มือถือไม่เกิน 15,000 บาท น่าเล่น น่าสนที่สุดของปี 2026

ตลาดมือถือช่วงราคาไม่เกิน 15,000 บาท ในปี 2026 ดุเดือดกว่าที่เคย เพราะหลายรุ่นไม่ได้ให้แค่สเปกพอใช้งานทั่วไป แต่เริ่มขยับไปถึงจอ AMOLED รีเฟรชเรตสูง กล้องความละเอียดสูง แบตเตอรี่ใหญ่ ชาร์จไว รวมถึงฟีเจอร์ AI ที่เริ่มกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือยุคนี้
สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือ 5G งบประมาณ 15,000 บาท วันนี้ Sanook Hitech รวม 6 รุ่นน่าสนใจมาให้เลือก ทั้งสายใช้งานยาว ๆ สายเล่นเกม สายถ่ายภาพ คนที่เน้นแบตเตอรี่ และคนที่อยากได้มือถือแบรนด์ใหญ่ไว้ใช้นานหลายปี
รวมมือถืองบ 15,000 บาท น่าคบสุดของปี 2026

Samsung Galaxy A57 5G
เริ่มกันที่ Samsung Galaxy A57 5G รุ่นความจุ 8GB / 256GB ที่เหมาะกับคนต้องการมือถือแบรนด์ใหญ่ ใช้งานง่าย และมีซอฟต์แวร์ที่มั่นใจได้ในระยะยาว จุดเด่นของรุ่นนี้คือหน้าจอ FHD+ Super AMOLED Plus ขนาด 6.7 นิ้ว พร้อมดีไซน์ตัวเครื่องบางเพียง 6.9 มม. จับถือสบาย และดูพรีเมียมขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า
ด้านกล้องให้ชุดกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP พร้อม OIS, กล้อง Ultra-wide 12MP และกล้อง Macro 5MP โดย Samsung ยังชูเรื่อง Nightography และการถ่ายวิดีโอเซลฟีด้วยกล้องหน้า 12MP ที่รองรับ Super HDR เหมาะกับคนที่ถ่ายภาพทั่วไป ถ่ายคลิปสั้น หรือใช้งานโซเชียลเป็นประจำ
อีกจุดที่ทำให้ Galaxy A57 5G น่าสนใจคือมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68, แบตเตอรี่ 5,000mAh พร้อม Super Fast Charging 2.0 และที่สำคัญคือรองรับการอัปเกรด OS 6 ครั้ง พร้อมอัปเดตความปลอดภัยนาน 6 ปี ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายใหญ่สำหรับคนที่ซื้อเครื่องเดียวแล้วอยากใช้ยาว ๆ

TECNO POVA 7 Ultra 5G
TECNO POVA 7 Ultra 5G เป็นหนึ่งในรุ่นที่สเปกต่อราคาน่าสนใจมากในกลุ่มนี้ โดยให้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 7i ทำให้เหมาะกับทั้งการดูคอนเทนต์และเล่นเกม
ด้านประสิทธิภาพใช้ชิป MediaTek Dimensity 8350 Ultimate จับคู่กับความจำ 256GB และ RAM สูงสุด 12GB พร้อม RAM เสมือนอีก 12GB รวมเป็น 24GB ตามข้อมูลของ TECNO ส่วนกล้องหลังให้ความละเอียดหลัก 108MP พร้อมกล้องเสริม 8MP และกล้องหน้า 13MP
จุดเด่นที่หาได้ยากในมือถือระดับราคานี้คือแบตเตอรี่ 6000mAh พร้อมชาร์จไว 70W และรองรับ ชาร์จไร้สาย 30W ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากสำหรับคนที่อยากได้ฟีเจอร์แบบมือถือราคาสูงกว่า แต่ยังอยู่ในงบกลาง

realme 16 Pro 5G
ถ้าพูดถึงมือถือที่สเปกเด่นทั้งกล้องและแบตเตอรี่ realme 16 Pro 5G คือหนึ่งในรุ่นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะให้กล้องหลังหลักความละเอียดสูงถึง 200MP พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติและ OIS แบบ 2 แกน เสริมด้วยกล้อง Ultra-wide 8MP ส่วนกล้องหน้ามาให้ที่ 50MP เหมาะกับสายถ่ายภาพและสายคอนเทนต์
หน้าจอของรุ่นนี้มีขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz รองรับสี 10-bit และมีความหนาแน่น 450 PPI ทำให้เหมาะกับการดูวิดีโอ เล่นเกม และใช้งานโซเชียลแบบเต็มตา
อีกจุดที่โดดเด่นคือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7000mAh พร้อมชาร์จไว 80W Ultra Charge ซึ่งเป็นจุดขายที่ตอบโจทย์คนใช้งานหนักมาก ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม ถ่ายรูป หรือเปิด 5G ตลอดวัน

