มือถือขึ้นให้อัปเดต Software ใหม่ แต่กดไม่ได้เกิดจากเพราะ 5 สาเหตุนี้

ทุกวันนี้มือถือหลายรุ่นมีจุดขายเรื่องของการอัปเตด Software ที่ยาวนาน พออัปเดตก็เหมือนกับได้เครื่อง แต่ถ้าเจอเหตุการณ์ว่า กดเข้าไปกลับดาวน์โหลดไม่ได้ ติดตั้งไม่ได้ ปุ่มอัปเดตเป็นสีเทา หรือค้างอยู่ที่หน้าเดิมจนไม่รู้ต้องทำอย่างไร
วันนี้ Sanook Hitech จะมาเฉลยสาเหตุในการจัดการพื้นที่เหล่านี้กันว่าเกิดจากอะไรและแก้ไขได้ยังไงบ้าง
5 สิ่งที่เป็นปัญหาทำให้อัปเดตฯ มือถือไม่ได้
1. พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอ
เริ่มจากสาเหตุยอดฮิตที่สุดคือ พื้นที่ในเครื่องไม่พอ แม้ไฟล์อัปเดตจะมีขนาดไม่กี่ GB แต่ระบบมักต้องใช้พื้นที่ว่างมากกว่านั้นสำหรับดาวน์โหลด แตกไฟล์ ติดตั้ง และสำรองข้อมูลชั่วคราวระหว่างอัปเดต อาการที่มักเจอคือ กดดาวน์โหลดแล้วไม่ไปต่อ, ขึ้นแจ้งเตือนว่า Storage ไม่พอ หรือดาวน์โหลดเสร็จแต่ติดตั้งไม่ได้
วิธีแก้ไข
- ลบรูป วิดีโอ หรือไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น
- ย้ายไฟล์ไปเก็บบน Cloud หรือคอมพิวเตอร์
- ลบแอปที่ไม่ได้ใช้งาน
- เคลียร์ไฟล์ดาวน์โหลดและแคชของแอปที่กินพื้นที่มาก
- พยายามเหลือพื้นที่ว่างอย่างน้อย 10-15GB สำหรับอัปเดตใหญ่
2. แบตเตอรี่น้อย หรือไม่ได้เสียบชาร์จ
มือถือหลายรุ่นจะไม่ยอมติดตั้งอัปเดต หากแบตเตอรี่ต่ำเกินไป เพื่อป้องกันเครื่องดับกลางคันระหว่างติดตั้ง เพราะหากเครื่องดับระหว่างอัปเดต ระบบอาจเสียหายหรือบูตไม่ขึ้นได้ บางรุ่นอาจให้ดาวน์โหลดไฟล์ได้ แต่จะไม่ยอมติดตั้งจนกว่าจะมีแบตเตอรี่เพียงพอ หรือเสียบสายชาร์จไว้
วิธีแก้ไข
- ชาร์จแบตเตอรี่ให้เกิน 50% ก่อนอัปเดต
- เสียบสายชาร์จไว้ระหว่างติดตั้งอัปเดต
- ใช้หัวชาร์จและสายชาร์จที่ได้มาตรฐาน
- หลีกเลี่ยงการอัปเดตขณะเครื่องร้อนจัด
3. ปัญหาเครือข่าย อินเทอร์เน็ต
การอัปเดตซอฟต์แวร์ต้องใช้การเชื่อมต่อที่เสถียร โดยเฉพาะอัปเดตใหญ่ที่มีไฟล์ขนาดหลาย GB หาก Wi-Fi หลุดบ่อย สัญญาณไม่ดี หรืออินเทอร์เน็ตช้า ระบบอาจหยุดดาวน์โหลดหรือแจ้งว่าอัปเดตไม่สำเร็จ
ในบางกรณี มือถืออาจไม่ยอมดาวน์โหลดอัปเดตผ่านเครือข่ายมือถือ เพราะระบบต้องการให้ใช้ Wi-Fi เท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้ดาต้าจำนวนมาก
วิธีแก้ไข
- เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียรและความเร็วเพียงพอ
- ปิด VPN ชั่วคราว หากเปิดใช้งานอยู่
- รีสตาร์ตเราเตอร์หรือเปลี่ยนไปใช้ Wi-Fi เครือข่ายอื่น
- ปิดแล้วเปิด Wi-Fi ใหม่บนมือถือ
- หากใช้ Android บางรุ่น ให้ตรวจสอบว่าอนุญาตให้ดาวน์โหลดอัปเดตผ่าน Mobile Data หรือไม่
4. ยังไม่ปล่อยให้กับประเทศของคุณ
บางครั้งมือถืออาจมีชื่ออัปเดตขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถกดดาวน์โหลดได้ เพราะผู้ผลิตทยอยปล่อยอัปเดตเป็นรอบตามประเทศ รุ่นเครื่อง รหัสเครื่อง หรือเครือข่ายมือถือ
เช่น มือถือรุ่นเดียวกัน แต่เครื่องศูนย์ไทย เครื่องนอก หรือเครื่องที่ผูกกับเครือข่ายบางประเทศ อาจได้รับอัปเดตไม่พร้อมกัน แม้จะเห็นข่าวว่าอัปเดตเริ่มปล่อยแล้วก็ตาม
