CES 2021 ROG เปิดตัว Gaming Notebook ของปี 2021 พร้อมกับหน้าจอมีค่า Refresh Rate 360Hz

CES 2021 ROG เปิดตัว Gaming Notebook ของปี 2021 พร้อมกับหน้าจอมีค่า Refresh Rate 360Hz

ROG หรือ Republic Of Gamer เป็น Brand ย่อยของ ASUS ที่นำเสนอสินค้าเพื่อคอเกม เปิดตัวคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสำหรับคอเกมที่ไม่ควรพลาด ในงาน CES 2021 มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลยครับ

เริ่มต้นกับการออกแบบของ ASUS ROG Notebook จะมาพร้อมกับหน้าจอที่เร็วสุด 360Hz / 3ms ที่เร็วสุด พร้อมกับความละเอียด FHD ส่วน  4K จะเพิ่มเป็นแบบ 4K 120Hz

ROG ScreenPad Plus เป็นครั้งแรกที่ ROG จะมีหน้าจอที่ 2 ที่สามารถแสดงผลและเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงค่าสี DCI-P3 และ Adaptive Sync ที่ทำให้การทำงานระหว่างการเปลี่ยน GPU ของ OnBoard ยัง GPU จริงมีความลื่นไหลมากขึ้น ช่วยให้ภาพแสดงผลอย่างต่อเนื่อง

VRM มีการติดตั้งชิปประมวลผลทำให้เรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพทั้ง CPU และ GPU ทำให้การทำงานได้เร็วมากขึ้น พร้อมกับรุ่นท็อปจะมาพร้อมกับ GPU ขนาด 16GB

ออกแบบแบตเตอรี่ใหม่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น และมีการเพิ่ม Adpters ให้มีขนาด 200 และ 240W น้ำหนักระหว่าง 500 และ 575 กรัม ขนาดเล็กแต่คล่องตัว พร้อมกับเพิ่มที่ชาร์จแบบ USB-C ที่มีขนาดเล็กลงเหมาะกับการพกพามากขึ้น

และมีการเปิดตัว ROG 100W Type-C PD Adapter ทำให้ขนาดเล็กแต่มีกำลังสูงรองรับการชาร์จไฟ 0 – 50% ได้ในเวลา 30 นาที เท่านั้น แต่ถ้าใช้ที่ชาร์จอื่นที่รองรับ PD ได้ แต่ว่า จะได้ความเร็วไม่เท่ากับกำลัง 100W ซึ่ง ROG ทุกรุ่นของปี 2021 จะสามารถชาร์จไฟผ่าน USB-C ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

ส่วนของพัดลมก็มีการเปลี่ยนแปลง ใบพัดให้มีขนาดเล็กลงเพียง 0.1 มิลลิเมตร และมี ARFlow Blades ทำให้การระบายความร้อนทำได้ดีขึ้น และมีพื้นที่มากกว่าเดิม 5% และพัดลมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 15%

จากการออกแบบพัดลมใหม่แล้วยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพที่ทำให้เครื่องมีโหลดในการจัดการขุมพลังได้มากรวมถึงมีการนำ iGPU มาจัดการทำงานให้เกิดความเงียบสูงสุด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากอีกรุ่นหนึ่ง พร้อมกับมีเทคโนโลยี 0db Zeno Distraction

พร้อมกับรองรับ Dolby ATMOS / ATMOS Gaming ที่ทำงานร่วมกับเกมได้อย่างดี ช่วยให้เสียงออกมาสมจริงจากลำโพงทั้ง 4 จุดของเครื่อง พร้อมกับฟีเจอร์ AI Noise Cancelation ลดเสียงรบกวนได้ 95% และสามารถจัดการทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งขาเขาและขาออก โดยเครื่องจะทำงานกับฟีเจอร์ AINC ทำให้ฝั่งปลายทางสามารถได้ยินแต่เสียงการสื่อสารโดยคนเท่านั้น

และมีการออกแบบที่รุ่นที่โดดเด่นมากมายเช่น ROG G14 X ALAN Walker เป็นต้น ทั้งนี้ ASUS มีการเผยว่า ROG ทุกรุ่นจะได้ CPU จาก AMD Ryzen 5000 Series และ Intel Core Gen 11 ตระกูล H พร้อมกับการ์ดจอ GeForce RTX 3000 Series

สำหรับ ASUS ROG ที่เปิดตัวปี 2021 จะมีดังนี้

 ASUS TUF A15 / A17

  • มีการออกแบบใหม่ที่เน้นความแข็งแรงมากขึ้นพร้อมกับอัปเกรดพัดลมใหม่ที่ระบายความร้อนดีกว่าเดิม
  • ขุมพลัง AMD ใหม่, GPU จาก Nvidia รุ่นล่าสุด มี USB-C, รองรับ Thunderbolt, Wi-Fi 6,
  • สี Moonlight White, Eclipse Gray
  • หน้าจอขอบบางลงพื้นที่มากถึง 81%
  • พร้อมกับพัดลม 4 ตัวระบายความร้อนได้ดี
  • ชาร์จไฟผ่าน USB-C

ROG Strix Scar 15/17

  • หน้าจอใหญ่ขึ้นบอดี้เล็กลง โดยพื้นที่หน้าจอ 85%
  • มีการออกแบบให้มีการแสดงผลของไฟหน้าจอและมีการเจาะเลเซอร์ที่ฝาหน้า
  • พร้อมกับมี Armor Caps ได้ 3 แบบ
  • มีการติดตั้ง Soft Touch IMR ที่แผงวางมือ พร้อมกับ AIR ARM
  • ขยาย Touchpad ใหญ่ขึ้น พร้อมกับ ปรับปรุงให้ปุ่ม Keyboard มีความนิ่มนวลผ่าน Optical Switch มีการติดตั้งสปริง 2 จุดและเมื่อกดลงไปก็จะให้ตอบสนองที่แม่นยำมากขึ้น
  • รอบรับ Dolby ATMOS
  • CPU และ GPU ใช้รุ่นใหม่
  • รองรับกำลังชาร์จไฟ 90W USB-C
  • รองรับระบบเสียง Dolby ATMOS

ROG Strix G15/G16

  • ดีไซน์เล็กลงพร้อมกับมีขอบ Armor Caps ที่มีสีสันสวยงามคือสีชมพูและเข้ากับอุปกรณ์เสริม
  • ให้ระบบเสียง Two Way AI Noise Canceling พร้อมกับ Dolby ATMOS
  • สเปกจะเป็นรองจากรุ่น SCAR
  • รองรับระบบชาร์จไฟ 90W ผ่าน USB-C
  • แผ่นยางด้านล่างมีการเปลี่ยนแปลงนอกจากลวดลาย ROG แล้วยังเพิ่มความเฟริ์มเมื่อวานมากขึ้น

ROG Zephyrus Duo 15 SE

  • ออกแบบใหม่ที่รองรับกับหน้าจอ ROG ScreenPad Plus สามารถทำงานได้และเพิ่มเครื่องมือสำหรับการเล่นเกมได้ด้วย
  • มีระบบระบายอากาศ AAS+ ทำให้เปิดการระบายอากาศได้มากขึ้น 5 มิลลิเมตร ระบายอากาศได้มากกว่าเดิม 30%
  • มาพร้อมกับขามพลัง AMOD Mobile Processor, GPU จาก Nvidia รุ่นล่าสุด
  • หน้าจอ 4K 120Hz, FHD 300Hz
  • ให้ระบบเสียง Two Way AI Noise Canceling พร้อมกับ Dolby ATMOS
  • รองรับการชาร์จไฟผ่าน USB-C กำลัง 90W และ 100W

 

ROG Zephyrus G14

 

  • มีให้เลือก 2 สีที่สวยงาม ได้แก่ Moonlight White, Eclipse Gray
  • พร้อมกับมี Virtual Companion ที่สามารถใส่รูปแบบที่เราต้องการโดยเครื่องจะมี Omni เป็น Mascot ให้ได้เลือกแต่ละรูปแบบให้แสดงผลได้

  • ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว 240 Hz รองรับความละเอียดสูงสุด WQHD แบบค่า Refresh Rate 165Hz
  • รองรับการชาร์จไฟ USB-C 90W
  • ขุมพลัง AMD, GPU จาก Nvidia
  • ให้ระบบเสียง Two Way AI Noise Canceling พร้อมกับ Dolby ATMOS

ROG Zephyrus G15

  • หน้าจอบางเพียง 6 มิลลิเมตร ความสว่าง 300Nits รองรับค่าสีตรงจาก  Pantone
  • Touchpad ใหญ่มากขึ้น
  • มีการเพิ่มลำโพงทั้งหมด 6 จุดและมี Dual Force Canceling Woofer ทำให้ทำงานเงียบ รองรับ Dolby ATMOS
  • ไมโครโฟน -3 ตัวทำให้ลดเสียงรบกวนได้อย่างดี
  • ขุมพลัง AMD, GPU Nvidia รองรับ WiFi6,
  • ชาร์จไฟผ่าน USB-C กำลัง 90W ใช้งานได้นานสุด 14 ชั่วโมง

ROG Flow X13

  • มีความบาง 13 มิลลิเมตร น้ำหนัก 3 กิโลกรัมอัตราส่วน 16:10
  • ใช้งานได้นานสุด 18 ชั่วโมง และแสดงวิดีโอ 10 ชั่วโมง
  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ 4 โหมด, Laptop, tent, Stand, Tablet
  • พัฒนาให้พัดลมช่วยให้ CPU เย็นลง 7% และ GPU เย็นลง 8%
  • ค่า Refresh Rate อยู่ที่ ความละเอียดถ้าเป็น 4K จะอยู่ที่ 60Hz และ FHD อยู่ที่ 120Hz
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่าน XG Mobile Interface ผ่าน PCIE Gen3X8 ทำให้รองรับการทำงานได้เร็วระดับ 63Gb/s
  • สามารถทำงานกับ ROG XG Mobile หรือจะเป็นการ์ดจอภายในอย่าง GTX1650
  • ชาร์จไฟผ่าน USB-C กำลัง 90W

ROG XG Mobile

  • จะมีขุมพลังที่รองรับกำลัง 45W, GPU 35W
  • น้ำหนัก 9 กิโลกรัม
  • มีช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง
  • มีการพัฒนาให้รองรับ VRM ในตัว
  • พร้อมกับฟีเจอร์จัดเต็ม แต่ขนาดเล็กแต่ช่องเสียบครบทั้ง USB-C, HDMI รองรับการเชื่อมต่อหน้าจอ 4K, FHD 120Hz
  • การ์ดขอติดตั้งภายใน GeForce GTX1650 พร้อมกับ CPU AMD Mobile Processor
  • มี USB-C, Display Port, HDMI, LAN, มาให้ครบ

ในปีนี้การออกแบบที่มีความพิเศษคือ มีการนำ Gravity Wave มาใช้ในการออกแบบที่ทำให้ดูมีความดูดุดันและมีการกระจายไปยังรุ่นต่างๆ อย่างมากมาย ส่วนรุ่นไหนจะมาเปิดตัวในประเทศไทยก่อนคงต้องรอติดตามกันต่อไปแต่ยืนยันว่า มาแน่นอน