[Hands On] Samsung Galaxy Buds+ หูฟังรุ่นใหม่ที่ดีกว่าเดิมรอบด้าน แต่ราคาเท่าเดิม

[Hands On] Samsung Galaxy Buds+ หูฟังรุ่นใหม่ที่ดีกว่าเดิมรอบด้าน แต่ราคาเท่าเดิม

Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Buds+ อย่างเป็นทางการ นอกจากเป็นหูฟังแจกกับคนที่จอง Samsung Galaxy S20+ และ S20 Ultra แล้ว ยังมีดีหลายเรื่องเหมือนกันแต่ถ้าอยากได้โดยไม่ต้องซื้อมือถือใหม่ ก็มีวิธีที่อยู่ท้ายบทความ ก่อนอื่นเรามาดูสัมผัสแรกกันก่อนดีกว่า 

แรกเห็นรูปร่าง 

เริ่มต้นจากกล่องก็ยังคงเป็นทรง Capsule หรือ เม็ตยา เหมือนเดิม หากใครเคยใช้รุ่นก่อนหน้านี้ ตัวนี้จะเล็กลงกว่าเดิมชัดเจน พร้อมโลโก้ Samsung Sound By AKG ถือแล้วระวังลื่น แต่ไม่ต้องห่วงครับ เขามีเคสให้เลือกใส่มากมาย ส่วนล่างสุดสามารถวางชาร์จไร้สายได้


sa_bp_012

sa_bp_011

ด้านหน้าจะมีไฟสถานะไฟบอก

ด้านหลังเคสมีช่องเสียบ USB-C สำหรับชาร์จไฟ

เมื่อเปิดออกมาจะเจอกับหูฟังในกล่องที่หน้าตาเล็กน่ารักเหมือนเดิม และแถมจะเล็กกว่าเดิมด้วย ซึ่งผลดีคือทำให้ใส่ง่ายมากขึ้น และข้างในก็จะมีที่ชาร์จ(ขั้วสีทอง) เซนเซอร์จับการใส่หู, ไมโครโฟน ด้านนอกเป็น Touchpad  


sa_bp_013

sa_bp_010

นอกจากนี้จุกและส่วนของที่ดันหูสามารถเปลี่ยนได้ทั้งหมด 3 ขนาดแล้วแต่คุณจะลงตัวกับแบบไหนตั้งแต่ขนาด S, M และ L

ส่วนสีสันของหูฟังรุ่นนี้จะมีให้เลือก 4 สีได้แก่ ขาว, ดำ, ฟ้า และ แดง ที่จะเข้ามาจำหน่ายในอนาคตข้างหน้ากันต่อไป 

sa_bp_001

ฟีเจอร์ของหูฟังรุ่นนี้ 

sa_bp_017

ถือว่าเป็นไฮไลท์เด่นเลยก็ว่าได้เพราะ Samsung Galaxy Buds+ นั้นมีรูปร่างที่เล็กแต่ว่าใส่ความสามารถเยอะตั้งแต่ระบบเสียงที่มีการปรับโดย AKG เพียงแต่ว่า เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม จะพบว่าลำโพงของหูฟังรุ่นนี้มีทั้งหมด 2 จุดคือลำโพงปกติ และ เบสที่ขยายเพิ่มขึ้น ช่วยทำให้ State กว้างขึ้น เมื่อเทียบกับหูฟังรุ่นเดิม ชัดเจน แต่มีข้อสังเกตถ้าฟังเพลงแบบ Heavy ต้องทำใจว่า ความสามารถของลำโพงที่เล็กอาจจะไม่มีกำลังขับเบส ไม่ได้มากพอ แต่ก็ดีกว่าหูฟังของบางค่ายในราคาเดียวกันอยู่ดี

ต่อมาคือเรื่องไมโครโฟน มีการอัปเกรด ปกติจะมีแค่ 1 ตัวแต่รุ่นนี้เพิ่มาทั้งหมด 3 ตัว (2 ตัวภายนอก 1 ตัวจะอยู่ในหูฟัง) ทำให้นอกจากทำเรื่องเสียงสนทนาชัดเจน และยิ่งไปกว่านั้น เป็นครั้งแรกของหูฟังรุ่นนี้ที่เป็น Ambient Sound ได้และปรับได้ 3 ระดับ ถ้าเข้าโปรแกรม Labs จะเพิ่มได้ 4 ระดับ แถมยังสามารถเปิด Ambient Sound อัตโนมัติเมื่อโทรสนทนา 

ต่อมาหากลองนำมาเล่นเกม ซึ่งทีม sanook hitech ได้ทดลองกับเกม 2 แบบคือ Asphalt 9 Legend และ Pubg Mobile ต้องยอมรับว่าหูฟังนั้นให้เสียงที่รอบทิศเช่น PubG จะได้ยินเสียงการตอบโต้ที่ด้านหลังด้วยทำให้เสียงที่ออกมาช่วยให้บรรยากาศเล่นเกมได้สนุกและอาจจะทำให้คุณชนะในการแข่งก็ได้ 

โปรแกรมการควบคุมก็มีสิ่งที่น่าสนใจเพราะว่ามีการปรับเปลี่ยนอย่างมากมายเลยทีเดียว เริ่มต้นจากเรื่องของหน้าตาที่ดูดี การสั่งงานควบคุมที่ง่ายดาย และยังตามหาหูฟังได้ ถ้ายังมีการเชื่อมต่อกับหูฟังอยู่ แถมยังสามารถสั่งงาน Touch Pad และอัปเดต Firmware ได้ และมี Labs โปรแกรมที่ยังทดสอบ หรือต้องการเปิดเฉพาะ ก็จะมี Gaming Mode ที่ลดอาการสัญญาณหายช่วยให้หูฟังตอบสนองได้ต่อเนื่อง 

โปรแกรมดังกล่าวของมือถือ Android จะใช้ชื่อว่า Galaxy Wear ส่วน iOS จะใช้ชื่อว่า Galaxy Buds+ สามารถโหลดมารอได้ตั้งแต่วันนี้ 

และสุดท้ายกับเรื่องราวของแบตเตอรี่ที่มากกว่าเดิม ที่กล่องจะให้ที่ 270 mAh และ 85 mAh สำหรับในหูฟัง ดังนั้นการใช้งานจริงจะอยู่ได้นานขึ้นเป็น 11 ชั่วโมง และรวมกับกล่องได้ 22 ชั่วโมง แต่ถ้าหมดก็มีระบบชาร์จให้เลือกได้แก่ 

  • แบบสายผ่าน USB-C รองรับ Quick Charge เคลมว่าชาร์จแค่ 3 นาที ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง 
  • Wireless Charge ถ้าใช้ Galaxy S20 จะชาร์จได้เร็วเหมือนกับสาย คือชาร์จ 3 นาที ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง  (ไม่ยืนยันว่ารุ่นก่อนหน้านี้จะทำได้หรือไม่)

ทั้งนี้เรื่องของการชาร์จจริงต้องขอแปะไว้เมื่อจะทำรีวิวแล้วบอกเล่าอีกครั้งกันต่อไป 

สรุปหลังจากที่ได้ทดลองใช้ Samsung Galaxy Buds+ ในระยะเวลาสั้นๆ  

1 ชั่วโมงที่ได้ทดลอง Samsung Galaxy Buds+ พูดได้เลยว่าเป็นอีกหูฟังในกลุ่ม True Wireless (TWS) ที่น่าใช้อีกรุ่นเพราะคุณภาพของระบบเสียงที่ดีกว่าเดิมด้วยการใส่ลำโพง 2 รูปแบบ แถมยังสนทนาดีกว่าเดิมและตัดเสียงได้ดีขึ้น และยังได้แบตเตอรี่อึด และเล่นเกมแทบจะไม่ดีเลย์สำหรับในการส่งเสียงออก 

ทั้งหมดนี้มาในราคา 4,990 บาท เมื่อเทียบกับ Galaxy Buds รุ่นเดิมก็พบว่าราคานั้นเท่ากัน ดังนั้นการเลือกซื้อหูฟังรุ่นใหม่นี้ไม่น่ายาก แถมยังมีสีให้เลือกครบ แต่ว่าพร้อมจำหน่าย 16 มีนาคมนี้  

แต่ถ้าใครอยากได้ก่อนใคร ต้องรีบไปจอง Samsung Galaxy S20+ และ S20 Ultra ที่จะได้หูฟังรุ่นนี้ฟรีไปเลยครับ  ส่วนรีวิวแบบเจาะลึกรอติดตามทางที่ sanook hitech เร็วๆ นี้