ตัดเสียงภายนอกออกทั้งหมด ช่วยให้ยังได้ยินเสียงรถ เสียงประกาศ หรือเสียงคนรอบข้างในสถานการณ์ที่ต้องระวังความปลอดภัย

แม้เป็นหูฟังแบบเปิด แต่ Nothing Ear (open) ใส่ไดรเวอร์แบบ Dynamic Stepped Driver ขนาด 14.2 มม. พร้อมไดอะแฟรมเคลือบไทเทเนียม เพื่อช่วยให้เสียงมีความชัดเจนและตอบสนองย่านความถี่สูงได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังมีระบบ Bass Enhance สำหรับปรับระดับเบสแบบเรียลไทม์ ช่วยชดเชยข้อจำกัดของหูฟังแบบ Open-Ear ที่มักให้เบสไม่แน่นเท่าหูฟัง In-Ear

Sound Seal ลดเสียงรั่ว เพิ่มความเป็นส่วนตัว
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Sound Seal ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดเสียงรั่วจากหูฟัง โดยใช้การปล่อยคลื่นเสียงหักล้างกันบริเวณช่องอะคูสติกด้านหลัง ทำให้เสียงวิ่งเข้าหาผู้ฟังมากขึ้นและลดโอกาสที่คนรอบข้างจะได้ยินเสียงจากหูฟัง
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ใช้งานในพื้นที่สาธารณะได้มั่นใจขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ประชุมออนไลน์ หรือคุยโทรศัพท์ในคาเฟ่ รถไฟฟ้า หรือออฟฟิศ

แอป Nothing X
Nothing Ear (open) รองรับการปรับเสียงผ่านแอป Nothing X ทั้งบน iOS และ Android โดยมี Advanced EQ แบบ 8 แบนด์ ให้ปรับแต่งเสียงได้ละเอียด รวมถึงควบคุมค่า Q Factor และความถี่ได้ อีกลูกเล่นคือสามารถบันทึกโปรไฟล์เสียงและแชร์เป็น QR Code ได้ เหมาะกับคนที่ชอบปรับเสียงตามแนวเพลง หรืออยากลองโปรไฟล์เสียงจากคอมมูนิตี้ผู้ใช้ Nothing
คุยสายชัดขึ้นด้วย Clear Voice Technology
Nothing Ear (open) มีไมโครโฟน 2 ตัว ทำงานร่วมกับ Clear Voice Technology ที่ใช้ AI ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง โดย Nothing ระบุว่าระบบผ่านการเรียนรู้สถานการณ์เสียงมากกว่า 28 ล้านรูปแบบ
ตัวหูฟังยังออกแบบช่องรับเสียงรูปตัว L เพื่อช่วยลดเสียงลม ทำให้เหมาะกับการคุยสายหรือประชุมออนไลน์ระหว่างเดินทางมากขึ้น
ฟีเจอร์อื่นๆ
หูฟังรุ่นนี้รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 ช่วยป้องกันเหงื่อและละอองน้ำจากการใช้งานทั่วไปได้ ด้านการเชื่อมต่อใช้ Bluetooth 5.3 รองรับ Dual Connection เชื่อมต่อพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ และมี Low Lag Mode สำหรับลดความหน่วงขณะเล่นเกมหรือดูวิดีโอ
หากใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน Nothing OS ยังสามารถเรียกใช้งาน ChatGPT ผ่านคำสั่งเสียงได้ด้วย

