เปิดตัวแล้ว Intel Core รุ่นที่ 11 (Tiger Lake) สุดยอดเทคโนโลยี เพื่อ Notebook รุ่นบางเบา

เปิดตัวแล้ว Intel Core รุ่นที่ 11 (Tiger Lake) สุดยอดเทคโนโลยี เพื่อ Notebook รุ่นบางเบา

เปิดตัวแล้ว Intel Core รุ่นที่ 11 (Tiger Lake) สุดยอดเทคโนโลยี เพื่อ Notebook รุ่นบางเบา
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เรียกได้ว่าไม่ปล่อยให้คู่แข่งได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว สำหรับ Intel ได้เผยโฉมขุมพลังรุ่นใหม่ Intel Core รุ่นที่ 11 ที่มีสถาปัตยกรรมขนาด 10 นาโนเมตร แต่มีชื่อการพัฒนาว่า Tiger Lake เสือน้อยตัวนี้มีดีหลายจุดและสิ่งใหม่ๆ ภายในเยอะมากมายไม่ว่าจะเป็น และถือว่าเป็นการเปิดตัว Logo ของ Intel ใหม่ด้วยเช่นเดียวกัน

การเลือกใช้ ชิปกราฟิก Intel Iris X (ชื่อรหัส “Tiger Lake”) เป็นโปรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแล็ปท็อปรูปลักษณ์บางเบา ออกแบบให้ทำงานได้ดี ทั้งรูปแบบ การสร้างสรรค์ การเล่นเกม และความบันเทิง บนแล็ปท็อปที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows และ ChromeOS พร้อมกับเลือกใช้ เทคโนโลยีการประมวลผล SuperFin ใหม่ของอินเทล ทำให้โปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานพร้อมมอบสมรรถนะและการตอบสนองอันเป็นเลิศในขณะที่ประมวลผลด้วยความถี่ที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อน  

โดยคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 อีกกว่า 150 ดีไซน์จากพันธมิตรหลายราย เช่น Acer, Asus, Dell, Dynabook, HP, Lenovo, LG, MSI, Razer, Samsung และผู้ผลิตรายอื่นๆ 

Intel ได้กล่าวว่าชิปการประมวลผลใหม่นี้เป็นการพัฒนาในชิปตระกูล U Series ในรูปแบบของ System On Chip ที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด ทั้งในด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีที่สุดของการใช้งานแล็ปท็อป U-series ไม่ว่าจะเป็นเพื่อผลิตภาพ งานสร้างสรรค์ การเล่นเกม ความบันเทิง หรือการทำงานร่วมกัน คุณสมบัติในตัวอันหลากหลายจะช่วยขับเคลื่อนแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์รูปลักษณ์บางเบาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)  

tgl-live-blog-035-690x388

การเร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ (AI acceleration) การเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ และสมรรถนะของแพลตฟอร์ม ที่จะมามอบประสิทธิผลสูงสุดในการใช้งานจริง บนแอปพลิเคชันและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ผู้คนนิยมเรียกใช้งานบ่อยที่สุด 

  • การทำงานร่วมกันอย่างหลากหลาย – โปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่น 11 เพื่อการทำงานร่วมกันที่ดีที่สุด พร้อมยกระดับประสบการณ์เฉพาะบุคคลอย่างสมจริงด้วย AI ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มคุณภาพเสียงด้วยการออฟโหลด CPU และลดเสียงรบกวนเบื้องหลังด้วย Intel Gaussian และ Neural Accelerator 2.0 (Intel GNA) การเบลอภาพพื้นหลังและประมวลวิดีโอความละเอียดสูงมาก ที่เร่งด้วย AI หรือการถอดรหัสสัญญาณวิดีโอล่าสุด พร้อมด้วย Intel® Wi-Fi 6 (Gig+) ในตัว ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Wi-Fi ที่ดีที่สุดเพื่อการประชุมทางวิดีโอ โดยทั้งหมดนี้อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาสุดบางเบา 
  • ผู้นำประสิทธิภาพด้านผลิตภาพ – ด้วยประสิทธิภาพของโปรแกรมผลิตภาพสำหรับการทำงานออฟฟิศที่เร็วขึ้นกว่าเดิมกว่า 20% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง ในขั้นตอนการใช้งานจริงบนแล็ปท็อปของผู้คนในแต่ละวัน และรองรับ Thunderbolt 4 ในตัวพร้อมกันสูงสุดถึงสี่พอร์ต ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์นานาประเภท และยังสามารถชาร์จเร็ว ต่อจอภาพภายนอก หรือต่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านสายเคเบิลเพียงเส้นเดียว 
  • การสร้างสรรค์คอนเทนต์ขั้นสูง – ตกแต่งรูปภาพเร็วขึ้นสูงสุด 2.7 เท่าในการใช้งานจริง ตัดต่อวิดีโอได้เร็วกว่าสูงสุด 2 เท่า เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์คู่แข่ง รองรับจอภาพ 8K HDR หรือจะต่อจอภาพ 4K HDR พร้อมกันสูงสุดสี่จอก็ได้ 
  • ความบันเทิงสมจริงเต็มอิ่ม – โปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 จะรองรับ Dolby Vision ด้วยฮาร์ดแวร์เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม มอบประสบการณ์รับชมที่สมจริงกว่าและปรับปรุงระดับพลังงานของระบบ 20% โดยประมาณเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยให้รับชมการสตรีมวิดีโอได้นานขึ้นหนึ่งชั่วโมงเมื่อใช้งานบนแบตเตอรี่ 
  • ประสบการณ์การเล่นเกมรูปแบบใหม่ – เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมสูงสุดถึง 2 เท่าจากเจนเนอเรชั่นก่อน และเป็นครั้งแรกที่จะเล่นเกมชื่อดังอย่าง Borderlands 3, Far Cry New Dawn, Hitman 2 และเกมอื่นๆ ได้ทันทีที่ความละเอียด 1080p ปลดล็อกและแชร์ความสำเร็จกับเพื่อนๆ ด้วยคุณสมบัติการเล่นเกมพร้อมกับสตรีมเกมที่เร็วกว่าผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งเกินกว่า 2 เท่า สัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดนี้ได้จากระบบกราฟิก Intel Iris Xe ในตัว อยู่ในดีไซน์ที่บางเบา 

ทั้งหมดส่งผลให้ คอมพิวเตอร์ที่ได้เลือกใช้ขุมพลังนี้ได้มีประสิทธิภาพสูงจนเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับทั้ง Notebook ในแบบ Workstation และ Gaming เลยก็ว่าได้  

นอกจากนี้ Intel ได้มีการเผยโฉม Intel EVO ที่เป็นการเพิ่มประสบการณ์การทำงานได้ดีที่สุด ด้วย Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 พร้อมชิปกราฟิก Intel Iris X ผ่านการกำหนดจาก Project Athena  

ด้วยการวัดผลการใช้งานภายใต้สภาวะของโลกการใช้งานจริงเพื่อมุ่งสร้างประสิทธิภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่มั่นคงสม่ำเสมอ ทำให้วิธีการทดสอบและวัดผลที่เป็นเอกลักษณ์ของอินเทลเป็นเครื่องบ่งชี้ที่แม่นยำถึงประสิทธิภาพการทำงานจริงของแล็ปท็อป แล็ปท็อปที่ได้รับการยืนยันด้วยเครื่องหมาย Intel Evo จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบตรงตามหรือเหนือกว่าข้อกำหนดและตัวบ่งชี้หลักประสบการณ์ (KEIs) เท่านั้น โดยข้อกำหนดขั้นพื้นฐานตามเป้าหมายของ KEI ประกอบด้วย 

  • การทำงานต่อเนื่องราบเรียบ 
  • สามารถเปิด ตัวเครื่องเพียง 1 วินาที 
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ในสภาพแวดล้อมจริงเท่ากับหรือมากกว่า 9 ชั่วโมง สำหรับระบบที่ใช้จอแสดงผลความละเอียดระดับ FHD 
  • ชาร์จเร็วในเวลาน้อยกว่า 30 นาที เพื่ออายุการใช้งานนานสูงสุดถึง 4 ชั่วโมง สำหรับระบบที่ใช้จอแสดงผลความละเอียดระดับ FHD 

tgl-live-blog-024-690x388

และยังมีคุณสมบัติในการรองรับการเชื่อมต่อเคเบิลมาตรฐานสากล Thunderbolt™ 4 และ Intel® Wi-Fi 6 (Gig+) ในตัว รวมถึงระบบเสียง กล้อง และจอแสดงผลคุณภาพสูง ทั้งหมดนี้ในอยู่ในรูปลักษณ์ที่สวยงามและบางเบาเพื่อประสบการณ์ใช้งานระดับพรีเมียม 

คาดว่าทั้งหมดคุณจะได้พบกับขุมพลังรุ่นใหม่ในเร็วๆ นี้กับคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย แต่ค่ายไหนจะเข้ามาก่อน ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