Wi-Fi Calling คืออะไร? ประหยัดค่า Roaming ได้ยังไง

Wi-Fi Calling คืออะไร? ประหยัดค่า Roaming ได้ยังไง

Wi-Fi Calling คืออะไร? ประหยัดค่า Roaming ได้ยังไง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนอาจเคยเห็นตัวเลือก "Wi-Fi Calling" หรือ "การโทรผ่าน Wi-Fi" ซ่อนอยู่ในการตั้งค่าของสมาร์ทโฟนแล้วก็ปล่อยผ่านไป แต่ความจริงแล้วนี่คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่ทรงพลังและมีประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการประหยัดค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่เสถียร หรือเวลาโทรไปต่างประเทศใช้ฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดค่าโทรได้ไหม วันนี้ Sanook Hitech มีคำตอบ

batch_6584 

Wi-Fi Calling คืออะไร? ต่างจากโทรผ่าน LINE อย่างไร?

Wi-Fi Calling หรือชื่อทางเทคนิคคือ VoWiFi (Voice over Wi-Fi) คือเทคโนโลยีที่อนุญาตให้สมาร์ทโฟนของคุณใช้เครือข่าย Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออยู่ ในการโทรออกและรับสายแทนการใช้เสาสัญญาณโทรศัพท์ (Cellular Network) แบบปกติ

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับการโทรผ่านแอปพลิเคชันอย่าง LINE, Messenger หรือ WhatsApp ก็คือ

  • Wi-Fi Calling ใช้ "เบอร์โทรศัพท์จริง" ของคุณ: เวลาที่คุณโทรออก ปลายทางจะเห็นเป็นเบอร์มือถือของคุณตามปกติ และผู้รับไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับสาย
  • การโทรผ่านแอป: เป็นการโทรระหว่างแอปด้วยกัน (App-to-App Call) ผู้รับต้องมีแอปเดียวกันและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่จึงจะรับสายได้

พูดง่ายๆ ก็คือ Wi-Fi Calling คือการนำ "การโทรปกติ" มาวิ่งบน "ช่องทาง Wi-Fi" นั่นเอง

 

ประหยัดค่าโทรได้จริงไหม? 

คำตอบคือ "จริง... แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์" โดยสามารถแบ่งได้ 2 กรณีหลักๆ ดังนี้

1. เมื่ออยู่ต่างประเทศ (ประหยัดได้มหาศาล)

เรื่องแรกสถานการณ์ที่ Wi-Fi Calling จะแสดงพลังในการประหยัดเงินได้มากที่สุด โดยปกติเมื่อคุณนำซิมการ์ดไปใช้ในต่างประเทศ (Roaming) คุณจะเสียค่าบริการทั้งการโทรออกและ "การรับสาย" ในอัตราที่สูงมาก

แต่เมื่อคุณเปิดใช้งาน Wi-Fi Calling และเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ในโรงแรม, ร้านกาแฟ, หรือสนามบิน

  • การโทรกลับประเทศไทย: ระบบจะคิดค่าบริการเหมือนคุณ "โทรจากประเทศไทย" ไปยังเบอร์นั้นๆ ซึ่งก็คืออัตราค่าโทรปกติในประเทศ หรือหักจากโปรโมชันโทรฟรีที่คุณมีอยู่ โดยไม่เสียค่าบริการโรมมิ่งเลย
  • การรับสาย: เมื่อมีคนโทรเข้าเบอร์ของคุณ คุณจะสามารถรับสายได้ "ฟรี" โดยไม่เสียค่าบริการรับสายขณะโรมมิ่ง (Roaming Inbound Call)

ดังนั้น สำหรับนักเดินทาง Wi-Fi Calling คือเครื่องมือชั้นดีในการประหยัดค่าโทรศัพท์ข้ามประเทศ

2. เมื่ออยู่ในประเทศไทย (ไม่ได้ประหยัดเงิน แต่แก้ปัญหาสัญญาณ)

สำหรับผู้ใช้งานในประเทศที่ส่วนใหญ่มีโปรโมชันค่าโทรแบบเหมาจ่ายหรือโทรฟรีในเครือข่ายอยู่แล้ว Wi-Fi Calling อาจไม่ได้ช่วย "ประหยัดเงิน" โดยตรง แต่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น "ตัวช่วยแก้ปัญหาสัญญาณ" ที่ยอดเยี่ยมแทน

หากคุณอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ เช่น ชั้นใต้ดินของอาคาร, คอนโดชั้นสูงๆ, หรือพื้นที่ห่างไกลที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน แต่มีสัญญาณ Wi-Fi ที่แรงและเสถียร Wi-Fi Calling จะช่วยให้คุณสามารถโทรออกและรับสายได้อย่างคมชัด ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ 

ข้อดีและข้อจำกัดของ Wi-Fi Calling

ข้อดี

  • ประหยัดค่าโทรและค่ารับสายขณะเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างมหาศาล
  • แก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่อับสัญญาณได้เป็นอย่างดี
  • คุณภาพเสียงคมชัด (ขึ้นอยู่กับความเสถียรของ Wi-Fi)
  • ใช้เบอร์โทรศัพท์เดิม ไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติม
  • ไม่มีค่าบริการในการเปิดใช้งาน

ข้อจำกัด

  • คุณภาพการโทรขึ้นอยู่กับความเร็วและความเสถียรของสัญญาณ Wi-Fi
  • อาจใช้พลังงานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • ต้องใช้สมาร์ทโฟนและผู้ให้บริการเครือข่ายที่รองรับ (ปัจจุบันค่ายใหญ่ในไทยรองรับทั้งหมด)

วิธีการเปิดใช้งาน Wi-Fi Calling (iOS & Android)

การเปิดใช้งานนั้นง่ายมาก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในเมนูการตั้งค่าโทรศัพท์

  • สำหรับ iPhone: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > เซลลูลาร์ (Cellular) > การโทรผ่าน Wi-Fi (Wi-Fi Calling) แล้วเปิดใช้งาน
  • สำหรับ Android (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ): ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > การเชื่อมต่อ (Connections) > การโทรผ่าน Wi-Fi (Wi-Fi Calling) แล้วเปิดใช้งาน

 

โดยรวมแล้ว Wi-Fi Calling เป็นฟีเจอร์ที่ทรงพลังและถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย มันคือเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าโทรศัพท์ได้อย่างมหาศาลเมื่ออยู่ต่างประเทศ และเป็นฮีโร่ที่ช่วยแก้ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ในประเทศ ลองเข้าไปตรวจสอบการตั้งค่าในมือถือของคุณดู... ให้ดี แบละฟีเจอร์นี้ช่วยโทรต่างประเทศราคาถูกลงด้วยนะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล