สหรัฐฯ เตรียมออกกฎ บังคับค่ายมือถือเช็กตัวตนเข้มขึ้น หวังลด Spam Call ลง

สหรัฐฯ เตรียมออกกฎ บังคับค่ายมือถือเช็กตัวตนเข้มขึ้น หวังลด Spam Call ลง

สหรัฐฯ เตรียมออกกฎ บังคับค่ายมือถือเช็กตัวตนเข้มขึ้น หวังลด Spam Call ลง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แม้ปัจจุบันทั้ง Android และ iPhone จะมีระบบแจ้งเตือนสาย Spam หรือสายมิจฉาชีพแล้ว แต่ปัญหา “โทรป่วน” ก็ยังไม่หายไปจากชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานทั่วโลก ล่าสุด FCC หรือคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ เตรียมเดินหน้าแก้ปัญหาที่ “ต้นตอ” ด้วยการออกกฎใหม่ให้ค่ายมือถือ ตรวจสอบตัวตนผู้ใช้งานเข้มงวดยิ่งขึ้น

สมัครเบอร์ใหม่ อาจต้องยืนยันตัวตนมากกว่าเดิม

FCC กำลังเปิดรับความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการ KYC (Know Your Customer) เวอร์ชันใหม่ ที่อาจบังคับให้ผู้สมัครเบอร์มือถือใหม่ หรือผู้ต่ออายุบริการ ต้องยืนยันตัวตนละเอียดขึ้น

ข้อมูลที่อาจต้องใช้ ได้แก่

  • ชื่อ-นามสกุลจริง
  • ที่อยู่
  • บัตรประชาชนหรือเอกสารราชการ
  • เบอร์ติดต่อสำรอง

เป้าหมายคือป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเปิดเบอร์ใหม่ได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมา

ค่ายมือถืออาจโดนลงโทษ หากปล่อย Spam หลุด

FCC ยังเตรียมเพิ่มบทลงโทษกับผู้ให้บริการเครือข่าย หากปล่อยให้มีสายผิดกฎหมายหรือ Spam Call ผ่านเข้ามาในระบบจำนวนมาก โดยจะพิจารณาตาม “ความเสียหาย” ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ใช้งาน เพื่อกดดันให้ค่ายมือถือเข้มงวดกับการตรวจสอบลูกค้ามากขึ้น

ที่ผ่านมา FCC มีกฎให้ค่ายมือถือรู้จักและตรวจสอบลูกค้าของตัวเองอยู่แล้ว รวมถึงต้องตัดบริการผู้ที่ใช้เครือข่ายทำผิดกฎหมาย แต่ปัญหาคือหลายค่ายยังปล่อยผ่าน ทำให้ Spam Call และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยังสามารถใช้งานเครือข่ายได้ต่อเนื่อง

ไม่ใช่แค่บล็อก แต่ต้อง “รู้ว่าใครโทรมา”

FCC มองว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่บล็อกสาย Spam แต่ต้องทำให้ผู้ใช้ “รู้ว่าใครโทรมา” ตั้งแต่แรก

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือ STIR/SHAKEN ระบบยืนยันตัวตนเบอร์โทร ที่ช่วยลดการปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์

fcc-2

Google ก็ใช้ AI สู้ Spam Call

ฝั่ง Google เองก็พยายามแก้ปัญหานี้มาหลายปี โดยเฉพาะบน Android ที่มีฟีเจอร์

  • แจ้งเตือน Spam Call
  • AI Call Screening
  • ระบบตรวจจับเบอร์ต้องสงสัย

แต่ถึงจะมี AI ช่วย ปัญหาสายมิจฉาชีพก็ยังไม่หมดไป เพราะต้นตอจริง ๆ คือการเข้าถึงเบอร์โทรได้ง่ายเกินไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยเองก็เริ่มเข้มงวดกับการลงทะเบียนซิม และมีมาตรการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากขึ้น แต่ในเวลานี้ต้องบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ มิจฉาชีพมักจะใช้เทคโนโลยี AI และระบบโทรอัตโนมัติ การยกระดับมาตรฐาน KYC อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล