แกะกล่องรีวิว "realme GT Master Edition" มือถือดีไม่ต้องพึ่งแอปแต่งรูปอีกต่อไป

แกะกล่องรีวิว "realme GT Master Edition" มือถือดีไม่ต้องพึ่งแอปแต่งรูปอีกต่อไป

กลับมาพบกับพวกเราทีมงาน Sanook Hitech อีกครั้งกับบทความรีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

สำหรับคิวล่าสุดนี้เป็นเวลาของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก แน่นอนครับเรากำลังพูดถึงเจ้า realme GT Master Edition รุ่นใหม่ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการและวางจำหน่ายรุ่นล่าสุดนั้นเอง

realmegtmasteredition(16)

เกริ่นกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็ได้เวลาโชว์ของดีในมือกันแล้ว สำหรับรอบนี้เราได้ realme GT Master Edition สี Voyager Grey รุ่นนี้คุณนาโอโตะ ฟุคาซาว่าเป็นคนดีไซน์ ตัวเครื่องได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าเดินทาง ฝาหลังทำมาจากหนัง Vegan สีเทา ทำให้เราได้ผิวสัมผัสที่นุ่ม เป็นมิตรกับธรรมชาติ แถมมีลายเซ็นของ คุณนาโอโตะ ฟุคาซาว่า สลักไว้อีกด้วย

คุณสมบัติของ realme GT Master Edition

  • ระบบปฏิบัติการ: realme UI 2.0 บนพื้นฐาน Android 11
  • ขนาดตัวเครื่อง: 159.2x73.5x8 มม.
  • น้ำหนัก: 174 กรัม
  • หน้าจอ: Super AMOLED 120Hz ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ พร้อมอัตราการตอบสนอง 360Hz Touch sampling rate
  • หน่วยประมวลผล: Qualcomm Snapdragon 778G 5G Octa Core ความเร็วสูงสุด 2.4GHz
  • GPU: Adreno 642L
  • RAM: 8GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน: 256GB
  • MicroSD Card: ไม่รองรับ
  • ซิมแบบ: Nano-SIM, รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • การเชื่อมต่อ : 5G, 4G, Wi-Fi 2.4GHz+5GHz, Bluetooth 5.2
  • พอร์ต: Type-C USB 2.0
  • ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • กล้องดิจิตอลตัวหลัก:
    • 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 (เซ็นเซอร์ Sony IMX682)
    • 8 ล้านพิกเซล (Ultrawide) f/2.2
    • 2ล้านพิกเซล (Macro) f/2.4 
    • พร้อมเทคโนโลยี AI Triple Camera
  • กล้องหน้า: ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5
  • ระบบเสียง Hi-Res Audio
  • รองรับสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • แบตเตอรี่ : 4300 mAh และรองรับชาร์จไว 65W (Fast Charging)
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 11 ครอบด้วย realme UI 2.0
  • ราคาเริ่มต้น 13,990 บาท
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Daybreak Blue และ Voyager Grey

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง

  • ตัวเครื่อง realme GT Master Edition สีเทา Voyager Grey 
  • สายชาร์จแบบ USB Type-C to USB Type-A
  • อะแดปเตอร์ 65W SuperDart Charge
  • เคสที่ออกแบบเหมือนเครื่องนั้นคือผลงานของนักออกแบบชื่อดังชาวญี่ปุ่น
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดรองซิม

realmegtmasteredition(7)

realmegtmasteredition(9)

แกะกล่องสัมผัสแรกกับเรื่องของ Design – การออกแบบ

เรียกว่าการแกะกล่องรีวิวรอบนี้พิเศษจริง ๆ ครับและผมก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รีวิวมือถือรุ่นนี้ เอาจริงตอนแรกที่พูดคุยกันว่าอยากรีวิวรุ่นนี้ไม่คิดไม่ฝันว่าทางเรียลมีจะส่งเครื่อง realme GT Master Edition สี Voyager Grey มีความพิเศษสุด ๆ มาให้ได้เล่นกัน realme GT Master Edition ตัวเครื่องติดตั้งฟิล์มกันรอยมาให้ตั้งแต่เปิดกล่อง โดยไม่ต้องไปติดให้เสียเวลา 

realmegtmasteredition(17)

realmegtmasteredition(4)
realmegtmasteredition(44)
บอกแล้วว่ารุ่นนี้เด็ดและมันก็ทำให้ผมหลงรักตั้งแต่แกะกล่องได้ไม่อยาก GT Master Edition  มาพร้อมกับความพิเศษคือมันเป็นผลงานการดีไซน์ของคุณนาโอโตะ ฟุคาซาว่า (Naoto Fukasawa) ดีไซน์ชื่อดังแห่งวงการอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง แต่ถ้าไม่อยากใช้หนังก็มีอีกสีให้เลือกคือ DayBreak Blue

realme GT Master Edition มีตัวเครื่องที่ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบามาก จับถือได้กระชับมือ ด้วยความที่มันมาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องบางเบาเพียง 159.2x73.5x8 มม. น้ำหนัก 178 กรัม ทำให้สัมผัสได้ว่าเป็นอีกรุ่นที่ค่ายคิดมาแล้วว่าเวลาใช้งานจะทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายมากที่สุดยามอยู่ในมือ

realmegtmasteredition(42)

realme GT Master Edition มาพร้อมหน้าจอแบบ Super AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว (2400×1080 พิกเซล) รีเฟรชเรท 120Hz, ความสว่างสูงสุด 1,000 nits และตอบสนองการสัมผัส 360Hz ทำให้หน้าจอแสดงผลคมชัด ลื่นไหลเห็นชัดเจนตอนเวลาเล่นเกม

realmegtmasteredition(25)

หากเรามองจากด้านข้างตัวเครื่องแบบนี้จะเห็นว่า GT Master Edition มาพร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 14.9 มม. เท่านั้น... คือความบางของตัวเครื่องเด่นมาก เบา ใช้งานถนัดมือสุด ^^

ต่อกันที่ส่วนของจอด้านบน: เป็นจะประกอบไปด้วยส่วนของลำโพงและกล้องหน้าตรงมุมซ้ายของหน้าจอแบบฝังภายในกระจกที่มาพร้อมความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony IMX615 มุมมอง 85 องศา รูรับแสง f/2.5

realmegtmasteredition(28)

ขอบหน้าจอส่วนล่าง: ปุ่มควบคุมการทำงานมาตรฐานเป็นเหมือนกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วๆ ไปครับ โดยประกอบไปด้วยปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent App, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ ส่วนนี้คุณสามารถเข้าไปปรับแต่เพื่อให้เป็นแบบการปัดได้ในตั้งค่าของเครื่องให้เป็นแบบการปัดแทน

realmegtmasteredition(27)

ในส่วนของขอบด้านบนของรุ่นนี้จะมีเพียงรูไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน 1 ตัวเท่านั้นขอบดีไซน์บนเรียบง่าย  

realmegtmasteredition(34)

realmegtmasteredition(35)

มาดูในส่วนของขอบตัวเครื่องด้านล่างกันหน่อย ขอบของเครื่องตัวเครื่องประกอบไปด้วยพอร์ตต่างๆ เริ่มกันช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร, รูไมโครโฟนสนทนาตัวหลัก ต่อมาในส่วนของตรงกลางตัวเครื่องเป็นพอร์ต สำหรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องของลำโพง

realmegtmasteredition(32)

ตัวเครื่องด้านซ้าย: สำหรับขอบด้านซ้ายของรุ่นนี้จะเป็นตำแหน่งของช่องใส่ถาดซิม (รองรับการใช้งานแบบ Dual-Sim) ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้ในรุ่นนี้ ด้วยความบางของตัวเครื่องและรูสำหรับนำซิมออกเล็กมากๆ หากมองผ่านๆ เราแทบมองไม่เห็นส่วนของช่องใส่ถาดซิมเลยครับยอมรับเลยว่า realme GT Master Edition งานเนียบมาก ๆ ถัดลงมาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงครับ

realmegtmasteredition(40)

realmegtmasteredition(33)

ช่องใส่ถาดซิม (รองรับการใช้งานแบบ Dual-Sim) ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card

realmegtmasteredition(3)

ตัวเครื่องฝั่งขวา: มีเพียงแค่ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิด เครื่องเท่านั้น

realmegtmasteredition(37)

realmegtmasteredition(36)

ตัวเครื่อง realme GT Master Edition ด้านหลัง: ฝาหลังมาพร้อมกับผิวสัมผัสแบบด้านแต่เรียบเนียน ป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้ดีได้เวลาโชว์ของเด็ดแล้วครับส่วนของฝาหลังที่เราบอกว่าเป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้ นอกจากจะเป็นการออกแบบของดีไซน์คนดังแล้ว ตัวฝาหลังยังถูกออกแบบมาให้เป็นลูกคลื่นให้เหมือนกับกระเป๋าเดินทาง และยังใช้หนังวีแกนแบบนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนอีกด้วย

realmegtmasteredition(19)

โลโก้ realme จะถูกสลักไว้ที่มุมขวาบน พร้อมกับลายเซ็นของ Naoto Fukasawa ส่วนของลายเซ็นตรงนี้แหละทำให้มันเป็นรุ่นที่หลาย ๆ คนอยากเป็นเจ้าของ (ส่วนอีกสีที่วางจำหน่ายคือสี Daybreak Blue)

realmegtmasteredition(18)

ส่วนของกล้องหลังจะถูกวางไว้ตรงมุมบนขวาในเฟรมสี่เหลี่ยมเรียงกันแนวตั้ง พร้อมกับ ไฟแฟลชข้าง ๆ

realmegtmasteredition(20)

ที่สุดของเสียงอันทรงพลังเพราะ realme GT Master Edition มาพร้อมกับลำโพง HARMAN 2 ตัว รองรับเอฟเฟกต์เสียงสเตอริโอ DTS HD สามารถตัดเสียงรบกวนแบบ Dual Mic เหมาะสำหรับการทำงานและการเรียนออนไลน์

ชาร์จเร็ว SuperDart 65W เล่นได้ตลอด

realmegtmasteredition(6)

realme GT Master Edition มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,300 mAh และรองรับระบบชาร์จเร็ว SuperDart Charge 65W สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนของคุณได้ถึง 100% ภายใน 33 นาที นอกจากนี้ยังรองรับ Flash Charging ขณะเล่นเกม 

นอกจากชาร๋จไฟเร็วแล้ว ในการใช้งานพบว่าเมื่อเปลี่ยนขุมพลังเป็น Snapdragon 778G ทำให้มันตอบสนองใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นกว่า realme GT ที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้

realmegtmasteredition(11)

ซึ่งสมาร์ทโฟนของคุณสามารถชาร์จได้ถึง 38% ในการเล่นหนึ่งชั่วโมง

เปิดเครื่องเพื่อทดลองใช้งานรวมไปถึงฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันพื้นฐานต่าง ๆ

อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า  รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบด้วย realme UI 2.0 ที่ยังคงมีจุดเด่นคือน้ำหนักเบาและสามารถปรับแต่งได้เยอะมากตามใจผู้ใข้งาน

page4_1

page3_1

page7

ความสนุกของรุ่นนี้เราชอบตรงโหมด Personalizations นะเพราะการตั้งค่าเกี่ยวกับจอ Display ทั้งหมดถูกเก็บไว้ในโหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าของ Themes Wallpapers Always-On-Display ส่วนของ Icon styles, App layout รูปแบบของ Fingerprint animation ตรงนี้มีให้เลือกเยอะอยู่ สนุกสนาน แต่สำหรับสีที่เราได้มาลองนั้นจะมี Theme พิเศษ ให้เลือกใช้งานอยู่

นอกนั้นยังมีการตั้งค่า Colors ขนาดของ Font & Display size และการตั้งค่ารูปแบบของ Notification drawer ก็สามารถตั้งได้จากตรงนี้ ส่วนใครอยากตั้งค่า Edge lighting ก็จัดเลย..

page8_2

ส่วนของธีมและวอลเปเปอร์สำหรับในรุ่นนี้นั้นมีมาให้เราเลือกใช้งานเยอะครับ โดยมีทั้งแบบที่ให้มาแล้วในเครื่องและสามารถดาวน์โหลดเข้ามาใช้งานรวมไปถึงการดึงภาพจาก Gallery ที่มามาใช้งาน

pagea1

 pagea2

pagea3

ส่วนเอฟเฟ็กต์การสแกนนิ้วมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ

pagea4

pagea5

สำหรับโหมดการตั้งค่าความปลอดภัย

ด้านความปลอดภัยและการปลดล็อกหน้าจอ รองรับทั้งฟีเจอร์จดจำใบหน้า และการสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ใต้หน้าจอ

pagea6

pagea7

realmegtmasteredition(22)

Play Store มีอะไรบ้าง?

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าในมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์จะมีชื่อแอปพลิเคชันว่า Play สโตร์ จริงมันก็คือร้านค้าของ Google นั้นเองครับ แน่นอนว่าเราวามารถโหลดแอปพลิเคชันต่างๆ ได้จากตรงนี้

page5_1

page6_1

ทดลองเข้าเว็บไซต์ด้วย  realme GT Master Edition

อย่างที่เรารู้แล้วว่า realme GT Master Edition มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ดังนั้นเมื่อนำมันมาเข้าเว็บไซต์และอ่านคอนเทนต์หรือชมวิดีโอมันก็สามารถทำออกมาได้ดี

page1_1

 page2_1

ทดสอบความ Geekbench 5 โปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพ และ 3DMark เป็นแอปที่เน้นทดสอบประสิทธิภาพด้านกราฟิก กันเบาๆ ครับ

ทดสอบเบาๆ ด้วย ทดสอบ Benchmark ด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำได้ 788 คะแนน (Single-Core) และ 2838 คะแนน (Multi-Core) ถือว่าทำคะแนนออกมาได้ดีมากครับสำหรับสมาร์ทโฟนราคาระดับนี้ อันนี้ไม่ต้องทดสอบมาก เพราะเอาเข้าจริงคงไม่มีใครสนใจอ่านมากนักหรอก เดี๋ยวมาอ่านสรุปตอนท้ายที่เราจะบอกละกันว่า หลังการใช้งานจริง "realme GT Master Edition" สามารถทำให้เราประทับได้มากน้อยแค่ไหน? และได้กี่คะแนนสำหรับการรีวิวในครั้งนี้

page1


ในส่วนของการทดสอบ 3DMark คะแนนออกมาดังนี้ครับ

page2
page3
page4

ในส่วนของการทดสอบ MultiTouch Tester สำหรับ GT Master Edition รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด และมีความเสถียรดี

page5

แต่ถ้าเห็นคะแนนประสิทธิภาพแรงไม่พอแล้วล่ะก็ GT Mode ก็เพิ่มให้คุณสามารถเล่นเกมได้ลื่นไหลมากขึ้น แต่ว่าถ้าเทียบกับ realme GT ที่ได้รีวิวไป่ก่อนหน้านี้ขุมพลังในเครื่อง realme GT Master Edition จะเป็นคนละตัวทำให้ขุมพลังที่ด้อยกว่าแต่ก็จะได้ในเรื่องประหยัดไฟมากขึ้น

ทดสอบการใช้งานกล้องของ realme GT Master Edition ในสภาวะแสงต่าง ๆ และไฮไลท์เด็ดอย่างโหมด Street Photography สำหรับคนรักการถ่ายภาพ

ต่อกันเรื่องของกล้อง ที่ในปัจจุบันนั้นสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่มาพร้อมกับกล้องที่เรียกว่าจัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใครกัน และใน realme GT Master Edition ก็เช่นกัน เรื่องกล้องทางเรียลมีไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน รุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัวด้วยกันครับ

realmegtmasteredition(23)

โดยกล้องดิจิตอลตัวหลักที่มาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 (เซ็นเซอร์ Sony IMX682) + 8 ล้านพิกเซล (Ultrawide) f/2.2 + 2ล้านพิกเซล (Macro) f/2.4  พร้อม AI Triple Camera ทั้งยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps, 1080p@60fps ดังนั้นจึงมั่นใจว่าเราจะได้ภาพที่สวยมากแน่นอน ไม่เชื่อลองดูตัวอย่างภาพจากที่พวกเรานำมาฝากกันได้ครับ...

img20210828135035

page12
img20210828135108

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

img20210828144942

img20210828170806

img20210828170909

img20210828175428

img20210828164157

img20210828164533

img20210828164658

img20210828183733
กล้องหน้าสวยมากใครสายเซลฟีบอกเลยว่าควรโดน!!!

realmegtmasteredition(24)

ส่วนสายเซลฟี่รับรองว่าต้องถูกใจกับกล้องหน้าของรุ่นนี้แน่นอนเพราะ realme GT Master Edition มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5, รองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p@30fps มาครับมาดูตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้ากัน

img20210828133903

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า

page11

page20

 โหมดถ่ายภาพ Street Photography เป็นตัวอย่างที่เราอยากนำเสนอในการรีวิวครั้งนี้ เพราะในโหมดนี้มาพร้อมกับ Street Filter ที่ไปร่วมมือกับทาง Kodak ทำให้ได้เอฟเฟ็กต์ฟิล์มจาก Kodak ทำให้เราสามารถถ่ายภาพออกมาได้ออกมาได้จบในการกดครั้งเดียว

untitled-6

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง realme GT Master Edition โหมดถ่ายภาพ Street Photography

page6

page8

page9

img20210828115627

img20210828114001

img20210828114103

img20210828114217

img20210828114735

img20210828114755

img20210828114921
img20210828115004

img20210828115201
img20210828115220


img20210828120224
img20210828120708

img20210828115117

img20210828115545

img20210828121613

img20210828121651

ฟิลเตอร์ realme Street Photography ที่ผ่านการทดลองสีทางวิทยาศาสตร์ 1440 ชั่วโมง พัฒนาจากเอฟเฟกต์ของฟิล์ม Kodak อันเป็นคลาสสิก

img20210828121414

img20210828122419
img20210828120948

การถ่ายภาพเป็นศิลปะของการสังเกต วิธีที่คุณจัดองค์ประกอบภาพคือวิธีที่คุณเล่าเรื่อง เป็นครั้งแรกที่ realme GT Master Edition มีโหมดถ่ายภาพ Street Photography ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าบนสมาร์ทโฟน รวมถึงฟังก์ชั่น DIS Snapshot, Instant Focus และ Quick Zoom พร้อมชุดฟิลเตอร์ Street สุดพิเศษ รวดเร็วและน่าทึ่ง ทั้งหมดในโหมดเดียว

img20210828122852

img20210828122954

img20210828122957

img20210828123050

img20210828170616
การเอารูปภาพต่าง ๆ รวมไปถึงคลิปออกจากตัวสมาร์ทโฟนลงคอมพิวเตอร์เราก็สามารถทำได้ง่ายมากครับ แค่เสียบสายชาร์จ USB ก็สามารถดึงไฟล์รูปภาพออกจากสมาร์ทโฟนได้แล้ว 

untitled-4

เล่นแล้วเล่าพร้อมความประทับใจที่มีต่อ GT Master Edition เหมาะหรือไม่เหมาะสำหรับการเสียเงิน

เรื่องแรกที่เราจะพูดถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องของกล้อง ที่บอกเลยว่า realme GT Master Edition ถ่ายรูปออกมาได้สวยมาก ๆ ยิ่งพอมันมีฟีเจอร์ที่เน้นเรื่องถ่ายภาพแนวสตรีทรับรองได้ว่าคุณจะต้องพลิดเพลินกับโหมดถ่ายภาพแนวสตรีทที่มีมาให้แน่นอน ใครชอบถ่ายรูปแนว Street Photography แล้วละก็เชื่อใจรุ่นนี้ได้ครับ

realmegtmasteredition(21)

ต่อการกันที่เรื่องของการนำมันไปเล่นเกม เราว่าในปัจจุบันนอกมือถือจะต้องถ่ายรูปสวยแล้วละก็มันยังต้องเล่นเกมได้ด้วย realme GT Master Edition รุ่นที่เราได้มาทดลองรีวิวครั้งนี้นั้นมาพร้อมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 778G 5G Octa Core ความเร็วสูงสุด 2.4GHz พร้อม RAM ขนาด 8 GB และ ROM ขนาด 256 GB

realmegtmasteredition(5)

สำหรับรุ่นที่พวกเรานำมารีวิวเป็นตัวที่มาพร้อมกับ ROM ขนาด 256 GB  แน่นอนว่าหลังจากที่ได้นำมาทดสอบเล่นเกมพบว่า ตอบสนองได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และที่สำคัญไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องร้อนด้วย (มันมาพร้อมกับระบบระบายความร้อน Vapor Chamber) เท่าที่เล่นเราว่ามันดีย์นะ

realmegtmasteredition(2)

นอกจากนี้ realme GT Master Edition ยังตอบโจทย์ในเรื่องของเอนเตอร์เทนเมนต์ได้อีกมาก ๆ หลังจากที่เราทดสอบด้วยการนำมันมาดูจอสวย ลำโพงเสียงดี อรรถรสในการดูที่สุด เราว่าคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่เน้นดูหนัง ฟังเพลง รับชมความบันเทิง แถมเรายังสามารถดูหนังฟังเพลงได้ยาว ๆ ไม่ต้องชาร์จบ่อย เราว่า realme GT คืออีกทางเลือกที่เราอยากแนะนำ

realmegtmasteredition(13)

สำหรับราคาของ realme GT Master Edition Series มาพร้อมกัน 2 ราคากับ 2 ความจุ ได้แก่

  • ความจุ 8+128 GB มาในราคาเพียง 13,990 บาท
  • ความจุ 8+256 GB มาในราคาเพียง 15,990 บาท

พร้อมโปรโมชั่นและของแถมมากมาย ที่ realme Brand Shop ช่องทาง realme E-Commerce และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พวกเราทีมงาน Sanook! Hiech หวังว่าหากคุณได้อ่านรีวิวบทความนี้จนจบ สิ่งที่พวกเราทีมงานได้นำมาเล่าและเขียนให้ได้อ่านกันจะมีประโยชน์ในการใช้ประกอบการตัดสินใจของทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยครับ แล้วกลับมาเจอกันได้ใหม่รีวิวชิ้นถัดไป สวัสดีครับ ^^

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ realme gt master edition