.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
หลังจากเขาปล่อยข่าวหลุดและภาพบอดี้เครื่องจนฉ่ำแล้วล่าสุดได้เวลที่ Nothing Phone (3) หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งปี ซึ่งกลับมาพร้อมการออกแบบใหม่ที่ฉีกแนวไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ควบคู่กับการอัปเกรดสเปกครั้งใหญ่ในทุกมิติ
ไฮไลท์สำคัญที่สุดคือการปฏิวัติ Glyph Interface อันเป็นเอกลักษณ์ สู่ Glyph Matrix ซึ่งเปลี่ยนจากแถบไฟ LED แบบเดิม มาเป็นจอแสดงผล LED แบบ Monochrome dot-matrix บริเวณมุมขวาบนของฝาหลัง ประกอบด้วยหลอด LED ขนาดเล็กที่ควบคุมได้อิสระถึง 489 ดวง เพื่อเปิดมิติใหม่ของการแจ้งเตือนและยูทิลิตี้ต่างๆ เช่น การแสดง Caller ID, ข้อความจากแอป, แอนิเมชัน และสถานะของระบบ
ตามสไตล์ของ Nothing ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งไอคอนสำหรับรายชื่อผู้ติดต่อและหน้าปัดนาฬิกาได้เอง นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว Glyph Toys ชุด "micro-experiences" หรือลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ เช่น Glyph Mirror, Solar Clock, Stopwatch, Battery Indicator และเกมอย่าง Spin the Bottle โดยทั้งหมดสามารถสลับโหมดได้ผ่านปุ่ม Glyph Button ที่เพิ่มเข้ามาโดยเฉพาะ

ดีไซน์ฝาหลังของ Phone (3) มีความโดดเด่นและอาจมีเสียงแตกจากดีไซน์ที่ไม่สมมาตร (asymmetrical) มาพร้อมชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP ทั้งหมด ประกอบด้วย:
กล้องหลัก: เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.3" พร้อมระบบกันสั่น OIS
กล้อง Periscope: เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.75" ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 70mm ซูม Optical ได้ 3x และมีโหมด Telemacro ถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดถึง 10 เซนติเมตร
กล้อง Ultrawide: เลนส์มุมกว้าง 114˚

Nothing Phone (3) ยังคงมากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พร้อมอัตรารีเฟรชแบบปรับได้ (adaptive) 120Hz สามารถทำความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดได้ถึง 4,500 nits ขอบจอบางเฉียบเท่ากันทุกด้าน และใช้เทคโนโลยี 2160 PWM dimming ช่วยให้หน้าจอไม่กระพริบที่ความสว่างต่ำ ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดมาถึง 50MP และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้จอ
หัวใจหลักในการประมวลผลคือชิปเซ็ตตัวแรง Qualcomm Snapdragon 8s Gen 4 จับคู่กับ RAM 12/16GB และหน่วยความจำภายใน 256/512GB ด้านแบตเตอรี่เป็นแบบ Silicon-carbon ความจุ 5,150mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 65W และชาร์จไร้สาย 15W ที่สำคัญคือ Phone (3) เป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
ในส่วนของซอฟต์แวร์ มาพร้อม Nothing OS 3.5 บนพื้นฐานของ Android 15 และได้รับการยืนยันแล้วว่าจะได้รับอัปเดต OS 4.0 (Android 16) ภายในไตรมาสนี้ โดย Nothing ให้คำมั่นสัญญาในการอัปเดต Android นานถึง 5 ปี และแพตช์ความปลอดภัยนาน 7 ปี

Nothing Phone (3) มีให้เลือก 2 สีคือ ดำและขาว โดยมีราคาเปิดตัวในต่างประเทศดังนี้
รุ่น 12/256 GB: ราคา 799USD (ประมาณ 29,900 - 31,900 บาท)
รุ่น 16/512 GB: ราคา 899USD (ประมาณ 33,900 - 35,900 บาท)
หมายเหตุ: ราคาในสกุลเงินบาทเป็นเพียงการประมาณการจากราคาเปิดตัวในต่างประเทศเท่านั้น ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลง
Nothing Phone (3) จะเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันที่ 4 กรกฎาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กรกฎาคม ผ่านเว็บไซต์ nothing.tech และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งแต่ไม่นานหลังจากนี้หรอก
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :GSMArena