Galaxy S25 VS iPhone 17 สองตัวเล็กแต่สเปกไม่เล็ก! มาดูข้อดี-ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจซื้อ

Galaxy S25 VS iPhone 17 สองตัวเล็กแต่สเปกไม่เล็ก! มาดูข้อดี-ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจซื้อ

Galaxy S25 VS iPhone 17 สองตัวเล็กแต่สเปกไม่เล็ก! มาดูข้อดี-ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจซื้อ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การเปิดตัว iPhone 17 เป็นอีกรุ่นที่เรียกว่าเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุด สร้างปรากฏการณ์จองเต็มจนล้น เพราะได้ทั้งหน้าจอ ProMotion 120Hz ที่หลายคนรอคอย, กล้องเซลฟี่ 18MP ที่คมชัดขึ้นพร้อมระบบกันสั่น OIS และกล้อง Ultrawide ระดับโปร เป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะไม่หยิบมาเทียบกับ Samsung Galaxy S25 ตัวเล็กที่แม้เเปิดตัวต้นปีแต่ก็มีดีหลายเนื่อง

เมื่อทั้งสองรุ่นเปิดราคาเริ่มต้นมาเท่ากันที่ 29,900 บาท เพื่อชิงพื้นที่ตลาด "เรือธงรุ่นเริ่มต้น" คำถามสำคัญคือ Galaxy S25 VS iPhone 17 รุ่นไหนคือตัวเลือกที่คุ้มค่าและดีที่สุดสำหรับคุณ? เรามาเปรียบเทียบพร้อมกันเลยครับ

  เปรียบเทียบ Samsung Galaxy S25 VS iPhone 17

เปรียบเทียบ "Samsung Galaxy S25" VS "iPhone 17"

1.เปรียบเทียบด้าน ดีไซน์และขนาด

Samsung Galaxy S25 ยังคงครองตำแหน่งแชมป์สมาร์ทโฟนเรือธงขนาดกะทัดรัด ด้วยน้ำหนักเพียง 162 กรัม และบางเฉียบเพียง 7.25 มม. ทำให้เป็นหนึ่งในโทรศัพท์ที่บางและเบาที่สุดในรอบหลายปี ตัวเครื่องใช้เฟรมอลูมิเนียมประกบคู่กับกระจก Gorilla Glass Victus 2 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมการจัดวางกล้องหลัง 3 ตัวในแนวตั้งอันเป็นเอกลักษณ์

ในทางกลับกัน iPhone 17 มีขนาดที่สูงกว่า หนา และหนักกว่าเมื่อเทียบกับ S25 โดยใช้วัสดุเฟรมอลูมิเนียมคู่กับกระจกหน้า Ceramic Shield 2 ที่ Apple เคลมว่าทนรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า ส่วนด้านหลังเป็นกระจกเสริมความแข็งแรง ดีไซน์กล้องยังคงเป็นทรงแคปซูลแนวตั้ง 2 เลนส์ที่คุ้นเคย

ตัวเลือกสี:

  • iPhone 17: ดำ (Black), ม่วง (Lavender), ฟ้า (Mist Blue), เขียว (Sage), ขาว (White)
  • Galaxy S25: มีตัวเลือกหลากหลายกว่า เช่น Icy Blue, Mint, Navy, Silver Shadow, Pink Gold, Coral Red และ Blue Black

 batch_iphone-17-finish-unsele

2. เปรียบเทียบเกี่ยวกับ หน้าจอ

ทุกคนคงรอคอยการอัปเกรดครั้งสำคัญที่สุดของ iPhone 17 ที่มาพร้อมหน้าจอ ProMotion OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ที่ปรับอัตรารีเฟรชได้ตั้งแต่ 1-120Hz นอกจากนี้ยังเป็นหน้าจอที่สว่างที่สุดของ Apple ด้วยความสว่างสูงสุด 3000 nits ในที่กลางแจ้ง และยังมีการเคลือบสารกันแสงสะท้อน 7 ชั้น ช่วยลดแสงจ้าได้ดียิ่งขึ้น

ด้าน Galaxy S25 ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.2 นิ้ว ที่รองรับอัตรารีเฟรช 1-120Hz เช่นกัน แม้ความสว่างสูงสุดจะอยู่ที่ 2600 nits ซึ่งน้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังสว่างเพียงพอสำหรับการใช้งานกลางแดดจ้าได้อย่างสบายตา

สำหรับระบบยืนยันตัวตน iPhone 17 ยังคงใช้ Face ID ใน Dynamic Island ส่วน Samsung ใช้เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ Ultrasonic ใต้หน้าจอที่สะดวกแต่ต้องติดฟิล์มกันรอยดีๆ หน่อย

3. ประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์

iPhone 17 ขับเคลื่อนด้วยชิป A19 Bionic บนสถาปัตยกรรม 3nm (N3P) ที่ Apple ระบุว่าประหยัดพลังงานและจัดการความร้อนได้ดีขึ้น จับคู่กับ RAM 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ 256GB ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากรุ่นก่อนในราคาเท่าเดิม

ส่วน Galaxy S25 ใช้ชิป Snapdragon 8 Elite ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm เช่นกัน แต่ให้ RAM มามากกว่าที่ 12GB และใช้หน่วยความจำแบบ UFS 4.0 ซึ่งข้อได้เปรียบด้าน RAM ที่มากกว่านี้จะช่วยในเรื่องการประมวลผลฟีเจอร์ AI บนตัวเครื่องได้ดียิ่งขึ้น

4. ด้านซอฟต์แวร์และ AI

  • iPhone 17 มาพร้อม iOS 26 ที่มีอินเทอร์เฟซ Liquid Glass ใหม่, ฟีเจอร์ Call Screening, Live Translate และ Apple Intelligence แต่ฟีเจอร์ AI ขั้นสูงอย่าง Siri 2.0 จะตามมาในปี 2026 (แต่ประเทศไทยอีกนานกว่าจะได้ใช้)
  • Galaxy S25 มาพร้อม One UI 7 บน Android 16 ที่มี Galaxy AI เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Circle to Search, Live Translate, Note Assist และการแก้ไขภาพด้วย Generative AI

ในเรื่องการอัปเดต Samsung การันตีอัปเดตยาวนาน 7 ปี ส่วน Apple แม้ไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปจะได้รับการสนับสนุนอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป

 batch_galaxy-s25-colors-all-t

5. เปรียบเทียบกล้องถ่ายภาพ

Galaxy S25 ยังคงได้เปรียบในด้านความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพ ด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก 50MP
  • กล้อง Ultrawide 12MP
  • กล้อง Telephoto 10MP พร้อมซูมออปติคัล 3 เท่า

การมีเลนส์ซูมโดยเฉพาะทำให้ S25 สามารถถ่ายภาพระยะไกลได้คมชัดกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ iPhone 17 ยังคงขาดไป

ในขณะที่ iPhone 17 ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่เช่นกัน โดยยังคงใช้กล้องหลัก 48MP แต่ได้เปลี่ยนกล้อง Ultrawide เป็น 48MP (จากเดิม 12MP) ทำให้เก็บรายละเอียดได้ดีขึ้นและถ่ายภาพมาโครได้คมชัดยิ่งขึ้น ส่วนกล้องหน้าก็ได้รับการอัปเกรดเป็น 18MP พร้อม OIS และฟีเจอร์ Center Stage ที่ช่วยปรับเฟรมภาพอัตโนมัติเมื่อมีคนเข้ามาในกล้อง

batch_2025-09-09-20-36-26.136

6. แบตเตอรี่และการชาร์จ

แม้ Apple จะไม่เปิดเผยความจุแบตเตอรี่ แต่คาดว่า iPhone 17 จะมีความจุประมาณ 3,600 mAh โดยใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบซ้อน (Stacked Battery) ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งาน โดย Apple เคลมว่าสามารถเล่นวิดีโอได้นานถึง 30 ชั่วโมง และที่สำคัญคือ รองรับการชาร์จที่เร็วขึ้น

