รีวิว Dell XPS 15 Creator Edition คอมพิวเตอร์บางเบา สเปกแรงเพื่อคนตัดต่อที่ไม่อยากได้เครื่องใหญ่

รีวิว Dell XPS 15 Creator Edition คอมพิวเตอร์บางเบา สเปกแรงเพื่อคนตัดต่อที่ไม่อยากได้เครื่องใหญ่

กลับมาพบกับรีวิวจากทีม Sanook Hitech กันอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่หลายคนต้องกลับมาทำงานที่บ้านอีกครั้ง Notebook ก็ยังคงเปรียบเหมือนกับอาวุธที่ต้องมี หนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการสร้างงาน Creative  ที่ต้องมีคือ Dell XPS 15 รุ่นล่าสุดที่มีการพลิกโฉมอย่างมาก เรามาดูกันว่าคอมพิวเตอร์รุ่นนี้จะมีอะไรที่แตกต่างจาก Dell ในยุคก่อนมากน้อยแค่ไหน

รูปลักษณ์ ดีไซน์ของ Dell XPS 15 Creator Edition

เริ่มต้นกับดีหน้ากับดีไซน์คล้ายกับรุ่นเดิมเพราะมีโลโก้ Dell ที่อยู่ตรงกลางที่สวยงามเพราะตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมที่สวยงามมาก ในแบบฉบับของ Dell

batch_dsc04436

รอบตัวเครื่องก็เป็นออกแบบให้ด้วยวัสดุอลูมิเนียมเกรดดีและมีความทนทานสูงนอกจากนี้ยังฝั่งซ้ายมีช่องล็อค Kensington และ USB-C โดย Thunderbolt 4 มาทั้งหมด 3 ช่องด้วยกัน และมีช่องระบายอากาศ

batch_dsc04441

ฝั่งขวามาพร้อมกับ ช่องอ่านการ์ด SD พร้อมกับ USB-C และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และมีลำโพงตัวเครื่อง แต่ถ้าใครมีปัญหาเรื่องต้องการใช้ Port อื่นแล้ว Dell ก็มีตัวช่วยเป็น HUB แปลงเป็น USB-A อยู่ในกล่องแล้วครับ

batch_dsc04442

ด้านหน้าจะมาพร้อมกับส่วนที่เปิดด้านหน้าเครื่อง โดยมีไฟเรืองแสงเวลาเปิดเครื่อง โดยจะเป็นแบบ Standby เป็นต้น

batch_20210106_175133

ส่วนด้านหลังจะมาพร้อมกับบานพับที่เปิดได้มากสุดที่ 178 องศา

batch_20210106_175115

batch_dsc04445

ใต้เครื่องจะมีฝาปิดแบบ Unibody และเป็นมีโลโก้ XPS แบบใหม่พร้อมกับช่องระบายความร้อนและลำโพงตัวเครื่อง

batch_dsc04443
batch_dsc04444

เมื่อเปิดหน้าจอจะพบกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4k พร้อมกับหน้าจอแบบกระจกเป็นแบบ Dell Cinema Display และรองรับ Touch Screen พร้อมกับ Keyboard ที่แบนราบและพิมพ์ได้ง่ายและมี Touchpad ที่มีขนาดกำลังดี และมีปุ่มเปิดเครื่อง มีระบบสแกนลายนิ้วมือ

batch_20210106_174408

แผง Keyboard ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และนอกจากนี้ยังให้ปุ่มที่มีขนาดกำลังดี กดได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การพิมพ์ของคุณทำไดอย่างลงตัวมากขึ้น

batch_20210106_174417

batch_20210106_174349

ภาพรวมการออกแบบของ Dell XPS 15 Creator Edition

ในภาพรวมที่เรียกได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสวยงาม เพราะมีการออกแบบที่ลง และน้ำหนักไม่ได้มาเกินไป และบอดื้สวยเหมือนกันกับคอมพิวเตอร์ราคาแพงบางค่าย แต่ว่าน้ำหนักมากไปหน่อยเท่านั้นเอง

เปิดเครื่องลองใช้ Dell XPS 15 Creator Edition

รายละเอียดและสเปกของ Dell XPS 15 Creator Edition

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 15 นิ้วความละเอียด 3840x2400 พิกเซล InfintyEDGE Touch Display, HDR, แสดงค่าสี Adobe RGB 100% Dolby Vision และ DCI-P3 พร้อมกับ ความสว่าง 500nits,
  • ขนาด : (กว้างxยาวxสูง) 344.72 x 230.14 x 18 เซนติเมตร  
  • หนัก : 2.05 กิโลกรัม      
  • ชิปเซ็ตประมวลผล : Intel® Core™ i7 10750H      
  • ชิปประมวลผลกราฟิก : NVIDIA® GeForce® GTX 1650 Ti 4GB GDDR6
  • RAM : 16GB, 2133 MHz, LPDDR4
  • ความจำ(SSD / Hard Disk) : SSD M.2 NVMe PCIE 512GB     
  • กล้องหน้า : HD Camera      
  • ตัวเชื่อมต่อ (Port) ช่องเสียบหูฟัง, HDMI, USB-C 3.1 3 ช่อง รองรับ Thunder Bolt 3, SD Card Reader
  • ลำโพง : 2 ตัวที่ ใต้เครื่องทั้งมุมซ้ายและขวา 
  • ไมโครโฟน : อยู่ด้านบนเป็น Microphone 2 ตัวพร้อมกับ Noise Reduction 
  • เชื่อมต่อ WiFi 802.11 AX , Bluetooth V5.0      
  • ระบบปฏิบัติการ : Windows 10 64 Bit      
  • แบตเตอรี่ขนาด 4 Cell 56 Wh รองรับ USB-C แบบ Power Delivery (PD) แต่ที่ติดมากับเครื่อง กำลัง 90W