วิธีแก้ไข
- รอ 1-3 วัน แล้วลองกดตรวจสอบอัปเดตใหม่
- ตรวจสอบว่ารุ่นเครื่องและรหัสโมเดลอยู่ในกลุ่มที่ได้รับอัปเดตหรือไม่
- อย่ารีบติดตั้งไฟล์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก เพราะอาจทำให้เครื่องมีปัญหา
- หากจำเป็น ให้ติดต่อศูนย์บริการของแบรนด์เพื่อเช็กสถานะอัปเดต
5. ระบบเดิมมีปัญหา หรือไฟล์อัปเดตดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์
สุดท้ายหากเคยดาวน์โหลดอัปเดตค้างไว้ ไฟล์อัปเดตอาจเสียหรือไม่สมบูรณ์ ทำให้กดติดตั้งไม่ได้ หรือขึ้นข้อความผิดพลาดซ้ำ ๆ นอกจากนี้ เครื่องที่ไม่ได้รีสตาร์ตมานาน หรือมีบั๊กในระบบเดิม ก็อาจทำให้เมนูอัปเดตทำงานผิดปกติได้เช่นกัน
อาการที่พบได้คือ ดาวน์โหลดวนซ้ำ ติดตั้งแล้วล้มเหลว เครื่องรีสตาร์ตกลับมาหน้าเดิม หรือขึ้นข้อความว่าไม่สามารถตรวจสอบอัปเดตได้
วิธีแก้ไข
- รีสตาร์ตเครื่อง 1 ครั้ง แล้วลองอัปเดตใหม่
- เช็กวันและเวลาในเครื่องให้ถูกต้อง
- ลบไฟล์อัปเดตที่ดาวน์โหลดค้างไว้ หากระบบมีเมนูให้ลบ
- อัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์ เช่น Finder/iTunes สำหรับ iPhone หรือโปรแกรมของแบรนด์สำหรับ Android บางรุ่น
- สำรองข้อมูล แล้วรีเซ็ตการตั้งค่า หากระบบรวนต่อเนื่อง
ก่อนกดอัปเดต ควรเตรียมตัวอย่างไร?
เพื่อให้การอัปเดตปลอดภัยและลดโอกาสเกิดปัญหา ควรเตรียมเครื่องก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะอัปเดตใหญ่ที่เปลี่ยนเวอร์ชันระบบปฏิบัติการ
- สำรองข้อมูลสำคัญ เช่น รูปภาพ รายชื่อ ไฟล์งาน และแชต
- ชาร์จแบตเตอรี่ให้เพียงพอ หรือเสียบชาร์จระหว่างอัปเดต
- เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร
- เหลือพื้นที่ว่างในเครื่องให้มากพอ
- อ่านรายละเอียดอัปเดตก่อนติดตั้ง โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ทำงานประจำ
ควรอัปเดตทันทีไหม?
อีกคำถามที่หลายคนคิดอยู่คือ จริงๆ ต้องอัปเดตทันทีหือไม่ ขอแบางออกเป็นแบบนี้หากเป็นอัปเดตความปลอดภัย แนะนำให้อัปเดตเมื่อเครื่องพร้อม เพราะช่วยปิดช่องโหว่และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน แต่ถ้าเป็นอัปเดตใหญ่ เช่น เปลี่ยนเวอร์ชัน Android หรือ iOS ใหม่ อาจรอดูเสียงตอบรับจากผู้ใช้รุ่นเดียวกัน 1-2 วันก่อนก็ได้
โดยเฉพาะคนที่ใช้มือถือทำงานหลัก ควรตรวจสอบก่อนว่าแอปธนาคาร แอปงาน หรือแอปสำคัญที่ใช้อยู่รองรับระบบใหม่แล้วหรือยัง ก่อนติดตั้ง Software ใหม่จะดีกว่า
สรุปก่อนจาก
ดังนั้นแล้วถ้ามือถือขึ้นชื่ออัปเดต Software ใหม่แต่กดอัปเดตไม่ได้ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งพื้นที่ไม่พอ แบตเตอรี่น้อย อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร อัปเดตยังไม่ถูกปล่อยให้เครื่องของคุณ หรือไฟล์อัปเดตเดิมมีปัญหา เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ก็ควรเช็คเรื่องของ พื้นที่ การเชื่อมต่อ และการใช้งานเครื่องในเวลานั้นก่อนที่จะอัปเดต จะดีกว่า
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