ด้าน Galaxy S25 มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ 4,000 mAh แต่รองรับการชาร์จที่ช้ากว่าคือ 25W แบบมีสาย และ 15W แบบไร้สาย อย่างไรก็ตาม S25 ยังมีฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging สำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่น ซึ่ง iPhone ยังไม่มี

เปรียบเทียบสเปก Samsung Galaxy S25 vs iPhone 17

คุณสมบัติ Samsung Galaxy S25 iPhone 17
หน้าจอ 6.2 นิ้ว Dynamic AMOLED 2X, 1-120Hz, 2600 nits 6.3 นิ้ว Super Retina XDR (OLED), 1-120Hz ProMotion, 3000 nits
ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite (3nm) A19 Bionic (3nm N3P)
RAM 12 GB 8 GB
พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB / 256 GB / 512 GB (UFS 4.0) 256 GB / 512 GB 
กล้องหลัง หลัก: 50MP

 Ultrawide: 12MP

 Telephoto: 10MP (3x Optical Zoom)
หลัก: 48MP

Ultrawide: 48MP
กล้องหน้า 12MP 18MP (พร้อม OIS)
แบตเตอรี่ 4,000 mAh ~3,600 mAh
การชาร์จ 25W (มีสาย)
ไร้สาย 15W , Reverse Wireless Charging
40W
ไร้สาย15W MagSafe
ระบบยืนยันตัวตน สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Ultrasonic) Face ID
ขนาด (มม.) 147 x 70.6 x 7.25 150.1 x 72.3 x 8.05
น้ำหนัก 162 กรัม 193 กรัม
ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 29,900 บาท

 

สรุป "Galaxy S25" VS "iPhone 17" ตัวไหนคุัมกว่า

เรียกว่าเป็นอีกคู่ที่เลือกยากพอสมควรสำหรับมือถือจิ๋วแต่สเปกดีทั้งคู่แต่เราขอสรุปดังนี้

iPhone 17 คือการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดของ iPhone รุ่นเริ่มต้นในรอบหลายปี ด้วยหน้าจอ 120Hz ProMotion, ความสว่างที่สูงขึ้น, กล้อง Ultrawide และกล้องหน้าที่ดีขึ้นมาก พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นที่เพิ่มเป็นสองเท่า ทำให้มันรู้สึกเหมือนเป็น "เรือธง" อย่างแท้จริง ลดความจำเป็นที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อรุ่น Pro ไปได้มาก

อย่างไรก็ตาม Galaxy S25 ยังคงมีจุดแข็งที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์ที่บางและเบากว่า, RAM ที่ให้มามากกว่า และความยืดหยุ่นของชุดกล้องที่มีเลนส์ซูม Telephoto แท้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจน นอกจากนี้ ชุดฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ครบเครื่องก็ยังถือเป็นผู้นำในตลาด

การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ หากคุณให้ความสำคัญกับ หน้าจอที่ลื่นไหล ระบบนิเวศของ Apple และการอัปเกรดที่คุ้มค่า iPhone 17 คือคำตอบ แต่ถ้าคุณต้องการ ความเบาสบายในการพกพา ความอเนกประสงค์ของกล้องซูม และฟีเจอร์ AI ที่ล้ำหน้า Galaxy S25 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน อย่างไรก็ตามก็ขึ้นกับพิจารณาของคุณว่า สิ่งแวดล้อมที่ Apple ให้คุณพอใจหรือไม่ หรือคุณตค้องการฟีเจอร์ AI ที่ใช้ได้จริงกล้องซูมได้ แม้อาจจะเสียเปรียบหน่อย 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล