9 วิธีประหยัดแบตเตอรี่ใน โน้ตบุ๊ก ที่ง่ายที่สุด

9 วิธีประหยัดแบตเตอรี่ใน โน้ตบุ๊ก ที่ง่ายที่สุด

9 วิธีประหยัดแบตเตอรี่ใน โน้ตบุ๊ก ที่ง่ายที่สุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถ้าพูดถึงแบตเตอรี่นอกจากวิธีการประหยัดไฟให้กับมือถือ เรื่องหนึ่งที่มีผลกับคนเยอะนั่นคือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่มีผลกับการชีชีวิตประจำวันโดยเฉพาะนคนที่ทำงานออฟฟิศ ถ้าเกิดอยู่ดีๆ จะต้องมีการพรีเซนต์งาน และอยู่ดีๆ แบตเตอรี่เกิดหมดกระทันหันซึ่งหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น และมันจะมีวิธีจัดการอย่างไร วันนี้ Sanook Hitech มีวิธีช่วยครับ

 b9_2

  1.  เปิดโหมดใช้งาน Battery Saver หากคุณใช้งานระบบปฎิบัติการ Windows 11 เพียงเปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ ฟีเจอร์นี้จะปรับการตั้งค่าต่างๆให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติเพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพียงคลิกซ้ายที่ไอคอนแบตเตอรี่ทางด้านขวาของทาสก์บาร์ (taskbar) เลือกไอคอนประหยัดแบตเตอรี่ (Battery Saver) นับเป็นวิธีที่ง่ายแต่มีประสิทธิภาพในการช่วยประหยัดพลังงาน อย่างไรก็ตามโหมดการทำงานนี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานบ้างเล็กน้อย แต่หากคุณต้องทำงานระหว่างการเดินทาง การเลือกโหมดประหยัดแบตเตอรี่นี้ก็เป็นวิธีที่เหมาะทีเดียว
  2. ตั้งค่า Power Settings เรายังสามารถตั้งค่าพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊กเอซุส โดยคลิกขวาที่ไอคอนแบตเตอรี่ (Battery) บนทาสก์บาร์ เลือก Power and Sleep settings และเริ่มด้วยการปรับการตั้งค่าหน้าจอและโหมดสลีป (Screen and sleep) เลือกระยะเวลาที่คุณต้องการให้เครื่องโน้ตบุ๊กรอก่อนที่จะปิดหน้าจอและเข้าสู่โหมดสลีปเมื่อไม่ได้ใช้งาน จากนั้นไปที่โหมดพลังงาน (Power) เลือกฟังก์ชั่น Best power efficiency นอกจากนี้คุณ ยังสามารถลองเลือกเมนูประหยัดพลังงานอื่นๆเพิ่มเติมในเมนู Power and battery ได้อีกด้วย
  3. ปรับค่าแสงสว่างหน้าจอ การลดค่าแสงสว่างหน้าจอลงจะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น คลิกที่ไอคอนแบตเตอรี่บนทาสก์บาร์เพื่อปรับค่าแสงสว่างให้เหมาะสม
  4. หันมาใช้โหมด Dark ยิ่งเราใช้งานหน้าจอสว่างมากเพียงใด ก็ยิ่งเป็นการเปลืองแบตเตอรี่มากขึ้นเท่านั้น การหันมาใช้งานโหมด Dark จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดแบตเตอรี่ โดยเราสามารถปรับตั้งค่าบนระบบปฎิบัติการ Windows 11 เพียงเข้าไปที่เมนู Personalization และเลือกเมนู Dark โดยเรายังสามารถลองสำรวจแอปพลิเคชั่นที่เราใช้งานบ่อยๆดูได้ว่าสามารถตั้งค่าโหมด Dark นี้ด้วยได้หรือไม่
  5. ถอดสายอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ไม่ได้ใช้งาน อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ดึงพลังงานโน้ตบุ๊กของคุณอย่างมากโดยคาดไม่ถึง ดังนั้นควรถอดสายอุปกรณ์ต่อพ่วงเมื่อต้องการประหยัดแบตเตอรี่
  1. ปืดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การท่องโลกออนไลน์ใช้พลังงานแบตเตอรี่มากทีเดียว การยกเลิกการเชื่อมต่อ หรือเปิดใช้งานโหมดเครื่องบิน (Airplane mode) ก็จะช่วยให้คุณใช้งานโน้ตบุ๊กได้นานขึ้น
  2. ตั้งค่าการแสดงผลและกราฟิก : โหมดขั้นสูง ยกระดับการประหยัดแบตเตอรี่ไปอีกขั้นด้วยการตั้งค่าการแสดงผลและกราฟิก เพียงไปที่ System เลือก Advanced display หากโน้ตบุ๊กมีอัตราการรีเฟรชเรทอยู่ที่ 120Hz ให้ปรับลดลงเหลือ 60Hz จะช่วยประหยัดพลังงานในขณะที่ยังคงใช้งานได้ในระดับที่พึงพอใจ และหากเครื่องโน้ตบุ๊กมีการ์ดจอแยก (ซึ่งกินพลังงานมาก)
    เราสามารถปรับตั้งค่าเลือกการใช้พลังงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยเลือกการใช้งานกราฟิกที่แต่ละแอปพลิเคชั่นควรใช้ และเรายังสามารถเลือกตั้งค่าให้ Windows 11 เลือกปรับได้ตามเหมาะสม อย่างไรก็ตามโน้ตบุ๊กระบบปฎิบัติการ Windows 11 บางรุ่นเท่านั้นที่สามารถปรับค่าฟีเจอร์นี้ได้
  3. ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่โดยปกติแล้วแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กจะเสื่อมลงตามระยะเวลา หากคุณลองทุกวิธีการข้างต้นนี้แล้ว แต่แบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้ไม่นานเท่าที่ต้องการ อาจะเป็นสัญญาณของปัญหาแบตเสื่อม
  4. ใช้โปรแกรมจัดการพลังงานของ Notebook : เพราะ Notebook หลายๆ ยี่ห้อก็มีวิธีการจัดการพลังงานอยู่ดังนั้นการเลือกให้เปิดเพื่อตรวจสอบในการใช้พลังงานว่าเกิดความผิดปกติหรือเปล่า และบางรุ่นมี AI จัดการพลังงานได้ก็อย่าลืมลองกดเปิดดูครับ

จะเรียกว่าจริงๆ แล้วคอมพิวเตอร์เองก็มีระบบจัดการพลังงานอยู่แล้วยังไงก็ต้องลองเลือกจัดการให้เหมาะสมดีกว่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook