รีวิว "Skullcandy Indy EVO" กับความลงตัวของดนตรี สตรีทแฟชั่น และ กีฬา ในราคาน่าคบ

รีวิว "Skullcandy Indy EVO" กับความลงตัวของดนตรี สตรีทแฟชั่น และ กีฬา ในราคาน่าคบ
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

กลับมาอีกครั้งกับการรีวิวของเล่นใหม่ล่าสุดจากทางทีมงาน Sanook Hitech รอบนี้เป็นหูตัวใหม่ล่าสุดของ Skullcandy อย่างเจ้า Skullcandy Indy Evo ที่มาพร้อมกับวิวัฒนาการของ Skullcandy Indy Evo นั้นเองครับ

โดยคุณสมบัติเด่นๆ ของ Skullcandy Indy Evo คร่าวๆ คือมันมาพร้อมกับการเชื่อมต่อไร้สายบลูทูธ 5.0 ทำงานร่วมกับ App Skullcandy กันน้ำ เหงื่อ และฝุ่น IP 55 มาให้ด้วย

อีกทั้งขณะสวมใส่ยังล็อกหูกระชับมากๆ เรียกว่าเหมาะสำหรับสายสปอร์ตทำให้ไม่ต้องกลัวหลุดหาย หากต้องเล่นกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเหวี่ยงมากๆ คุณน่าจะชอบหูฟังรุ่นนี้

25

 อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องของ Indy EVO True Wireless

  • หูฟัง Indy EVO True Wireless
  • กล่องชาร์จ
  • สายชาร์จแบบ USB C
  • จุกหูฟังสำรอง 3 ขนาด (S, M, L)
  • คู่มือการใช้งาน
  • มี Ear Gels มาให้สำหรับเพิ่มกระชับหู

ได้เวลาเปิดกล่องสัมผัสกับตัวจริงของ Indy EVO True Wireless รุ่นใหม่

อย่างที่เราบอกไปแล้วว่า Skullcandy Indy EVO True Wireless รุ่นใหม่มาพร้อมกันทั้งหมด 3 สี Black, Grey และ Mint ซึ่งพระเอกของรุ่นนี้คือเขียวมิ้นท์ครับแต่ผมไม่ได้ขอสีนี้มารีวิวนะ ด้วยความแมนของนักเขียนเราเลยร้องขอสี Grey มารีวิวกันครับ เอาจริงสี Mint สวยมากเหมาะสำหรับชื่อของ Skullcandy ที่สุด

14

มาเริ่มรีวิวกันด้วยส่วนของตัวเคสของ Indy EVO True Wireless ที่รุ่นนี้ทำออกมาได้ดูสวยงามและค่อนข้างดี ตัวกล่องทำด้วยพลาสติกอย่างดีดูหรูและมีราคามากๆ ส่วนของฝาเคสและตัวเคสมีสีเทาอ่อนตัดกันลงตัว

17

ที่ด้านหน้าของตัวเคสจะมีโลโก้ของทาง Skullcandy สกรีนเอาไว้อยู่อย่างเห็นได้ชัดเจนครับ พลิกไปสำรวจเคสด้านหลังกันต่อครับส่วนนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

16

ส่วนล่างของตัวเครื่องเป็นตำแหน่งของช่อง USB-C สำหรับชาร์จไฟให้กับตัวกล่องเคส และสามารถจ่ายไฟให้กับหูฟังได้ในเวลาเดียวกันเป็นเหมือนพาวเวอร์แบงค์หากเราเลิกใช้งานและนำหูฟังเข้าเก็บในเคส ตัวเคสจะทำการป้อนแบตให้หูฟังทันที

18

ในส่วนของฝา เปิด-ปิด ของตัวเคสนั้นถือว่ามีความแข็งแรงในระดับนึงเลยครับ สามารถ เปิด-ปิด ได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะเปิดอ้าออกมาเอง หนาแน่นใช้ได้เลย

11

15

พอเราได้ลองเปิดฝาตัวเคสออกมานั้นก็จะพบกับช่องเก็บหูฟังที่มีตำแหน่ง L-R แสดงไว้อย่างชัดเจน ตัวหูฟังมี “ขนาดเล็ก” และ “น้ำหนักเบา” และนี้ก็เป็นอีกคุณสมบัติเด่นที่มีในหูฟังของ Skullcandy

22

19

21

ต่อกันที่รูปร่างหน้าตาของตัวหูฟัง Indy EVO  ซึ่งยังคงมาพร้อมกับดีไชต์ใกล้เคียงกับรุ่นพี่ๆ น้องๆ ในตระกูล Skullcandy ครับ เมื่อได้ลงใส่ข้าไปที่หูแล้วแทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามีน้ำหนักของหูฟังถ่วงอยู่ในหู และเจ้าหูฟังรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบ Touch Control

4

นอกจากนี้ที่หูฟังทั้ง 2 ข้างยังมีไฟ LED บอกสถานะของการชาร์จที่ตัวหูฟังทั้งสองข้าง แสดงผลเพียง 2 สีคือ สีน้ำเงิน และ สีแดง หากเป็นไฟกระพริบคือการพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับมือถือ (Pairing)

3

2

จุกยางซิลิโคนของหูฟังทำออกมาได้เบาและสบายหูมาก ทำให้เมื่อใส่ไปนานๆ ไม่ค่อยล้าหู จุกยางหูฟังยึดตรึงอยู่ในรูหูได้มั่นคงไม่หลุดง่าย และรุ่นนี้ยังมีสตาบิลิตี้เจลล็อกหูกระชับสาหรับสายสปอร์ตมาให้อีกด้วย 

6

 L = ซ้าย, R = ขวา

7

จุกยางเบอร์ M คือตัวที่ใส่มาตอนแกะกล่องแรกเจอ และคุณสามารถเปลี่ยนได้ทั้งขนาด S และ L ได้ตามความเหมาะสมของหู

8
แน่นอนว่าอีกคุณสมบัติของหูฟังทั่วๆ ไปที่ต้องมีคือเรื่องของความสามารถในการกันน้ำได้ ซึ่ง Skullcandy Indy Evo ก็มาพร้อมมาตรฐาน IP55 สามารถกันฝุ่น กันน้ำกระเด็นใส่ กันเหงื่อ รวมไปถึงกันฝนได้ ทำให้เราสามารถใส่ออกกำลังกายหรือลุยกิจกรรมต่างๆ ได้สบายครับ แต่ไม่แนะนำให้ใส่ว่ายน้ำนะครับ(พังนะ)

10

เชื่อมต่อ Indy EVO กับสมาร์ทโฟนได้ไม่ยากอย่างที่คิด

สำหรับการเชื่อต่อนั้นสามารถทำได้ไม่ยากครับ เพียงนำหูฟังออกจากกล่องชาร์จ Indy จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ พร้อมเข้าโหมดจับคู่ หรือ Pairing Mode การรีเซ็ตหูฟังในกรณีที่หูฟังดังข้างเดียว ลบชื่อ Indy EVO ออกจากรายชื่อบลูทูธบนมือถือแล้วปิดบลูทูธกดเปิดอีกครั้งโดยค้างไว้และลองทำการเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง

1

หรือจะเชื่อมต่อผ่านการใช้แอปพลิเคชั่น Skullcandy ซึ่งเราสามารถโหลดได้จาก iOS และ Android เพื่อค้นหา Skullcandy ฟังก์ชั่นนี้เหมาะกับคสขี้ลืมครับ การทำงานก็ไม่ยากเพียงแค่คุณทำการ เปิด Bluetooth เปิดแอป SkullcandSkullcand เลือกประเภท เลือกรุ่นหูฟังที่เชื่อมต่อจากนั้นทำตามขั้นตอนที่แอป แนะนำได้เลยไม่สามารถเปลี่ยน EQ Mode จาก App ได้ หากแอป ไม่ตอบสนองให้ทำการลบ Task โดยการปัด หรือปิดการใช้งานแอปพลิเคชั่น ปิด Bluetooth จากนั้นเปิดใหม่อีกครั้งรอสักครู่จนกว่าแอปจะตอบสนองตามที่เราได้ตั้งค่าไว้ครับ

ฟีเจอร์การสัมผัสหรือ(ควบคุมการใช้งานด้วยระบบ Touch Control)

9

Touch Control ใช้งานได้แบบแยกอิสระทั้งซ้าย ขวา การใช้งานโทรศัพท์ ได้ยินเสียงทั้งสองข้าง Touch Control ควบคุมระบบสัมผัส ได้ครบทุกคำสั่ง

  • แตะ 2 ครั้งเพื่อเล่น หยุดเล่น รับสาย หรือ วางสายกด 1 ครั้งเร็ว เพื่อ เพิ่มเสียงแตะค้าง ประมาณ 2 วิ เพื่อย้อนกลับไปต้นเพลง(ทาซ้ำสองครั้งเพื่อเลื่อนกลับไปเพลงก่อนหน้า) แตะค้างยาว 6 วิ เพื่อปิดหูฟังแตะค้างยาว 4 วิ เพื่อเปิด
  • แตะ 2 ครั้งเพื่อเล่น หยุดเล่น รับสาย หรือ วางสายกด 1 ครั้งเร็ว เพื่อ เพิ่มเสียงแตะค้าง ประมาณ 2 วิ เพื่อเล่นเพลงถัดไปแตะค้างยาว 6 วิ เพื่อปิดหูฟังแตะค้างยาว 4 วิ เพื่อเปิด
  • แตะเป็นจังหวะ ข้างใดก็ได้ 1ครั้ง เปิด ปิด Ambient Mode, 2ครั้ง เปลี่ยน EQ Mode, 3ครั้ง เรียก Voice Assistant

แบตเตอรี่ก็สำคัญ เพราะมันยาวนานกว่าที่เคยจะอึดแค่ไหนมาดูกัน...