Redmi Note 15 Pro+ 5G
Redmi Note 15 Pro+ 5G ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบมือถือสเปกแน่นในราคาจับต้องได้ โดยรุ่นนี้มากับจอ CrystalRes AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz และความสว่างสูงสุด 3200 nits ตามข้อมูลจาก Xiaomi บางภูมิภาค
จุดเด่นของรุ่นนี้คือความทนทานที่ถูกชูขึ้นมาเป็นพิเศษ ทั้งการทดสอบตกกระแทก 2.5 เมตรที่ได้รับการรับรองโดย SGS และการทดสอบกันน้ำ 2 เมตร นาน 24 ชั่วโมงโดย TÜV SÜD ซึ่งทำให้ Redmi Note 15 Pro+ 5G ดูน่าสนใจสำหรับคนที่ใช้งานมือถือแบบลุย ๆ มากขึ้น
ด้านหน่วยความจำมีให้เลือกทั้ง 8GB / 256GB, 12GB / 256GB และ 12GB / 512GB ขณะที่จุดขายหลักยังอยู่ที่ความครบเครื่อง ทั้งหน้าจอใหญ่ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ กล้องความละเอียดสูง และฟีเจอร์ AI ที่เริ่มมีให้ในมือถือกลุ่มนี้มากขึ้น

POCO X8 Pro 5G
ปิดท้ายด้วย POCO X8 Pro 5G รุ่นที่เหมาะกับคนเน้นความแรงเป็นพิเศษ โดยให้ชิป MediaTek Dimensity 8500-Ultra บนสถาปัตยกรรม 4nm พร้อม RAM แบบ LPDDR5X และหน่วยความจำ UFS 4.1 ซึ่งเป็นสเปกระดับที่เน้นความเร็วในการเปิดแอป โหลดเกม และใช้งานหลายอย่างพร้อมกัน
หน้าจอเป็น AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz ความสว่างสูงสุด 3500 nits พร้อม Dolby Vision และ Gorilla Glass 7i ส่วนกล้องหลังให้กล้องหลัก 50MP เซนเซอร์ Sony IMX882 พร้อม OIS และกล้อง Ultra-wide 8MP
แบตเตอรี่ของ POCO X8 Pro 5G มีขนาด 6500mAh รองรับชาร์จไว 100W HyperCharge และยังรองรับ Reverse Charging สูงสุด 27W จุดนี้ทำให้รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่เด่นมากสำหรับสายเกมหรือคนที่ต้องการมือถือแรง ๆ แต่ยังไม่อยากขยับไปแตะมือถือเรือธง

vivo V70 FE
อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจในงบนี้คือ vivo V70 FE มือถือที่ชูจุดเด่นเรื่องแบตเตอรี่และกล้อง โดยรุ่นนี้มากับแบตเตอรี่ BlueVolt ขนาด 7000mAh พร้อมระบบชาร์จไว 90W FlashCharge เหมาะกับคนที่ใช้งานหนักทั้งวันและไม่อยากพกพาวเวอร์แบงก์ติดตัวตลอดเวลา
ด้านประสิทธิภาพใช้ชิป MediaTek Dimensity 7360-Turbo รองรับการใช้งาน 5G และตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ครบ ทั้งโซเชียล ดูวิดีโอ ถ่ายภาพ เล่นเกมระดับกลาง รวมถึงการใช้งานหลายแอปพร้อมกัน โดยรุ่นที่วางจำหน่ายมีตัวเลือก RAM 8GB / 256GB และ 12GB / 256GB ตามแพ็กเกจร้านค้า
ส่วนกล้องถือเป็นอีกไฮไลต์ เพราะ vivo V70 FE ให้กล้องหลักความละเอียด 200MP ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการรายละเอียดภาพสูง ถ่ายภาพทั่วไป ถ่ายอาหาร ถ่ายวิว หรือครอปภาพภายหลังได้ยืดหยุ่นขึ้น นอกจากนี้ยังมากับดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูบางและทันสมัย ทำให้เป็นรุ่นที่บาลานซ์ระหว่างความสวย แบตอึด และกล้องคมชัดได้ดี
สรุปแล้วแต่ละรุ่นถือว่าน่าคบหาและสเปกถือว่าดี ก่อนซื้อควรดูพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองเป็นหลัก หากใช้งานทั่วไปและอยากได้เครื่องที่ไว้ใจได้ Samsung ยังเป็นคำตอบที่ปลอดภัย แต่ถ้าต้องการความแรง จอลื่น แบตใหญ่ และชาร์จไว รุ่นจาก TECNO, realme, Redmi, POCO และ vivo ก็ให้สเปกที่เร้าใจกว่าในงบใกล้เคียงกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



