สัมผัสแรก vivo X80 Series ดีไซน์เปลี่ยนแปลงให้สวยลงตัว กับสเปกถือว่าสุด

สัมผัสแรก vivo X80 Series ดีไซน์เปลี่ยนแปลงให้สวยลงตัว กับสเปกถือว่าสุด

Vivo ได้เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทยและถือว่าเป็นรุ่นเรือธงอย่าง X80 Series โดยมีการจับมือทั้ง Zeiss ในการพัฒนากล้องและชิ้นเลนส์และรวมไปถึงในเรื่องของชิปใหม่คือ  vivo V1+ มันจะดีแค่ไหนทีม Sanook Hitech จะพาคุณไปชมรอบเครื่องและฟีเจอร์กัน พร้อมมาเริ่มกันเลยครับ

รายละเอียดสเปกของ vivo X80

  • สัดส่วน(ยาว x กว้าง x หนา) : 164.95 x23 x 8.3 มม.           
  • น้ำหนัก:206 กรัม           
  • หน้าจอ:AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว  
  • ความละเอียดหน้าจอ1080x2400 พิกเซล Refresh Rate 120Hz 
  • ชิปเซ็ตMediaTek Dimensity 9000 + Mail G710 
  • การเชื่อมต่อ: 5G / 4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N/AC/6 Dual Band, Bluetooth 5.2, GPS, A-GPS    
  • ความจำภายใน: 256GB     
  • แรม(RAM) : 12 GB                 
  • ความจำภายนอก:  ไม่รองรับ
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 12 + FunTouch OS 12
  • ระบบความปลอดภัย
    • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ 2 มิติ
    • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วในหน้าจอ
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • กล้องหลักความละเอียด50 ล้านพิกเซล F/1.75 + OIS เซนเซอร์ IMX866
    • กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด12 ล้านพิกเซล (Ultra Wide) 
    • กล้องตัวที่ 3 ความละเอียด12 ล้านพิกเซล Protrait (telephoto) 50 mm.
    • LED Flash
  • กล้องหน้า:32 ล้านพิกเซล (f2.45)       
  • แบตเตอรี: 4,500 mAh + Fast Charge 80W    
  • ลำโพงเฉพาะด้านล่าง
  • ช่องเสียบ: USB-C
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น: ไม่ระบุ 
  • สี:ดำ Cosmic Black, ฟ้า Urban Blue

 

รายละเอียดสเปกของ vivo X80 Pro

  • สัดส่วน(ยาว x กว้าง x หนา) : 57 x 75.3 x 9.1 มม.           
  • น้ำหนัก:219 กรัม           
  • หน้าจอ:AMOLED ขนาด78 นิ้ว  
  • ความละเอียดหน้าจอ3200 x 1440 พิกเซล Refresh Rate 120Hz 
  • ชิปเซ็ตQualcomm Snapdragon 8 Gen 1  + Adreno 730
  • การเชื่อมต่อ: 5G / 4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N/AC/6 Dual Band, Bluetooth 5.2, GPS, A-GPS    
  • ความจำภายใน: 256GB     
  • แรม(RAM) : 12 GB                 
  • ความจำภายนอก:  ไม่รองรับ
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 12 + FunTouch OS 12
  • ระบบความปลอดภัย
    • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ 2 มิติ
    • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วในหน้าจอ
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • กล้องหลักความละเอียด50 ล้านพิกเซล F/1.75 + OIS เซนเซอร์ GNV
    • กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด48 ล้านพิกเซล (Ultra Wide) 
    • กล้องตัวที่ 3 ความละเอียด12 ล้านพิกเซล Protrait (telephoto) 50 mm.
    • กล้องตัวที่ 4 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Periscope Telephoto 5x ซูมได้ 60 เท่า
    • LED Flash
  • กล้องหน้า:32 ล้านพิกเซล (f2.45)       
  • แบตเตอรี่: 4,700 mAh + Fast Charge 80W + Wireless Charge 50W
  • ลำโพงเฉพาะด้านล่าง
  • ช่องเสียบ: USB-C
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น: ไม่ระบุ 
  • สี:ดำ Cosmic Black

 

แรกเห็นรูปร่างหน้าตา

vivo X80

 

