10+ ฟีเจอร์โทรสุดเจ๋งที่ควรใช้ใน iOS 26

10+ ฟีเจอร์โทรสุดเจ๋งที่ควรใช้ใน iOS 26

10+ ฟีเจอร์โทรสุดเจ๋งที่ควรใช้ใน iOS 26
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ต้องยอมเรื่องหนึ่งของ iOS 26 คือรอบนี้ไม่ได้มีแค่ส่วนแต่ฟีเจอร์ของมันก็เยอะเอาเรื่องเหมือนกัน วันนี้เรามาเจาะดูฟีเจอร์ Phone (โทรศัพท์) ของ iOS 26 ที่เขาบอกว่าจะเปลี่ยนทุกการใช้งานของเรา มีทั้งการใช้งานที่แสนสะดวก และปลอดภัย จะมีอะไรบ้างนั้นต้องมาติดตามกัน

หมายเหตุ : ฟีเจอร์บางอย่างเป็นการทำงานของ Apple Intelligence จะใช้งานได้บางประเทศ ซึ่งประเทศไทยเองอาจจะไม่รองรับในบางฟีเจอร์

10+ ฟีเจอร์เด็ดของการโทรศัพท์ใน iOS 26 ที่ล้ำจนต้องพูดถึง

 ios-26-phone-app-unified

ดีไซน์ใหม่แบบรวมศูนย์ (Unified Design)

แอป Phone ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นแบบรวมศูนย์ (Unified) โดยนำหน้ารายการสายล่าสุด (Recent), สายที่ไม่ได้รับ (Missed), และวอยซ์เมล (Voicemail) มาไว้ในหน้าจอเดียว เพื่อความสะดวกในการดูข้อมูลทั้งหมด แต่สำหรับใครที่ยังชินกับดีไซน์เดิมแบบ iOS 18 ก็ยังสามารถสลับกลับไปใช้ได้เช่นกัน

รายชื่อโปรด (Favorites) ยังคงอยู่ที่ด้านบนสุด และยังมีแท็บสำหรับสลับไปยังรายชื่อ (Contacts) และปุ่มกด (Keypad) เหมือนเดิม ผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดมุมมองแบบรวมศูนย์นี้ได้โดยแตะที่ไอคอนสามขีดมุมขวาบน

 ios-26-beta-4-call-screening

การคัดกรองสาย (Call Screening)

Apple ได้ยกระดับฟีเจอร์คัดกรองสายใน iOS 26 ให้ฉลาดขึ้น โดยเพิ่มความสามารถในการ สอบถามชื่อและเหตุผลในการโทร จากเบอร์ที่ไม่รู้จัก (เบอร์ที่เราไม่ได้บันทึกไว้) ได้โดยอัตโนมัติ

เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ iPhone จะรับสายแทนเราและสอบถามข้อมูลจากปลายสาย จากนั้นจะถอดเสียงเป็นข้อความส่งมาให้เราอ่าน เพื่อให้เราตัดสินใจว่าจะรับสาย, ปฏิเสธ, หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม โดยที่ปลายสายจะได้ยินเสียงตอบรับอัตโนมัติคล้ายกับฝากข้อความและจะถูกพักสายรอในขณะที่เราตัดสินใจ

สามารถเปิดใช้งานได้ที่ Settings > Phone > แล้วเปิด "Ask Reason for Calling"

ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก (Silence Unknown Callers)

สำหรับใครที่ไม่ต้องการใช้ฟีเจอร์สอบถามเหตุผล ก็ยังคงมีตัวเลือก "ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก" เช่นเดียวกับใน iOS 18 เมื่อเปิดใช้งาน สายจากเบอร์ที่ไม่รู้จักทั้งหมดจะถูกตัดเสียงและส่งไปยังวอยซ์เมลโดยอัตโนมัติ โดยจะยังแสดงอยู่ในรายการสายล่าสุด

 ios-26-call-filtering

การกรองสาย (Call Filtering)

ใน iOS 26 เพิ่มความสามารถในการกรองสายที่ละเอียดขึ้น โดยมีตัวเลือกให้ย้ายสายที่ไม่ได้รับและวอยซ์เมลจากเบอร์ที่ไม่รู้จักไปยัง รายการ "Unknown Callers" ที่แยกออกไปต่างหาก เพื่อไม่ให้ปะปนกับรายการสายหลัก

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกให้ ปิดเสียงสายที่ผู้ให้บริการเครือข่าย (Carrier) ระบุว่าเป็นสแปมโดยอัตโนมัติ เช่น หากคุณใช้เครือข่ายที่มีระบบคัดกรองเบอร์สแปม iPhone ก็จะส่งสายเหล่านั้นไปยังวอยซ์เมลและย้ายไปอยู่ในลิสต์ "Spam" ให้ทันที

รายงานสแปมในวอยซ์เมล (Spam Voicemails)

เมื่อเปิดฟังวอยซ์เมลจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก ตอนนี้จะมีปุ่ม "Report Spam" เพิ่มขึ้นมา ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะรายงานว่าเป็นสแปมและเก็บข้อความไว้ หรือรายงานแล้วลบทิ้งทันที ทั้งนี้การรายงานสแปมจะไม่ใช่การบล็อกเบอร์ ผู้ใช้ต้องทำการบล็อกเบอร์แยกต่างหาก

 ios-26-hold-assist

ผู้ช่วยขณะรอสาย (Hold Assist)

ฟีเจอร์สุดล้ำสำหรับคนที่ต้องโทรติดต่อ Call Center บ่อยๆ! หากคุณถูกพักสาย ฟีเจอร์ Hold Assist จะรอสายแทนคุณ โดยระบบจะคอยฟังเพลงรอสาย และเมื่อมีเจ้าหน้าที่มารับสาย ระบบจะแจ้งเตือนให้คุณกลับมารับโทรศัพท์ทันที ฟีเจอร์นี้สามารถเปิดใช้งานได้โดยการกดปุ่ม "..." ระหว่างรอสาย และเนื่องจากระบบทำงานโดยการตรวจจับเพลงรอสาย อาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์หากปลายสายใช้ระบบเสียงตอบรับอัตโนมัติหรือเพลงที่มีเสียงร้อง แต่ระบบจะแสดงข้อความถอดเสียงให้เราดูได้เช่นกัน

 ios-26-phone-live-translation

การแปลสด (Live Translation)

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นคือ Live Translation ที่สามารถแปลการสนทนาทางโทรศัพท์จากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่งได้แบบสดๆ ขณะคุยกัน เมื่อเปิดใช้งาน จะมีเสียง AI ช่วยแปลบทสนทนาทั้งสองฝั่งให้ทันที พร้อมมีข้อความถอดเสียงแสดงบนหน้าจอ

ในเบื้องต้นฟีเจอร์นี้รองรับภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, โปรตุเกส และสเปน ที่สำคัญคือปลายสายไม่จำเป็นต้องใช้ iPhone ก็สามารถใช้งานได้

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

  • Call History: สามารถดูประวัติการโทรของแต่ละรายชื่อได้ย้อนหลังยาวนานหลายปี

  • Type to Siri: สามารถพิมพ์เพื่อสั่งงาน Siri ได้ในระหว่างการโทร

  • Screen Sharing และ SharePlay: สามารถแชร์หน้าจอหรือใช้ SharePlay ผ่านแอป Phone ได้โดยตรง (ต้องใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับ iOS 26, iPadOS 26, หรือ macOS Tahoe)

  • eSIM Improvements: กระบวนการย้าย eSIM ระหว่าง iPhone และ Android ทำได้ง่ายขึ้น

  • แอป Phone บน iPad และ Mac: แอป Phone พร้อมฟีเจอร์ครบครันจะพร้อมให้ใช้งานบน iPadOS 26 และ macOS Tahoe ด้วย โดยต้องเปิดใช้งาน Wi-Fi Calling บน iPhone ที่ใช้ Apple Account เดียวกัน

เห็นแบบนี้ใครอยากลองใช้ iOS 26 ก็สามารถลองในรูปแบบ Public Beta ได้แล้ววันนี้ แต่ถ้ากลัวจะทำเครื่องพัง แนะนำรอก่อนปลายปีนี้เจอกันแน่นอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล