9 มือถือกล้องดีในงบ 9,500 – 16,000 บาท น่าใช้ที่สุดประจำเดือน มิถุนายน 2020 

9 มือถือกล้องดีในงบ 9,500 – 16,000 บาท น่าใช้ที่สุดประจำเดือน มิถุนายน 2020 

นอกจากมือถือในกลุ่มราคาหลักพันแล้ว แต่ถ้ามองหามือถือกล้องดีในราคาไม่แพงเกินไป โดยเฉพาะกลุ่มราคา ไม่เกินหมื่นต้นๆ จะมีรุ่นไหนบ้าง ทีม Sanook Hitech ได้รวบรวมมาให้คุณได้รับชมกันทั้งหมดหลายรุ่น เริ่มจาก 

Samsung Galaxy A51 (Review

 

เริ่มต้นกับ Samsung Galaxy A51 รุ่นใหม่ที่แม้ว่าจะเปิดตัวตั้งแต่ต้นปีแล้ว Samsung รุ่นกลางตัวนี้มีกล้องหลัง 4 ตัวแม้ไม่มี Telephoto แต่ก็ยังคงให้ศักยภาพของเครื่องที่น่าสนใจไม่เบาเลยครับ 

สเปกของ Galaxy A51 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 158.5 x 73.6 x 7.9 มม.           
  • น้ำหนัก: 171 กรัม           
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -    
  • หน้าจอ: Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว    
  • ความละเอียดหน้าจอ 2400x1080 พิกเซล ความหนาแน่น 405 ppi       
  • ชิปเซ็ต Samsung Exynos 9611+ Mali G72MP3    
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS           
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10 (One UI 2)    
  • ระบบความปลอดภัย           
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ    
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ   
  • กล้องหลัง 4 ตัว   
  • 48 ล้านพิกเซล F1.8 เป็นเลนส์หลัก   
  • 12 ล้านพิกเซล Ultra Wide มุมมองกว้างสุด 123 องศา    
  • 5 ล้านพิกเซล เป็น Depth Sensor    
  • 5 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ Marco     
  • กล้องหน้า: 32 ล้านพิกเซล (f2.0)      
  • แบตเตอรี : 4,000 mAh + Fast Charge 15W    
  • แรม (RAM) : 6GB           
  • ความจำภายใน : 128GB           
  • ความจำภายนอก :  MicroSD (รองรับ 1TB)           
  • ช่องเสียบ : USB-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร     
  • สี : Prism Crush Black, Prism Crush PinkPrism Crush Blue 

 

iPhone SE (2020) (Review

 apple-iphone-se-2020-2

สำหรับคนมองหาที่ iPhone SE รุ่นปี 2020 รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้สีสันที่สวยแม้ว่ากล้องเดียวแต่ก็รองรับทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอที่คมชัดกำลังดีเลยทีเดียวครับ  

สเปกของ iPhone SE 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 138.4 x 67.3 x 7.3 มม.  
  • น้ำหนัก: 179 กรัม   
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP67  
  • หน้าจอ: IPS LCD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750 x 1334 พิกเซล   
  • ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic Hexa-core (2x2.65 GHz Lightning + 4x1.8 GHz Thunder) + Apple GPU   
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC/AX, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS   
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 13.4 สามารถอัปเดตได้   
  • ระบบความปลอดภัย   
  • ติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID   
  • กล้องหลัง  : 12 ล้านพิกเซล (f1.7 Main)    
  • กล้องหน้า: 7 ล้านพิกเซล   
  • แบตเตอรี : 1821 mAh พร้อมกับ Fast Charge 18W   
  • แรม/ความจุ : RAM 3GB / ความจำ 64 / 128 / 256GB + iCloud Drive   
  • สี : แดง, ขาว, ดำ 

 

Xiaomi Mi Note 10 Lite 

 

เริ่มต้นของเครื่อง Xiaomi Mi Note 10 Lite สเปกของเครื่องที่คุ้มค่า แม้ว่าจะลดแทนจาก Mi Note 10 รวมถึงราคาไม่แพงเกินไป 13,000 บาท แต่ได้กล้องหลังครบเครื่อง และมี Flash ทั้งนวลตา และ ปกติให้เลือกใช้เหมือนกับตัวใหญ่ แม้ว่าสเปกเครื่องจะเป็นกล้องหลัง 64 ล้านพิกเซล ก็ตาม 

สเปกของ Xiaomi Mi Note 10 Lite 

  • ขนาด: 157.8 x 74.2 x 9.7 มิลลิเมตร     
  • หนัก: 204 กรัม     
  • หน้าจอแสดงผล : ขนาดประมาณ 6.47 นิ้ว เป็นแบบ Super AMOLED ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล     
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 730G + GPU: Adreno 618    
  • RAM : 8 GB     
  • ROM : 128 GB     
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มได้    
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11  (อัปเกรดไป MIUI 12 ได้)  
  • WiFi 802.11 AC    
  • Bluetooth 5.0    
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ : 2G/3G/4G LTE-A   
  • กล้องหลัง 4 ตัว:    
    >>>>กล้องตัวแรก มุมมองกว้าง ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, F/1.9(OIS)     
    >>>>กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,F/1.8     
    >>>>กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Depth Sensor ขนาด 2 ล้านพิกเซล  
    >>>>กล้องตัวที่ 4 เป็นเลนส์ Macro ขนาด 5 ล้านพิกเซล เป็นแบบ Marco Lens    
      
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล     
  • รองรับ: ระบบสแกนใบหน้า 2 มิติ    
  • รองรับ: สแกนนิ้วบนหน้าจอ( fingerprint )     
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM    
  • มาตรฐานระดับการกันน้ำ -    
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 5260 mAh รองรับ Fast Charge 30W    
  • สี: Midnight Black, Glacier White, Nebula Purple  
  • ราคา : 12,999 (RAM 8GB+128GB) 

 

OPPO Reno 2 F (Review

 

มาถึงกลุ่มของ OPPO จะมีรุ่นที่น่าใช้อย่าง OPPO Reno 2 F แม้ว่าจะออกมานานแล้วแต่ในราคานั้นถือว่าไม่แพงเกินไป และมีกล้องหลังที่ถ่ายภาพคุ้มค่า และมีกล้องหน้าแบบ Popup 16 ล้านพิกเซล กับการออกแบบเครื่องจับได้ถนัดมือเช่นเคย 

สเปกของ OPPO Reno 2 F 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 162.4 x 75.8 x 8.7 มม.           
  • น้ำหนัก: 195 กรัม           
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -    
  • หน้าจอ:  AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว    
  • ความละเอียดหน้าจอ 1080 x 2340 พิกเซล    
  • ชิปเซ็ต MediaTek Heilo P71 + Mali-G72 MP3   
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 4.2, GPS, A-GPS           
  • ระบบปฏิบัติการ : Android Pie (Color OS 6)   
  • ระบบความปลอดภัย           
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ    
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วในหน้าจอ   
  • กล้องหลัง 4 ตัว : 48 ล้านพิกเซล (f1.8,) + 8 ล้านพิกเซล (Ultra Wide) + 2 ล้านพิกเซล (Depth Sensor) + 2 ล้านพิกเซล (Black and White)  
  • กล้องหน้า: 16 ล้านพิกเซล    
  • แบตเตอรี : 4,000 mAh + VOOC 3.0 (20W)   
  • แรม (RAM) : 8GB           
  • ความจำภายใน : 128GB           
  • ความจำภายนอก :  MicroSD    
  • ช่องเสียบ : USB-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร     
  • สี : Sky White, Lake Green 

 

Vivo V19 (Review

 

มาถึงของ vivo V19 รุ่นกลางที่มาพร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน และมีกล้องหน้า Selfie คู่หน้าทำให้มันดูดีขึ้นอย่างมาก และสเปกของเครื่องถือว่าไม่ได้แรงเกินไป 

สเปกของ vivo V19 

  • หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.44 นิ้ว   
  • ขนาดตัวเครื่อง: 159.6 x 75 x 8.5 มม.        
  • น้ำหนัก:  186.5 กรัม        
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  Qualcomm Snapdragon 712 | Adreno 618   
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB      
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  128GB      
  • หน่วยความจำภายนอก Micro SD   
  • การเชื่อมต่อ: 4G, WiFi 802.11 AC (WiFi 5), Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (Main) + 8 ล้านพิกเซล Ultra Wide  
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น      
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล F1.8 PDAF, OIS    
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล        
  • เลนส์ Depth Sensor สำหรับละลายหลัง 2 ล้านพิกเซล  
  • เลนส์  Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล      
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ -   
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Optical  
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4500mAh        
  • รองรับ Flash Charge 33W (แบบสาย)   
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย FunTouchOS 10   
  • สี:  Sleek Silver เงิน, Gleam Black ดำ 

 

Realme 6 Pro (Review

 realme-6-pro-2

มือถือระดับกลางที่กล้องดีเพราะ realme 6 Pro ที่มีกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัวและมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และมี Telephoto พร้อมกับ มี Macro Lens ทำให้เป็นมือถือในงบ 12,000 บาท ที่มีกล้องดีอีกตัวหนึ่ง 

สเปกของ realme 6 Pro 

  • หน้าจอ IPS LCD ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว ค่า Refresh Rate 90Hz     
  • ขนาดตัวเครื่อง: 163.8 x 75.8 x 8.9 มม.          
  • น้ำหนัก:  202 กรัม          
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  Qualcomm Snapdragon 720G | Adreno 618     
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB        
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  128GB        
  • หน่วยความจำภายนอก Micro SD     
  • การเชื่อมต่อ: 4G, WiFi 802.11 AC (WiFi 5), Bluetooth 5.1, GPS, A-GPS    
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (Main) + 8 ล้านพิกเซล Ultra Wide    
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น        
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.8 PDAF, OIS      
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า   
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล    
  • เลนส์  Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล        
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ -     
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง   
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4300mAh          
  • รองรับ Flash Charge 30W (VOOC 4.0)     
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI พื้นฐานจาก Color OS 7   
  • สี:  Lightning Red, Lightning Blue 

 

Redmi Note 9 Pro  

 xiaomi-redmi-note-9-pro-globa

มาถึงกับ Redmi Note 9 Pro กับมือถือไม่ถึงหมื่นที่สเปกคุ้มค่า และน่าใช้งานไม่เบา และกล้องหลังแม้ว่าจะไม่ได้แตกต่างจาก Redmi Note 9s ที่เคยรีวิวก่อนหน้านี้ นี่เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนะครับ 

สเปกของ Redmi Note 9 Pro 

  • หน้าจอ IPS-LCD 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.53 นิ้ว Dots Display  
  • ขนาดตัวเครื่อง 165.8 x 76.7 x 8.8 มม.     
  • น้ำหนัก 209 กรัม     
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core  
  • ชิปกราฟิก Adreno 618 
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด GB   
  • หน่วยความจำภายในความจุ 64 -128GB   
  • หน่วยความจำภายนอก : MicroSD  
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE,รองรับ WiFi สูงสุดที่มาตรฐาน 802.11 AC, Bluetooth 5.0  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล     
  • กล้องหลังทั้งหมด 4 ตัวประกอบด้วย  
  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และมีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ รองรับ PDAF    
  • เลนส์ ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล   
  • เลนส์มาโครให้มาที่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล   
  • เลนส์ depth ให้มาที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล    
  • LED Flash  
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition, สแกนนิ้วด้านหลัง  
  • แบตเตอรี่ความจุ 5020mAh     
  • รองรับ Fast Charge 30W แบบสาย  
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11.0.1  
  • สี Tropical Green, Glacier White, Interstellar Gray 
  • ราคาในประเทศไทย : 7,999 บาท (RAM 6GB / ความจำในตัว 64GB) 9,999 บาท (RAM 6GB / ความจำ 128GB) 

 

Samsung Galaxy Note 10 Lite (Review

 

Samsung อีกรุ่นหนึ่งที่มีกล้องหลัง 3 ตัวครบเครื่องแม้ว่าสเปกไม่ได้ใหม่มาก แต่เมื่อทดลองถ่ายภาพถือว่ายังออกมาดูดี สำหรับ Note 10 Lite มีฟีเจอร์กดสั่งถ่ายภาพได้ด้วย ราคาคุณสามารถหาซื้อเครื่องเปล่าได้ไม่เกิน 16,000 บาทแล้วครับ 

สเปกของ Samsung Galaxy Note 10 Lite 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 163.7 x 76.1 x 8.7 มม.           
  • น้ำหนัก: 199 กรัม           
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -    
  • หน้าจอ: Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว    
  • ความละเอียดหน้าจอ 2400x1080 พิกเซล อัตราส่วน 20:9 ความหนาแน่น 394 ppi       
  • ชิปเซ็ต Samsung Exynos 9810 + Mali G72MP3    
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS           
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10 (One UI 2)    
  • ระบบความปลอดภัย           
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ    
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ   
  • กล้องหลัง 3 ตัว   
  • 12 ล้านพิกเซล Dual Pixel F1.7 เป็นเลนส์หลัก   
  • 12 ล้านพิกเซล Ultra Wide มุมมองกว้างสุด 123 องศา    
  • 12 ล้านพิกเซล Tele Photo 
  • มี LED Flash และ PDAF       
  • กล้องหน้า: 32 ล้านพิกเซล (f2.0)      
  • แบตเตอรี : 4,500 mAh + Fast Charge 25W    
  • แรม (RAM) : 8GB           
  • ความจำภายใน : 128GB           
  • ความจำภายนอก :  MicroSD (รองรับ 1TB)           
  • ช่องเสียบ : USB-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร     
  • สี : Aura Glow, Aura Black 

 

Huawei Nova 7 SE (Hands On) 

 

สุดท้ายกับ Huawei Nova 7 SE รุ่นกลางที่มีราคาหมื่นต้น ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าใช้งานไม่เบา และรองรับกับ 5G ด้วยในงบไม่แพงเกินไป ครับ 

สเปกของ Huawei Nova 7 SE 

  • หน้าจอ LTPS LCD ความละเอียด 1080x2340 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว ค่า Refresh Rate ระดับ 60Hz        
  • ขนาดตัวเครื่อง:  162.3 x 75 x 8.6 มม.        
  • น้ำหนัก:  189 กรัม        
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  Kirin 820 5G| Mali-G57 
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB      
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  128 - 256GB      
  • หน่วยความจำภายนอก Nano Memory     
  • การเชื่อมต่อ: 4G LTE, WiFi 802.11 AC, Bluetooth 5.1, GPS, A-GPS  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล   
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น      
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.8   
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล     
  • เลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  
  • เลนส์ Macro Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ -   
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง  
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4000mAh        
  • รองรับ Fast Charge 40W  + Reverse 5W 
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10 ไม่มี Google Mobile Service     
  • ราคาในประเทศไทย : 11,990 บาท 
  • สี:  ดำ, ม่วง, เขียว, น้ำเงิน 

 

สำหรับในครั้งหน้าจะมีมือถือกลุ่มไหนมาแนะนำให้เลือกซื้อกันอีกต้องรอติดตามกันต่อไปที่ Sanook Hitech นะครับ