แบตฯ อึดแค่ไหน
ด้านแบตเตอรี่ Nothing Ear (open) สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้สูงสุด 8 ชั่วโมง จากตัวหูฟัง และใช้งานรวมกับเคสชาร์จได้สูงสุด 30 ชั่วโมง สำหรับการสนทนา สามารถคุยต่อเนื่องได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง และรวมเคสได้สูงสุด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จไวที่ชาร์จในเคสเพียง 10 นาที สามารถใช้งานฟังเพลงได้สูงสุด 10 ชั่วโมง
สเปก Nothing Ear (open)
| ประเภทหูฟัง | Open-Ear Wireless Earbuds |
| น้ำหนัก | 8.1 กรัมต่อข้าง |
| เคสชาร์จ | บาง 19 มม. |
| ไดรเวอร์ | 14.2 มม. Dynamic Stepped Driver เคลือบไทเทเนียม |
| ฟีเจอร์เสียง | Bass Enhance, Sound Seal, Advanced EQ 8 แบนด์ |
| ไมโครโฟน | ไมโครโฟน 2 ตัว พร้อม Clear Voice Technology |
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth 5.3, Dual Connection, Low Lag Mode |
| แบตเตอรี่ | หูฟังสูงสุด 8 ชั่วโมง / รวมเคสสูงสุด 30 ชั่วโมง |
| ชาร์จไว | ชาร์จ 10 นาที ฟังเพลงได้สูงสุด 10 ชั่วโมง |
| กันน้ำกันฝุ่น | IP54 |
| แอป | Nothing X รองรับ iOS และ Android |
| สี | Blue และ White |
ราคาและโปรโมชัน Nothing Ear (open)
Nothing Ear (open) มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Blue และ White ราคาเปิดตัวปกติ 4,499 บาท
สำหรับโปรโมชันพิเศษเฉพาะวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทาง TikTok Shop มีรายละเอียดดังนี้
- ราคาพิเศษเหลือ 4,199 บาท จากราคาปกติ 4,499 บาท
- รับฟรี Thermal Cup มูลค่า 999 บาท
- รับโค้ดส่วนลดเพิ่มเติมบน TikTok Shop สูงสุด 20%
- มีบริการส่งฟรีถึงบ้านตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม
บริการหลังการขายในไทย
Nothing Thailand ระบุว่ามีบริการหลังการขายสำหรับผู้ใช้งานในไทย ได้แก่ Call Center 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการมากกว่า 10 สาขาทั่วประเทศ และรองรับบริการ SPEED-D ที่ 7-Eleven สำหรับส่งเครื่องเข้ารับบริการเคลมหรือรับเครื่องคืนผ่านร้าน 7-Eleven ที่ร่วมรายการ
เหมาะกับใคร?
แล้วทีนี้ Nothing Ear (open) เหมาะกับใคร ต้องบอกแบบนี้ครับว่าถ้าใครที่ต้องการหูฟังใส่สบาย ไม่อุดหู และยังรับรู้เสียงรอบข้างระหว่างใช้งาน เหมาะกับคนที่เดินทางบ่อย ออกกำลังกายเบา ๆ ทำงานในออฟฟิศ หรือประชุมออนไลน์เป็นประจำ ถ้าคุณต้องการหูฟังตัดเสียงรบกวนแบบเงียบสนิท รุ่นนี้อาจไม่ใช่คำตอบ เพราะเป็นหูฟังแบบเปิด แต่ถ้าต้องการหูฟังดีไซน์สวย ใส่สบาย ใช้งานได้นาน และยังคุยกับคนรอบตัวได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง Nothing Ear (open) ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

สรุปปิดท้าย
Nothing Ear (open) เป็นหูฟัง Open-Ear ที่เด่นทั้งดีไซน์และการสวมใส่ โดยเฉพาะสีใหม่ Blue ที่ช่วยเพิ่มความสดใสและแตกต่างจากหูฟังไร้สายทั่วไป ขณะที่ฟีเจอร์อย่าง Sound Seal, Bass Enhance, Advanced EQ และ Clear Voice Technology ทำให้รุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา
ด้วยราคาโปรโมชัน 4,499 บาท พร้อมของแถมและส่วนลดเพิ่มเติมในช่วงวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ผ่าน TikTok Shop รุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่กำลังมองหาหูฟังดีไซน์เด่น ใส่สบาย และใช้งานได้ครบในชีวิตประจำวัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