เป็นที่เราทราบๆ กันดีแล้วว่าการมีหูฟังดีๆ ไว้ใช้งานสักอันนอกจากเรื่องเสียงที่ต้องอยู่ในระดับดีแล้ว เรื่องของความอึดแบตเตอรี่ก็สำคัญมากๆ เช่นกันหากแบตเตอรี่หมดเร็วหรือต้องค่อยตามชาร์จบ่อยๆ เราว่ามันคงไม่สนุกแน่

แต่ในรุ่นนี้นั้นเรื่องของแบตเตอรี่ผมขอรับประกันเลยว่าแบตฯ อึดมาก! ใช้กันลืมๆ ไปเลย คือเราสามารถฟังได้ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ชาร์จผ่านเคสใช้ได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เรียกว่าสามารถฟังกันยาวๆ ได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ทำไม่หงุดหงิดใจแน่นอน

13

สรุปการใช้งาน Skullcandy Indy EVO หลังได้ทดลองเล่นมาสักระยะ

เริ่มกันด้วยเรื่องของเสียง แน่นอนว่าด้วยชื่อของ Skullcandy เสียงที่ได้ไม่ทำให้เราผิดหวังแน่นอนครับ... หากใช้ฟังเพลงผมว่ากำลังดีครับ ฟังสบาย เบสปริมาณพอดีๆ สามารถฟังได้เพลงได้ทุกแนวไม่หนักไป ยิ่งใส่ฟังนานๆ ด้วยแล้วผลที่ได้ที่ไม่รู้สึกว่าไม่มีอาการหูล้า ฟังสนุกทุกแนวเพลง

และอีกเรื่องที่ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้คือมันมาพร้อมกับไมโครโฟนในตัวดังนั้นหาเราใช้โทรศัพท์ ประชุมออนไลน์ หรือคุยตอนเล่นเกมส์ ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงเลยครับ รับรองได้ว่าชัดเจนไม่มีหลุดแน่นอน...

นอกจากนี้ในหูฟัง Skullcandy Indy Evo รุ่นนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Ambient Listening Mode ที่ช่วยเปิดรับฟังเสียงรอบข้าง ให้คุณได้ยินเสียงรอบตัวชัดเจน เช่น ขณะกำลังข้ามถนน หรือสนทนากับเพื่อนได้ทันที โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกครับ และแน่นอนว่ามันทำให้เราปลอดภัยยามที่ต้องใช้งานนอกสถานที่

เอาเป็นว่าทั้งหมดนี้คือบทสรุปของตัวผมเองหลังได้ทดลองเล่น Skullcandy Indy EVO เอาเป็นว่าหากใครสนใจก็สามารถใช้ข้อมูลนี้เป็นตัวประกอบในการซื้อสินค้าได้นะครับ แต่ขอออกตัวก่อนว่าเรื่องของการฟังเพลงเป็นรสนิยมของแต่ละบุคคล บางทีหลายๆ คนอาจจะมีความคิดต่างจากผม(ตรงนี้ไม่ว่ากันนะครับ) แต่สำหรับรุ่นนี้เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวของหูฟังคู่นี้แล้วต้องขอบอกว่าส่วนตัวถือว่าคุ้มครับ!

12

สรุปคุณสมบัติพิเศษของรุ่นนี้

  • เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใช้แยกอิสระได้ทั้ง 2ข้าง
  • กันน้ำ เหงื่อ และฝุ่น ระดับ IP 55
  • แบตเตอรี่ใช้ร่วมกับกล่องชาร์จได้ 30 ชั่วโมง 6 + 24
  • Touch Control ควบคุมได้ครบทุกคำสั่ง
  • Titanium coated driver ไดร์เวอร์เคลือบไทเทเนียม
  • EQ Mode ปรับเสียงตามการใช้งาน
  • Ambient Mode รับเสียงรอบข้างโดยไม่ต้องถอดหูฟัง
  • มีไมโครโฟนในตัว ใช้คุยโทรศัพท์ได้
  • ความหน่วงต่ำ ดูหนัง เล่นเกมส์ ไม่ดีเลย์
  • ทำงานร่วมกับ SkullcandySkullcandyแอพ บนสมาร์ทโฟน
  • มีระบบติดตามค้นหา Tile (ดาวน์โหลด Tile app บนสมาร์ทโฟน
  • สายชาร์จ Type C ระบบ Rapid Charge

หูฟัง "Skullcandy Indy EVO" มีสีให้เราเลือกใช้งานด้วยกันทั้งหมด 3 สีคือ สี True Blalck, สี Chill Grey และ สี Pure Mint ซึ่งเป็นสีที่เป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้เลย

Skullcandy Indy EVO พร้อมวางจำหน่ายในราคา 4,390บาท พร้อมรับประกัน 1 ปี และวางจำหน่ายแล้วที่ Skullcandy Official Store Lazada

untitled-5

สำหรับบทความนี้คงต้องขอจบลงแค่เพียงเท่านี้ ส่วนรีวิวต่อไปจะเป็นอะไรอยากให้รออ่านไปพร้อมๆ กันนะครับ