ผลการทดสอบประสิทธิภาพ / การใช้งานจริง

 batch_3d
batch_cine
batch_disk
batch_pcmark
batch_screenshot(1)

จากที่ได้ทดสอบประสิทธิภาพออกมาถือว่าทำได้น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเหมาะกับการใช้ตัดต่อวิดีโอและทำกราฟิกอย่างมากเดียวครับ ส่วนเรื่องการปรับแต่งประสิทธิภาพของเครื่อง ผ่านระบบของ Windows เท่านั้น อย่างไรก็ตาม คอมพิวเตอร์รุ่นนี้ก็ยังพอจะเล่นเกมได้บางเกมเท่านั้น

การแสดงผลหน้าจอ / ระบบเสียง

batch_20210106_174338

batch_cinema_color

หน้าจอของ Dell XPS 15 Creator Edition เป็นจอที่ออกแบบที่น่าสนใจ เพราะเป็นแบบ Dell Cinema Display ให้ความสว่างและสีสันคมชัดเจน ถือว่าเป็นอีกหน้าจอที่ไว้ดูหนังได้ดีเยี่ยม

batch_20210106_175435
batch_20210106_175442
batch_maxx_audio

ส่วนระบบเสียงให้ลำโพงมาแบบทั้ง 2 ตัวและเสียงดังดีรองรับมาตรฐาน Dolby ATMOS อีกด้วย

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์ที่โดดเด่น / ระบบความปลอดภัย

batch_screenshot(2)

ระบบปฏิบัติการของ Dell XPS 15 จะมาพร้อมกับ Windows 10 มาพร้อมกับ Microsoft Office มาแบบ Bundle มาให้ และนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ของตัวเครื่องมากมายไม่ว่าจะเป็น

batch_dell_mobileconnect
batch_dell_update
batch_mydell1
batch_premier_color
batch_sup1

  • Dell Command Update คือระบบที่ตรวจว่ามี Driver ตัวไหนอัปเดตแล้วหรือยัง 
  • Dell Optimizer สามารถปรับแต่งเกี่ยวกับตัวเครื่องทั้งหมดให้เหมาะสมกับการทำงานของคุณ  
  • Dell Support Assist ระบบตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องอย่างมากเลยครับ 
  • Dell Cinema Display ปรับแต่งภาพได้
  • ระบบปรับแต่งเสียงได้
  • Dell Mobile Connect ไว้เชื่อมต่อกับมือถืออ่านข้อความและคุยผ่านมือถือได้โดยตรงไม่ต้องอยู่ในวง WiFi เดียวกัน

ส่วนระบบความปลอดภัยยังมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ เท่านั้น

แบตเตอรี่ / การชาร์จไฟของ Dell XPS 15 Creator Edition


สำหรับแบตเตอรี่ของเครื่องรุ่นนี้จะอยู่ที่ 56W แบบ 4 Cell ผลการทดลองพบว่า สามารถใช้งานได้นานสุด 8 ชั่วโมง แต่ว่าใช้งานจริงโดยเฉลี่ยได้ 4-6 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับคอมพิวเตอร์สเปกนี้

batch_20210107_113118

ส่วนระบบชาร์จไฟรองรับ USB-C กำลังตั้งแต่ 65W ขึ้นไปแต่ว่าถ้าจะให้ดี ควรชาร์จกับที่ชาร์จติดกล่องมาจะเหมาะสมที่สุดครับเพราะกำลังนั้นสูงถึง 90W ทำให้ชาร์จไฟได้เร็วไม่ต้องรอนาน

สรุปหลังจากทีม Sanook Hitech ทดลองใช้งาน Dell XPS 15 Creator Edition

ถือว่าเปนการแตก Line ของ Dell XPS Series ที่เปิดตัวปลายปี 2020 โดยเน้นให้ Ultrabook มีขุมพลังใหม่กว่าแต่ว่ารุ่นแรงอย่าง 15 และ 17 นิ้วก็จะจับกลุ่มไปทางกลุ่มที่สร้างสรรค์ไปเลยแต่ได้การออกแบบที่เรียกไดว่าทำได้แทบจะเหมือนกัน ดังนั้นก็ต้องเลือกให้เหมาะกับการทำงานของคุณว่าจะเป็นแบบไหน

และนอกจากนี้ กล่องของ Dell XPS ทุกรุ่นยังทำจากขยะในทะเลนำกลับมาทกใหม่ทั้งหมด แข็งแรงและดูลักษณ์โลกอีกด้วยครับ

สำหรับราคาของ Dell XPS 15 Creator Edition เปิดตัวในราคา 69,990 บาท เป็นสเปกที่ได้มารีวิว แต่เริ่มต้นจริงจะอยู่ที่ 59,990 บาท แต่ถ้าต้องการจริงแนะนำว่าตัวท็อปสเปกจะจบและสามารถทำงานได้ดีกว่าอย่างแน่นอนครับ

จุดเด่น

  • การออกแบบสวยงามและดูเป็น Notebook ที่น่าพกพา
  • สเปกแรงใช้ได้และไว้เล่นเกมได้แน่นอน
  • หน้าจอสวยมาก
  • รองรับช่อชาร์จไฟทันสมัยแบบ USB-C
  • Keyboard มีปุ่มขนาดกำลังดี พิมพ์สะดวก

ข้อสังเกต

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ไม่มีช่องเสียบอื่นๆ นอกจาก USB-A

มีให้เลือกแค่สีเดียว