สำหรับดีไซน์ของ vivo X80 Series ถ้ามองด้านหน้าจะได้หน้าจอคล้ายคลึงกัน พร้อมกับกล้องหน้าติดตั้งความละเอียด 32 ล้านพิกเซลด้านหน้า และหน้าจอโค้งมนลงมาด้านล่าง แต่ถ้าสังเกตเรื่องความละเอียดของ X80 Pro จะได้ความละเอียดเยอะกว่านั่นเอง

vivo X80

vivo X80

vivo X80

vivo X80

รอบตัวเครื่องเพรียวบางและมาพร้อมกับฝั่งขวาเป็นปุ่มกดสำหรับเปิด / ปิด ตัวเครื่องและ ปุ่มปรับระดับเสียงมาให้ด้วย ฝั่งซ้ายไม่มีอะไร ด้านบนมาพร้อมกับคำว่า Professional Photography สื่อให้ถึงความโปร พร้อมกับไมโครโฟนด้านบนนั่นเอง ส่วนด้านล่างเป็นช่องใส่ SIM Card, USB-C และมีลำโพงตัวหลัก สำหรับมือถือรุ่นนี้จะเป็นลำโพง คู่บนล่างครับ

vivo X80

ส่วนด้านหลังจะออกแบบให้ดีไซน์ตแกต่างไปเลยไม่เหมือนกันโดยมใช้กระจำแผ่นใหญ่แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า และกล้องทรงกลมแบบ Circular ครอบด้วย ZEISS T* ที่กล้อง และใช้เทคโนโลยี Fluorite AG ให้ประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมกับสีสันให้เลือกทั้ง Cosmic Black และ Urban Blue 

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ vivo X80 Series

vivo X80
vivo X80
vivo X80

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามือถือรุ่นนี้เขาพูดถึงเรื่องกล้องเยอะมาก และเป็นการจับมือกับ ZEISS ทำให้มีเทคโนโลยีมากมายภายในและยังเคลือบสาย T* ลดอาการแสงเข้าตามสไตล์ของ ZEISS ทำให้ภาพออกมาลงตัว นอกจากนี้ยังมี vivo V1+ ชิบ Co Process ประสิทธิภาพสูงทั้งการเก็บภาพนิ่งและวิดีโอที่ดีขึ้นกว่าเดิม ให้ความสมบูรณ์แบบในเรื่องการถ่ายภาพและวิดีโอ และยังจับมือกับ Zeiss ในการพัฒนาชิ้นเลนส์

vivo X80

ความแตกต่างคือกล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซลสำหรับ vivo X80 รุ่นปกติแต่ได้ Sony IMX866 ใหม่ เซนเซอร์เก็บสีแบบ RGBW และมุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล รวมไปถึง Portrait Lens 50 มิลลิเมตร แต่ถ้าเป็น X80 Pro จะได้เซนเซอร์ Ultra Sense GNV ทั้งคู่มี Gimbal และนอกจากนี้ยังได้กล้องมุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล Portrait Lens 50 มิลลิเมตร และ Telephoto แบบ Periscope ทำให้ภาพนิ่งมากขึ้นในโหมดวิดีโอ

แถมยังมี ZEISS Cinematic Video Bokeh ทำให้ภาพที่ออกมามุมกว้างอัตราส่วนวน 2.39:1 ให้สีสันที่สวยงาม

และยังมีการอัดแน่นด้วย ZEISS cinematic Style Boken, ZEISS Superb Night Camera ทำให้การถ่ายภาพออกมาดูสว่วงในแบบ Pure Night Mode ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับ vivo V1+

vivo X80
vivo X80
vivo X80
vivo X80
vivo X80
vivo X80

ตัวอย่างภาพจาก vivo X80 / X80 Pro

vivo X80 / vivo X80 Pro
vivo X80 / vivo X80 Pro

ด้านขุมพลังของเครื่องรุ่นนี้มีให้เลือกทั้ง vivo X80 กับ MediaTek Dimensity 9000 ส่วน vivo X80 Pro จะได้ Snapdragon 8 Gen 1 พร้อมกับ RAM 12GB / ROM 256GB ชาร์จไฟได้กำลังสูงสุด 80W และในรุ่น X80 Pro จะรองรับชาร์จไฟไร้สายกำลัง 50W

ส่วนลูกเล่นและความปลอดภัย เพิ่มความเป็นส่วนตัวและมีระบบจดจำลายนิ้วมือในหน้าจอ ผ่านทาง Android 12 และ FunTouch OS 12

สรุปหลังสัมผัสแรกกับ vivo X80 Series

vivo X80

ถือว่าเป็นมือถือรุ่นใหม่ตัวหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่ผมว่าเน้นเรื่องน้ำหนักเครื่องที่เบามากกว่าเดิม กล้องสุดฟีเจอร์เยอะ ป้องกันภาพสั่นไหวและรวมไปถึงกล้องที่จัดเต็มเลยครับ โดยตอนนี้ยังเปิดรับจองสำหรับมือถือรุ่นนี้ และราคาของเครื่องนั้นอยู่ที่  vivo X80 Series เริ่มต้น 29,990 บาท ในรุ่น vivo X80 Pro และ 39,990 บาท  โดยโปรโมชั่นกับผู้ให้บริการ เริ่มต้น 17,990 บาท

vivo X80

vivo X80

สำหรับเวลานี้ยังมีเวลาจับจองได้อยู่ก็ลองพิจารณาดู แต่ว่าถ้าเป็นรีวิวสัมผัสจริงจะเป็นอย่างไรกับรุ่นนี้โปรดติดตามกันต่อไป