คลื่นความถี่ คืออะไร สำคัญกับคุณอย่างไร?

คลื่นความถี่ คืออะไร สำคัญกับคุณอย่างไร?

คลื่นความถี่ คืออะไร สำคัญกับคุณอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากที่ประเทศไทยได้เปิดการประมูลคลื่นความถี่ทั้งหมด 4 คลื่นไปรอบล่าสุด ซึ่งจบที่การประมูลที่ 41.2 หมื่นล้านบาท! ทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วคลื่นเหล่านั้นจะไปทำอะไร ก่อนถึงเรื่องนั้น เราต้องทำความรู้จักว่า ทำไมคลื่นความถี่คืออะไรกันก่อน ซึ่ง Sanook Hitech จะมาเฉลยให้ฟัง

คลื่นความถี่คืออะไร

คลื่นความถี่มือถือ คือ ช่องสัญญาณวิทยุที่มองไม่เห็น ซึ่งถูกจัดสรรไว้เพื่อใช้ส่งข้อมูลหรือการโทรให้ได้ใช้งานในเฉพาะ หน้าที่หลักของมันคือเป็นเหมือน ถนนหรือเลนพิเศษ ที่ให้ข้อมูลต่างๆ เช่น เสียงการโทร, การเล่นเน็ต, การดูวิดีโอ, หรือการส่งข้อความ วิ่งไปมาระหว่างโทรศัพท์มือถือของเรากับเสาสัญญาณของผู้ให้บริการ (เช่น AIS, True, dtac)

ทำไมคลื่นความถี่ถึงสำคัญ?

หลังจากเรารู้ความหมายแล้ว เรามาดูถึงข้อสำคัญ โดยขอแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลักดังนี้

1. เป็นตัวกำหนด "การมีสัญญาณ" (Connectivity)

สิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้ามือถือของคุณไม่รองรับคลื่นความถี่ที่ผู้ให้บริการ (AIS, True, dtac) ปล่อยในพื้นที่นั้นๆ ก็จะเหมือนกับ คุณมีรถ แต่ไม่มีถนนให้วิ่ง ผลคือมือถือของคุณจะ "ไม่มีสัญญาณ" (No Service) ทันที ไม่สามารถโทรออก, รับสาย, หรือเล่นอินเทอร์เน็ตได้เลย และเป็นสิ่งที่ผู้ใชหัวร้อนตามมา

2. เป็นตัวกำหนด "ความเร็วและคุณภาพ" ของสัญญาณ (Speed & Quality)

ถนนแต่ละประเภทมีความสามารถในการระบายรถต่างกัน คลื่นความถี่ก็เช่นกันครับ โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ

  • คลื่นความถี่ต่ำ (Low-Band): เปรียบเหมือน "ถนนต่างจังหวัด"

    • ย่านความถี่: 700 MHz, 850 MHz, 900 MHz
    • คุณสมบัติ: เดินทางไปได้ไกลมาก, ทะลุทะลวงสิ่งกีดขวาง (เช่น อาคาร, กำแพง) ได้ดี ทำให้ ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง เหมาะสำหรับพื้นที่ชนบทห่างไกล
    • ข้อจำกัด: มีเลนน้อย (แบนด์วิธแคบ) ทำให้ ความเร็วไม่สูงมาก และรองรับปริมาณผู้ใช้งานหนาแน่นได้ไม่ดี
    • ถ้ามือถือคุณจับได้แค่คลื่นนี้: จะมีสัญญาณเต็ม แต่เน็ตอาจจะไม่เร็วปรู๊ดปร๊าด
  • คลื่นความถี่กลาง (Mid-Band): เปรียบเหมือน "ทางด่วนในเมือง"

    • ย่านความถี่: 1800 MHz, 2100 MHz, 2300 MHz, 2600 MHz
    • คุณสมบัติ: เป็นคลื่นที่ สมดุลที่สุด ระหว่างความเร็วและระยะทางครอบคลุม เป็นคลื่นหลักที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ใช้ในเขตเมืองและชุมชน เพื่อให้บริการ 4G/5G ความเร็วสูง
    • ถ้ามือถือคุณจับได้คลื่นนี้: คุณจะได้รับประสบการณ์อินเทอร์เน็ตที่เร็วและดี
  • คลื่นความถี่สูง (High-Band / mmWave): เปรียบเหมือน "ซูเปอร์ไฮเวย์ 10 เลน"

    • ย่านความถี่: 26 GHz (26000 MHz)
    • คุณสมบัติ: มีเลนเยอะมหาศาล (แบนด์วิธกว้างมาก) ทำให้ ความเร็วสูงเสียดฟ้า (ระดับ Gigabit) และรองรับคนได้เยอะมากโดยที่เน็ตไม่ช้า
    • ข้อจำกัด: เดินทางไปได้ไม่ไกล (ไม่กี่ร้อยเมตร) และทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้แย่มาก แค่เดินเข้าตึกสัญญาณก็อาจจะหายแล้ว เหมาะสำหรับพื้นที่ที่คนหนาแน่นมากๆ เช่น สนามกีฬา, ห้างสรรพสินค้า, สถานีรถไฟฟ้าใจกลางเมือง
    • ถ้ามือถือคุณจับได้คลื่นนี้: คุณจะได้สัมผัสความเร็ว 5G ที่แท้จริง

ดังนั้นคลื่นแต่ละแบบก็มีคความคำสัญที่แตกต่างกันไปแต่ทั้งหมดก็ออกแบบเพื่อให้อุปกรณ์สามารถใช้งานในการเข้าถึงบริการทั้งสาระ, ความบันเทิง รวมถึงเครื่องมือที่เดี๋ยวนี้ AI มีบทบาทมากขึ้นแล้วเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่ผู้ให้บริการมีคลื่นเยอะๆ จะทำให้ประสิทธิภาพสูงมากขึ้นนั่นเอง โดยจะออกมาในรูปแบบของเทคโนโลยีต่างๆ ที่ออกมาให้คุณใช้

แน่นอนว่าช่วงแรกอาจจะมีค่าบริการที่สูงไปหน่อยเท่านั้นเอง ก็ลองเลือกตามความเหมาะสมด้วย แม้เน็ตเร็วแต่ค่าใช้จ่ายอ่วมต่อเดือน ก็ไม่ไหวนะครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล