
สวัสดีครับ...กลับมาพบกันอีกครั้งกับการแกะกล่องรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่เปิดตัวและว่างจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย สำหรับบทความนี้เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ realme อย่างเจ้า GT Neo 2 5G นั้นเอง

รายละเอียดสเปกเครื่องของ realme GT Neo2 5G ที่ได้ทดลองใช้งาน

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง

realme GT Neo2 5G มาพร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Digital Urban ผสมผสานด้วยเทคนิคการเคลือบผิว 7 ชั้นแบบ 7 Nano Multilayers ที่มีคุณสมบัติของการป้องกันรอยขีดข่วน และรอยนิ้วมือ ตัวเครื่องมีขนาด 162.9x75.8x8.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 200 กรัม เวลาหยิบขึ้นมาใช้งานกระชับมือดีครับ และมีการตัดลวดลายระหว่างสีดำและสีเชียวทำให้ด้านหลังนั้นดูดี

ส่วนจอนั้น realme GT Neo2 5G จอแสดงผลแบบ 120Hz E4 AMOLED Display ขนาด 6.62 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุดที่ 120Hz ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ถือว่าเป็นหน้าจอหนึ่งที่มีความคมชัด และมีกล้องหน้าอยู่มุมซ้ายและถัดขึ้นไปคือ ลำโพงสำหรับฟังสายโทรศัพท์ และลำโพงตัวที่ 2 แบบ Stereo

ติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อมกับ ลำโพง Stereo
ปุ่มด้านล่างสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นแบบปัด หรือปุ่มกด
รอบตัวเครื่องจะเป็นวัสดุสีดำ ตัดกับด้านล่างที่เป็นสีสันของเครื่องประกอบด้วย ฝั่งขวามือมาพร้อมกับปุ่ม Power ที่สามารถเปลี่ยนเป็นปุ่มเรียกฟีเจอร์ Google Assistant ได้


ฝั่งซ้ายมือจะมีปุ่มปรับระดับเสียง ที่สามารถใช้ Capture Screen ได้ผ่านการกดปุ่ม Power ที่ฝั่งขวาแล้วกดลดเสียง แต่ถ้าเน้นความสะดวก ใช้ Gesture Control ปัดจากหน้าจอด้านบนสุดลงมาด้านล่างก็ได้ครับ และนอกจากนี้ปุ่มดังกล่าวยังสามารถใช้ความคุมกล้องทั้งการถ่ายภาพ หรือ ตั้งค่าเป็นการซูมได้


ส่วนบนมีเพียงแค่ไมโครโฟนตัวที่ 2 ทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนเวลาคุยสาย หรือ ถ่ายวิดีโอ และยังมีลำโพงสนทนา / ตัวที่ 2 ยื่นออกมาทำให้เสียงดังมากขึ้น

และมาถึงด้านล่างกันบ้างครับ ส่วนนี้จะมีทั้งช่องเสียบ USB-C, ลำโพงตัวเครื่องจุดแรก, ไมโครโฟน และ ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM โดยรุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่มความจำได้ และใครถามหาช่องเสียบหูฟังของรุ่นนี้ ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เพราะมันถูกตัดออกเป็นที่เรียบร้อย แต่ยืนยันว่า สามารถใช้ตัวแปลง USB-C adapter ที่แปลงเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ได้


ต่อกันที่ด้านหลังของตัวเครื่อง : ในส่วนของด้านหลังจะประกอบไปด้วยกล้องตัวหลักด้านหลังแบบ AI Triple Camera (Primary 64MP+Wide Angle 8MP+Macro 2MP) ออกแบบให้กล้องนูนออกมาเล็กน้อยและสีสันดูโฉบเฉี่ยวโดยเฉพาะสี NEO Green มีคำว่า realme และ DARE TO LEAP เด่นชัด



สำหรับ แบตเตอรี่ Li-Ion ความจุ 5000 mAh หลายคนสงสัยว่ามันใช้จริงได้นานไหม หากเป็นคนเล่นเกมเยอะ และใช้งานตลอด แบบหน้าจอติดราวๆ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ 7 โมงเช้า แบตเตอรี่จะหมด ประมาณ 4 โมงเย็น โดยทีมทดสอบกับ PCMark Apps ทำได้ราวๆ 16:09 ชั่วโมง โดยการให้เครื่องทำงานต่อเนื่องจากแบตฯ 100% ให้เลือก 19%

แต่ทั้งหมดชดเชยด้วยระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 65W SuperDart Charge ชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ภายในเวลา 36 นาที และมีโหมด Super Power Saving ยืดอายุการใช้งานได้ และไม่ต้องหาซื้อเพิ่มเพราะสายและที่ชาร์จถูกติดตั้งให้ในกล่องมาแล้วครับ



ด้วยความที่ลูกเล่นของมือถือรุ่นนี้ทั้งหมดอยู่ภายใน realme UI 2.0 มาพร้อมกับ Android 11 โดยคาดว่าจะได้ไปต่อกับ Android 12 อย่างแน่นอน แต่เท่าที่ลองใช้งานถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นทางสายกลาง โดยยังมีการจัดระเบียบหน้าจอได้ดี ทั้งนี้ยังสามารถใช้งานพร้อมกัน 2 โปรแกรม หรือจะทำเป็นหน้าจอเล็กลงก็ได้ แถมมี Tools เครื่องมือครบครัน แทบไม่ต้องดาวน์โหลดเพิ่ม
ด้วยความที่มือถือรุ่นนี้มีลำโพงแบบ Stereo สามารถปรับรูปแบบของเสียงได้ และตัวเสียงถือว่าดังดีใช้ได้ และยังมาพร้อมกับการแสดงผลภาพคมชัดผ่านหน้าจอของ AMOLED E4 ความละเอียด FHD+ และยังมีความแม่นยำของหน้าจอที่สูง ทำให้เวลาเล่นเกมนั้น ทำได้ดี แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือตัว Gesture เพราะบางครั้งอาจจะมีความหน่วงมากไปสักหน่อย
ส่วนของความปลอดภัยสำหรับในรุ่นนี้จะประกอบไปด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)

เปิดเครื่องเพื่อทดลองใช้งานรวมไปถึงฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันพื้นฐานต่าง ๆ

ด้วยสเปกของเครื่องที่พูดเลยว่าแรงจัดอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ทดสอบด้วยโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพคงจะไม่เห็นอะไรมาก รอบนี้ทีม Sanook Hitech ได้ทดลองทั้ง AnTuTu V 9.20 ใหม่ล่าสุดผลที่ได้ก็คือ ทำได้ทั้งโหมดปกติและโหมด GT ใกล้เคียงกัน

คะแนนจาก 3DMark เป็นแอปที่เน้นทดสอบประสิทธิภาพด้านกราฟิก จากคะแนนภาพรวมถือว่าโดดเด่นใช้เล่น

อีกโปรแกรมจาก Geekbench 5 พบว่าคะแนนถือว่าสูงใช้ได้ แต่ถ้าจะเอาให้สะใจต้องเปิด GT Mode ถึงจะแรงแบบเอาอยู่ แต่ไม่ได้ส่งผลการทำงานสักเท่าไหร่

ในส่วนของการทดสอบ MultiTouch Tester สำหรับ realme GT Neo2 5G รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด และมีความเสถียรดี

และเมื่อนำมาทดลองเล่นเกม PUBG Mobile และ Asphalt 9 Legend พบว่าการตอบสนองทันใจถ้ายิ่งเข้า GT Mode ก็จะผลัก CPU ไปถึงขีดสุด แต่ถ้าใครบอกว่าเครื่องมันจะร้อนมากแน่นอน คำตอบคือ ร้อนแต่ไม่ได้มาก เพราะ realme GT NEO มีการติดตั้งระบบระบายความร้อนมาให้ทั้งหมด 4 ชั้นทำให้กระจายความร้อนได้รวดเร็ว
ทดสอบการใช้งานกล้องของ realme GT Neo2 5G ในสภาวะแสงต่าง ๆ และไฮไลท์เด็ดอย่างโหมด Street Photography สำหรับคนรักการถ่ายภาพ แถมยังมีระบบกันภาพสั่นสำหรับวิดีโอมาให้อีกด้วย
อย่างที่เราเกริ่นไปบ้างแล้วว่า realme GT Neo2 5G มาพร้อมกับ กล้องหน้า (Front Camera)ความละเอียด 16ล้านพิกเซล, รูรับแสงขนาด ƒ/2.5 และกล้องดิจิตอล 64ล้านพิกเซล + 8ล้านพิกเซล (Ultrawide) + 2ล้านพิกเซล (Macro) (Triple Camera), รับแสงขนาด ƒ/1.8 พร้อมกับลูกเล่นครบเครื่องแบบนี้ ภาพที่ได้ออกมาจะเป็นอย่างไรรับชมได้เลย


ภาพจากกล้องหน้า









ส่วนใจที่ต้องการภาพที่ผ่านฟิวเตอร์ realme GT Neo2 5G เขาก็มีฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายที่ช่วยให้คุณปรับแต่งและจัดรูปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ถ่าย แต่ง จบ โพสต์ได้...



เป็นอีกรุ่นกล้องหลังทำคะแนนออกมาได้ประทับใจเมื่อต้องถ่ายภาพในถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย








ส่วนกล้องหน้าของมือถือรุ่นนี้ถือว่าสเปกของเครื่องมาครบเลย



เล่นแล้วเล่าพร้อมความประทับใจที่มีต่อ realme GT Neo2 5G เหมาะหรือไม่เหมาะสำหรับการเสียเงิน

สำหรับ realme GT NEO 2 ถือว่าเป็นมือถือระดับ Flagship Killer ที่น่าจับตามองนอกจากสีสันของเครื่องที่เน้นหนักไปทางสีเขียวสวยสด กับสเปกแรงจัดด้วย Qualcomm Snapdragon 870 รองรับ 5G พร้อมกับ Wi-Fi 6 แบตเตอรี่ที่ใหญ่ กล้องที่ไม่ได้เป็นรองรุ่นพี่ในค่าย ถือว่าเป็นอีกมือถือที่นอกจากคนที่ชอบเล่นเกม แล้ว ก็ไม่มองข้าม จริงๆ ในราคา 13,999 บาท
ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่สร้างสีสันในกลุ่มมือถือระดับกลางได้มากเลย แม้จะเป็นกลุ่มที่คู่แข่งเยอะก็ตาม สำหรับคนที่สนใจมือถือ realme GT NEO 2 ก็พร้อมจำหน่ายทั้งช่องทางออนไลน์ และ หน้าร้านของตัวแทนจำหน่าย realme ทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
จุดเด่น
ข้อสังเกต