รีวิว "Huawei Watch D" สมาร์ทวอทช์สายสุขภาพ ที่สามารถ "วัดความดันโลหิต" ได้

รีวิว "Huawei Watch D" สมาร์ทวอทช์สายสุขภาพ ที่สามารถ "วัดความดันโลหิต" ได้

กลับมาพบกับรีวิวจากทีม Sanook Hitech อีกครั้งสำหรับรอบนี้ยังคงอยู่กับอุปกรณ์จาก Huawei อยู่เช่นเคย โดยรอบนี้ใครมองหา Smart Watch ที่ไม่ได้มีเพียงแค่บอกเรื่องสุขภาพ แต่สามารถวัดสุขภาพได้แบบเชิงลึกลงไปอีก วันนี้คุณถูกใจกับ Huawei Watch D ตัวนี้แน่นอนเพราะมันคือ Smart Watch ตัวแรกที่สามารถวัดชีพจรแม่นระดับเครื่องวัดความดัน

Huawei Watch D

รายละเอียดสเปกของ Huawei Watch D

  • ขนาดตัวเครื่อง : 46 x 33.5 x 10.8 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 40.9 กรัม 
  • ขนาดหน้าจอ : 1.64 นิ้ว แบบ AMOLED ความละเอียด 456x280 พิกเซล, 326 PPI
  • ระบบปฏิบัติการ : Harmony OS 2.0
  • รองรับกับมือถือระบบปฏิบัติการ : EMUI, Android 6.0 ขึ้นไปและ iOS 10
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.2 + NFC
  • การบอกตำแหน่ง : GPS, Beidou, GLONASS, GALILEO, QZSS
  • เซนเซอร์
    • เซ็นเซอร์ IMU 9 แกน (เซ็นเซอร์มาตรความเร่ง, เซ็นเซอร์ไจโรสโคป, เซ็นเซอร์แม่เหล็ก)
    • เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัล
    • Differential pressure sensor การวัดเรื่องความดันโลหิต
  • ระบบชาร์จไฟ : Wireless Charge
  • แบตเตอรี่ : 451mAh
  • สีสัน : เทาดำ (Graphite Black)

อะไรอยู่ในกล่อง Huawei Watch D ประกอบด้วย

batch_20220616_212408

  • ตัวเรือน Huawei Watch D
  • สายชาร์จแบบ Wireless Charge
  • คู่มือ / ใบรับประกัน
  • สายให้เปลี่ยนพร้อมกับถุงลมวัดความดัน (Airbag) ขนาด L และ M
  • ที่วัดสายข้อมือ

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ Huawei Watch D

Huawei Watch D

เริ่มต้นกับดีไซน์ตัวเรือนของ Huawei Watch D จะมาพร้อมกับดีไซน์เรียบง่ายและเป็นทรงเหลี่ยมดูดีกับกระจกที่ป้องกันรอยได้โค้งมนที่ 2.5 องศา ขนาดหน้าจอ 1.64 นิ้ว เป็นแบบ AMOLED การใช้งานง่ายแค่สัมผัสเท่าและให้ความลื่นไหล แม่นยำตามสไตล์ของ Smart Watch ของ Huawei

Huawei Watch D

ด้านข้างจะมีปุ่ม Home สำหรับกดกลับหน้าหลัง และปุ่ม Health ไว้เข้าเมนูลัดเพื่อดูแลสุขภาพของคุณ และเป็นที่อยู่ของเซนเซอร์วัดคลื่นหัวใจไฟฟ้าที่ต้องแตะช่วยกันกับ Heart Rate Sensor

Huawei Watch D

อีกฝั่งจะไม่ได้ติดตั้งอะไรมาให้

Huawei Watch D

Huawei Watch D

Huawei Watch D

ส่วนบนและล่างของนาฬิกาจะมีสายนาฬิกา ที่คุณสามารถกดเปลี่ยนสายได้จากด้านล่างที่กดได้ง่าย ส่วนตัวสายทำจากวัสดุ Fluor elastomer ภายนอกจะเป็นแบบป้องกันการเปื้อนได้ ส่วนภายในเป็นแบบผ้าทำให้รองรับการยืดและหดได้ โดยแบ่งออกเป็น L จะเหมาะกับคนที่ข้อมือที่ใหญ่ และ M จะข้อมือเล็กลงมาสักหน่อย ส่วนตัวผู้เขียนใส่สายขนาด L ครับ

Huawei Watch D

ส่วนด้านล่างนั้นเป็นวัสดุกระจก Sapphire ออกแบบให้โค้งมนรับกับข้อมือของผู้ส่วนใส่ได้และยังครือด้วย Electrode ทำให้ทนทาน วัสดุโดยรวมเป็นแบบ PVD ทำให้ผิวของนาฬิกาสนิทกับผิวหนังช่วยให้อ่านค่า ECG การวัดค่าต่างๆ ทำได้แม่นยำมากขึ้น และมีการติดตั้ง Photoelectric ที่จัดวงเป็นวงแหวนทั้งหมด 8 ตัวช่วยลดทำให้การลดการรบกวนของคลื่นสัญญาณ ส่งผลให้วัดค่าต่างๆ และอัตราการเต้นของหัวใจทำได้แม่นยำขึ้น

มาตรฐานกันน้ำ

Huawei Watch D ยังคงเน้นเรื่องการทนทานต่อการเปียกได้ดีโดยทนน้ำได้ระดับ IP68 อยู่ทำให้สามารถออกกำลังกายและทนต่อน้ำฝนได้ แต่ว่าสิ่งที่ไม่ควรทำคือ การดำน้ำ, ว่ายน้ำ เข้าห้องที่มีอุณหภูมิสูงๆ เพราะอาจจะทำให้ซีลยางได้รับความเสียหายได้

น้ำหนักเมื่อสวมใส่

Huawei Watch D

สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นจุดบอดของนาฬิการุ่นนี้คือ น้ำหนักของตัวเรือน อยู่ที่ 40.9 กรัม มองว่าหนักไปสักหน่อยเมื่อจะต้องสวมใส่ทั้งวัน แต่ถ้าว่าหนักจนรับไม่ได้หรือไม่ คำตอบคือ ยังพอไหว พอๆ กับนาฬิกาโลหะทั่วไป แต่ความสามารถที่จะเล่าต่อไปนี้ มันทำอะไรได้เยอะกว่าที่คุณเห็น 

การเชื่อมต่อครั้งแรก / Application Huawei Health

Huawei Watch D

สำหรับการเชื่อมต่อกับมือถือสามารถรองรับทั้ง iOS และ Android ถ้าเป็นมือถือของ HUAWEI สามารถติดตั้งผ่าน Huawei AppGallery ซึ่งตอนนี้เริ่มเปิดให้สามารถให้มือถือ Android ทั่วไปดาวน์โหลดได้แล้ว หรือจะกดลิงก์ตรงได้ที่นี่

หลังจากติดตั้ง HUAWEI Health ให้กดเข้าไปที่หน้าอุปกรณ์ จากนั้นเลือกไปที่ Add หรือ Scan ก็ได้ แต่ระบบจะแสดงผลอัตโนมัติขึ้นมา จากนั้นให้กดยอมให้ Apps เข้าถึงเรื่องการแจ้งเตือนและภายในของมือถือเพื่อจดจำข้อมูลในกิจกรรมของคุณ

เมื่อเสร็จแล้ว HUAWEI Watch D ก็พร้อมใช้งานได้ทันที

ฟีเจอร์ภายในของ Huawei Health

Huawei Watch D

สำหรับ Application HUAWEI Health สามารถบอกข้อมูลเรื่องของการออกกำลังจากตัว Apps ได้ยังสามารถเชื่อมต่อกับตัว Smart Watch เช่น การแจ้งเตือนแอพลิเคชั่น, ข้อความ, สายโทรเข้า เมื่อมีกิจกรรมหรืออะไรก็แล้วแต่เกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนได้ และยังอัปเดต Firmware ได้ด้วย

ฟีเจอร์ภายในหน้าจอของ Huawei Watch D

Huawei Watch D

ลักษณะฟีเจอร์ของ Huawei Watch D จะคล้ายกับ Huawei Watch FIT 2 ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ลักษณะการแสดงผลสามารถบอกได้ครบ เช่น ใช้ดูข้อมูลที่จำเป็นผ่าน HUAWEI Assistant ซึ่งบอกได้ทั้งสภาพอากาศ, การเล่นเพลงในตัว, เวลาออกกำลังกายหรือการเดิน พร้อมกับสั่ง Celia คำสั่งเสียงอัจฉริยะ (ที่ยังไม่รองรับภาษาไทย)

 Huawei Watch D

ปัดจากบนลงล่างเป็นการดูการแจ้งเตือนด่วน

 Huawei Watch D

ปัดจากล่างขึ้นบน เป็นการดูการแจ้งเตือนของมือถือ

 Huawei Watch D
Huawei Watch D
Huawei Watch D

ปัดซ้าย หรือ ขวา เป็นการดูหน้าจอแสดงผลสุขภาพ, ชีพจร, ระดับ Oxygen ในเลือด หรือ SpO2, สภาพอากาศ, ประวัติการโทร, การมองเห็นพระจันทร์ และสามารถเพิ่มได้

 Huawei Watch D

กดปุ่มจะเป็นการเข้าเมนูเพื่อเข้า Apps ได้ ถ้าเป็นมือถือของ HUAWEI สามารถสั่งเป็น Remote Shutter ได้เช่นเดียวกันครับ ทั้งหมดสามารถเข้าไปตั้งค่าใน Application Huawei Health

โปรแกรมเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ

 Huawei Watch D
Huawei Watch D
Huawei Watch D

สำหรับการบอกเรื่องสุขภาพยังคงจัดเต็มกับโปรแกรมออกกำลังกายมากถึง 70 รูปแบบ พร้อมกับการเป็น Coach ที่สามารถแนะนำการออกกำลังกายได้ในเรื่องการวิ่ง และท่าทางการออกกำลังกายที่ถูกต้อง แถมยังมีการแจ้งเตือนเรื่องเล็กๆ น้อยเช่น

  • เตือนการนั่งนานเกินไป
  • วัดการนอนผ่าน HUAWEI TruSleep 2.06 ที่วัดการนอนแต่ละช่วงรูปแบบการหายใจของคุณ
  • ฟีเจอร์วัดอุณหภูมิผิวหน้าสวมร้อนขึ้นหรือไม่
  • Huawei TruRelax ฝึกเรื่องการกำหนดลมหายใจเพื่อลดความเครียดระหว่างวัน
  • วัดความเครียด

และ Huawei Healty Living Shamrock จะแสดงผลเรื่องเตือนเกี่ยวกับกิจวัตรต่างๆ เช่นการตื่นนอกนม การดื่มน้ำ, ทานยาตามเวลาหรือไม่ และนั่งนานเกินไปไหม จะเก็บเป็นข้อมูลที่ละเอียด

ระบบการวัดความดัน / วัดชีพจร / วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

Huawei Watch D

จุดเด่นของ Huawei Watch D ที่เป็นครั้งแรกคือการติดตั้งระบบวัดความดันโลหิต ซึ่งเป็นนาฬิกาไม่กี่รุ่นที่ติดตั้งและแถมวัดเป็นแบบ Digital และมีการเตือนเรื่องคลื่นหัวใจไฟฟ้า หรือ ECG ทำให้สามารถเช็คได้แม่นยำ ที่สำคัญคือ ได้รับการรับรองจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ประเภทที่ 2 ด้วย

Huawei Watch D

สิ่งที่ทำให้ Huawei Watch D วัดค่าความดันคือ มีการใช้ ถุงลม (Airbag) ติดตั้งที่สายทำให้สามารถพองตัวด้วยการใส่ลมด้วยปั๊มลมขนาดเล็กที่ออกแบบเพื่อการตรวจจับความดันโลหิต เหมาะกับการติดตั้งใน Smart Watch เหมาะกับคนที่เป็นผู้ป่วยเรื่องความดันโลหิตที่สะดวกสบายมากขึ้น

แม้ว่าจะเล็กแต่สามารถทำแรงดันมากถึง 40kPa วัดความดันโลหิตได้สูงสุดที่ 230mmHg เทียบกับเครื่องวัดความดันโลหิตทั่วไป และยังทำงานกับเซนเซอร์วัดความดันละเอียดสูงที่ 0.01 mmHg ทำให้สามารถเปลี่ยนค่าความดันที่แม่นยำ มากขึ้น และสามารถควบคุมความคลาดเคลื่อนอยู่ระหว่าง +-3mmHg ได้ เรียกได้ว่าละเอียดจริง

ในการใช้งานฟีเจอร์วัดความดันนี้แนะนำในการใช้งานดังนี้

Huawei Watch D

  1. นั่งอยู่กับที่นิ่งๆ ในที่ราบ พักสักครู่ ประมาณ 5 นาที
  2. กดปุ่มโหมดวัดความดัน
  3. นาฬิกาจะขึ้นหน้าหน้าจอให้คำแนะนำตามภาพด้านบนนี้ ให้คุณเอาเอาแขนไปทาบกับหน้าอก ให้อยู่ตำแหน่งเดียวกับหัวใจ
  4. ระบบจะวัดชีพวัดความดัน รอจนกว่าจะเสร็จ

หากกล่าวไปแล้วลักษณะการทำงานนั้นจะคล้ายกับการวัดเครื่องความดันปกติ แต่ถ้าแนะนำเพิ่มอีกหน่อยคือ หาเก้าอี้นั่งที่พิงได้จะทำให้ข้อมืออยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ

Huawei Watch D

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ฟีเจอร์วัดชีพจรทั้ง Pulse Wave Detection ตรวจจับและแจ้งเตือนหากมีการเคลื่อนที่ไม่ถูกต้อง ทำงานร่วมกับ Motion Sensor และจับเรื่องของความดันจากการแกว่งแขนว่าเหมาะสมหรือไม่

Huawei Watch D

และ วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ที่สามแตะได้ที่ปุ่ม Health ระบบจะแสดงผลขึ้นมาผ่านนาฬิกาและแสดงแบบละเอียดผ่านทาง Huawei Health โดยการวัดจะใช้เวลา 30 วินาที ทั้งนี้สามารถวัดได้ละเอียดแจ้งเตือนว่าถ้ามีอาการผิดปกติ

Huawei Watch D

แต่คำแนะนำคือฟีเจอร์ของการวัดเรื่องคลื่นหัวใจไฟฟ้า ทำได้กับบุคคลที่มีอายุ 18 ขึ้นไป บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า ไม่แนะนำให้ฟีเจอร์นี้

แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จไฟ

Huawei Watch D

สำหรับ Huawei Watch D สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 7 วันเรียกได้ว่าเป็นอีก Gadget ที่มีความอึดอยู่ในตัว แต่ว่าทั้งหมดจะอยู่ได้ครบหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าจะใช้โหมดการออกกำลังกายที่มีการบอกพิกัด GPS ด้วยหรือไม่

batch_img20220623221142
batch_img20220623221150

ส่วนระบบชาร์จไฟ Huawei Watch D จะมาพร้อมกับ Wireless Charge ที่ติดกล่องและวางได้ง่ายกับมือถือที่ปล่อยไฟย้อนกลับได้เช่นเดียวกัน แต่แนะนำว่าวางกับแทนดีกว่า

สรุปหลังจากทีม Sanook Hitech ได้ทดลองใช้งาน Huawei Watch D มาสักพักหนึ่ง

Huawei Watch D

เรียกได้ว่าเป็น Smart Watch ที่ออกแบบเพื่อการดูแลสุขภาพที่เข้มข้นกว่าเดิม และเหมาะกับคนที่เป็นวัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุเพื่อวัดเรื่องความดันและดูแลสภาพเชิงลึก ที่มีว่าติดตัวโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ใหญ่เกินไปติดตามตัวไป แต่ถ้าใครที่เน้นฟีเจอร์ออกกำลังกาย หรือการออกกำลังกายแบบ Hard Core อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่

สำหรับราคาของ Huawei Watch D อยู่ที่ 14,990 บาท อาจจะอยู่ระดับที่สูงอยู่แต่สิ่งที่ให้มานั้น ถ้าแปลงเป็นซื้อเครื่องใหญ่ๆ ก็จะมีค่าตัวมากกว่า Smart Watch รุ่นนี้มากพอสมควร และยิ่งตอนนี้มีโปรโมชั่น Pre-Order ที่แถม Huawei Scale 3 มูลค่า 799 บาท ถือว่าคุ้มค่าอยู่

Huawei Watch D

โดยคุณสามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม ได้ที่ Huawei Experience Store, ตัวแทนจำหน่าย Huawei, Huawei Store ทั้งหน้าร้านและออนไลน์เช่นเดียวกันครับ

จุดเด่น

  • หน้าจอคมชัดใช้งานง่าย
  • การสัมผัสหน้าจอทำงานไวและไม่หน่วง 
  • โปรแกรมดูแลสุขภาพให้มาแบบครบเครื่อง
  • มีระบบวัดความดันโลหิตในตัวและใช้ได้จริง
  • มีฟีเจอร์วัดคลื่นหัวใจไฟฟ้า (ECG)
  • แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ดี

ข้อสังเกต

  • น้ำหนักค่อนข้างมากกว่าปกติ (แต่เข้าใจได้)
  • โปรแกรมออกกำลังกายอาจจะไม่ครบ สำหรับคนที่จะเอาไปออกกำลังกายแบบสาย Hard Core