มือถือให้หัวชาร์จ! มีดียังไงเอาออกมาใช้ได้ไหม

มือถือให้หัวชาร์จ! มีดียังไงเอาออกมาใช้ได้ไหม

มือถือให้หัวชาร์จ! มีดียังไงเอาออกมาใช้ได้ไหม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนบ่นว่ามือถือหลายๆ รุ่นไม่ให้ที่ชาร์จติดกล่องอีกแล้ว หรือบางค่ายไม่ให้อะไรเลย จนทำให้รู้สึกว่า ผู้ผลิตงก! ไปหรีอเปล่า จนล่าสุดในการแกะกล่องมือถือใหม่ที่คุณได้อ่านไปอย่าง realme GT 7 พบว่ายังให้ที่ชาร์จอยู่ ถ้าเราจะหยิบที่ชาร์จในกล่องมาใช้แบบไม่ซื้อที่ชาร์จเสริม เป็นอย่างไร วันนี้ Sanook Hitech สรุปให้คุณได้คลายข้อสงสัย

ที่ชาร์จติดกล่องดีกว่าซื้อแยกหรือไม่?

เรื่องของหัวชาร์จที่แถมมากับมือถือ กับการซื้อแยกภายนอก มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปครับ ในอดีต มือถือส่วนใหญ่จะแถมหัวชาร์จมาให้ในกล่อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบันนี้หลายแบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์พรีเมียม ได้เริ่มตัดหัวชาร์จออกจากกล่องบรรจุภัณฑ์ ด้วยเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมและการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการลดต้นทุน

 batch_1img_20250520_125045

หัวชาร์จติดกล่อง

หัวชาร์จที่มาพร้อมกับมือถือ (ในกล่อง) เป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่ามีความเฉพาะเจาะจงและออกแบบเพื่อให้ใช้งานกับมือถือบางรุ่นที่รองรับกับระบบชาร์จไฟโดยมีข้อดี / ข้อสังเกตดังนี้

ข้อดี

  1. ความเข้ากันได้และการรับรอง: หัวชาร์จที่แถมมามักจะถูกออกแบบมาให้เข้ากับมือถือรุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ และได้รับการทดสอบจากผู้ผลิตเพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วเฉพาะของแบรนด์ (เช่น Warp Charge ของ OnePlus, SuperVOOC ของ OPPO, Adaptive Fast Charging ของ Samsung)
  2. ความปลอดภัย: มักจะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงกว่าหัวชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน ลดความเสี่ยงเรื่องไฟกระชาก แบตเตอรี่เสื่อม หรืออันตรายอื่นๆ
  3. ความสะดวก: ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อเพิ่ม และมั่นใจได้ว่าใช้งานได้ทันที
  4. การรับประกัน: หากหัวชาร์จมีปัญหา มักจะครอบคลุมอยู่ในการรับประกันของมือถือด้วย

ข้อสังเกต

  1. ไม่ยืดหยุ่น: อาจจะไม่ได้รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วของแบรนด์อื่น ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้กับมือถือเครื่องอื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  2. อาจไม่แรงที่สุด: บางครั้งหัวชาร์จที่แถมมาอาจจะไม่ได้มีกำลังวัตต์สูงสุดเท่าที่มือถือรองรับ เพื่อลดต้นทุน
  3. กล่องใหญ่: ทำให้กล่องบรรจุภัณฑ์มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย (ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บางแบรนด์อ้างในการไม่แถม)

หัวชาร์จที่ซื้อภายนอก ซึ่งมือถือบางรุ่นยังไม่ให้ที่ชาร์จมาให้ก็อาจจะทำให้หลายคนกังกวล แต่จริงๆ มันคือข้อดีที่คุณจะเลือกสิ่งที่ต้องการได้

ข้อดี

  1. กำลังไฟสูงกว่า (ถ้าเลือกดี): คุณสามารถเลือกซื้อหัวชาร์จที่มีกำลังวัตต์สูงกว่าที่แถมมา (หากมือถือรองรับ) เพื่อให้ชาร์จได้เร็วขึ้น
  2. ความยืดหยุ่น: หัวชาร์จแบบ GaN (Gallium Nitride) หรือหัวชาร์จที่รองรับมาตรฐานสากลอย่าง USB Power Delivery (PD) หรือ Quick Charge (QC) หลายๆ พอร์ต สามารถใช้ชาร์จอุปกรณ์ได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่มือถือ แต่ยังรวมถึงแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ USB-C PD
  3. ขนาดเล็กและพกพาง่าย: หัวชาร์จ GaN มักจะมีขนาดเล็กกว่าหัวชาร์จทั่วไปที่มีกำลังวัตต์เท่ากัน ทำให้พกพาสะดวก
  4. ทางเลือกหลากหลาย: มีตัวเลือกเยอะ ทั้งแบรนด์ดัง (Anker, Ugreen, Belkin, Aukey) หรือแบรนด์อื่นๆ ในตลาด ทำให้คุณสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความต้องการ

ข้อสังเกต

  1. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัย: หากเลือกซื้อหัวชาร์จที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือเป็นของปลอม อาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น ชาร์จช้า เครื่องร้อน แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว หรือแม้กระทั่งความเสียหายต่อมือถือและอันตรายต่อผู้ใช้ (ไฟไหม้ ไฟดูด)
  2. ความไม่เข้ากัน: แม้จะบอกว่ารองรับชาร์จเร็ว แต่บางครั้งเทคโนโลยีเฉพาะของแบรนด์มือถืออาจไม่เข้ากันกับหัวชาร์จภายนอก ทำให้ชาร์จได้ช้าลง หรือไม่ได้ความเร็วสูงสุด
  3. ต้องออกเงินเพิ่ม: แน่นอนว่าคุณต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อหัวชาร์จแยกต่างหาก

แต่โดยสรุปแล้ว หัวชาร์จที่มาพร้อมกับมือถือ มักจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในแง่ของความเข้ากันได้ ความปลอดภัย และการทำงานที่เสถียรที่สุดสำหรับมือถือรุ่นนั้นๆ เพราะผ่านการทดสอบและรับรองจากผู้ผลิตโดยตรง

 batch_1img_9976

แต่ถ้ามือถือของคุณไม่ได้แถมหัวชาร์จมา หรือคุณต้องการอัปเกรดเพื่อความเร็วหรือความยืดหยุ่นที่มากขึ้น การซื้อหัวชาร์จภายนอกก็เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกซื้อจาก:

  • แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ: มีชื่อเสียง มีรีวิวดี และมีมาตรฐานรองรับ (เช่น มอก., CE, UL, FCC)
  • รองรับมาตรฐานที่เหมาะสม: ตรวจสอบว่ามือถือของคุณรองรับการชาร์จเร็วแบบใด (เช่น Power Delivery/PD, Quick Charge/QC, หรือเทคโนโลยีเฉพาะของแบรนด์) และเลือกหัวชาร์จที่รองรับมาตรฐานนั้นๆ รวมถึงกำลังวัตต์ (W) ที่เหมาะสมหรือสูงกว่าที่มือถือรองรับเล็กน้อย (มือถือจะดึงไฟเท่าที่รองรับเอง ไม่ได้พัง)
  • ใช้สายชาร์จที่มีคุณภาพดี: สายชาร์จก็มีส่วนสำคัญในการนำกระแสไฟ หากสายชาร์จคุณภาพไม่ดี แม้หัวชาร์จจะดีแค่ไหน ก็อาจทำให้ชาร์จช้าหรือไม่เสถียรได้

ดังนั้น คำตอบคือ: หัวชาร์จที่แถมมา "ดีกว่า" ในแง่ของความมั่นใจในคุณภาพและความเข้ากันได้สูงสุด แต่หัวชาร์จภายนอก "อาจจะดีกว่า" ในแง่ของความยืดหยุ่น กำลังไฟที่สูงกว่า หรือขนาดที่พกพาง่าย หากคุณเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ถูกต้องครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล