รวมมือถือน่าซื้อใช้ ต้นปี 2020 ช่วงราคา 5,000-21,000 บาท

รวมมือถือน่าซื้อใช้ ต้นปี 2020 ช่วงราคา 5,000-21,000 บาท

กลับมาพบกับการรวมมือถือและ Gadget จากทีม sanook hitech กันอีกครั้ง สำหรับในบทความนี้ก่อนที่จะรู้กันว่าในปี 2020 จะมีมือถือรุ่นไหนที่น่าซื้อกันบ้างนั้น หากย้อนมาถึงวันนี้แค่เริ่มปี 2020 มาสรุปในส่วนของมือถือที่น่าซื้อในช่วงนี้กันว่าแต่ละกลุ่มราคามีรุ่นไหนน่าสนใจกันบ้าง พร้อมแล้วมารับชมกันได้เลย 

กลุ่มมือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท

HUAWEI Y6s 

HUAWEI Y6sHUAWEI Y6s

เริ่มต้นกับมือถือในงบประมาณ 3,999 บาท เพิ่งเปิดตัวใหม่ แม้ว่าจะมีกล้องเลนส์เดียวแต่สเปกที่ให้ถือว่าสุดเพราะว่าความจำเริ่มต้นก็ 64GB และเสียงดังมาก ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าซื้อหามาใช้ไม่เบาเลยครับ 

สเปกของ HUAWEI Y6s 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 156.28 x 73.5  x 8 มม.            
  • น้ำหนัก: 150 กรัม            
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -     
  • หน้าจอ: IPS LCD ขนาด 6.09 นิ้ว     
  • ความละเอียดหน้าจอ 1560x720 พิกเซล     
  • ชิปเซ็ต MediaTek MT6765 Octa Core 
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Nano SIM 2 Slot) WiFi 802.11 B/G/N, Bluetooth 4.2, GPS, A-GPS            
  • ระบบปฏิบัติการ : Android Pie + EMUI 9.1  
  • ระบบความปลอดภัย            
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ     
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนนิ้วที่ด้านหลัง    
  • กล้องหลัง  : 13 ล้านพิกเซล (f1.8,) + Auto Focus + LED Flash 
  • กล้องหน้า: 8 ล้านพิกเซล     
  • แบตเตอรี : 5,000 mAh     
  • แรม (RAM) : 3GB            
  • ความจำภายใน : 64GB            
  • ความจำภายนอก :  MicroSD รองรับได้มากที่สุด 512GB 

 

กลุ่มมือถือราคา 6,000 – 8,000 บาท 

Redmi Note 8 Pro 

Redmi Note 8 ProRedmi Note 8 Pro

มือถือรุ่นล่าสุดกับสเปก MediaTek ที่เน้นการเล่นเกมและมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กับสเปกเริ่มต้น RAM 4GB / ความจำ 64GB ผมถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ ถ้าไม่นับในเรื่องของน้ำหนักที่มากไปหน่อย 

สเปกของ Redmi Note 8 Pro   

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 161.4 x 76.4 x 8.8 มม.    
  • น้ำหนัก: 200 กรัม    
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -    
  • หน้าจอ: IPS LCD ขนาด  6.53 นิ้ว ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล    
  • ชิปเซ็ต MediaTek Heilo G90T + Mali G76 MC4   
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS    
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie + MIUI 10.4   
  • ระบบความปลอดภัย   
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ    
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า    
  • กล้องหลัง 4  ตัว : 64 ล้านพิกเซล (f1.9 Main) + 8 ล้านพิกเซล (f2.4, Ultra-Wide) + 2 ล้านพิกเซล Depth Sensor + 2 ล้านพิกเซล Marco   
  • กล้องหน้า: 20 ล้านพิกเซล (F2.0)    
  • แบตเตอรี : 4500 mAh Fast Charge 18W    
  • RAM :  6GB     
  • ความจำภายใน 64GB     
  • ความจำภายนอก Micro SD 256GB    
  • สี : Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green 

 

กลุ่มมือถือราคา 9,000 – 11,000 บาท

OPPO A9 2020 

OPPO A9 2020OPPO A9 2020

ยังคงยึดตำแหน่งความคุ้มค่าอย่างเหนียวแน่น เพราะนอกจากสเปกเครื่องที่จัดว่าใหม่ กับขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 665 มาพร้อมกับความจำระดับ Super Spec ก็ทำให้มือถือตัวนี้ที่มีราคา 8,999 บาท คุ้มค่าไม่น้อยเลยครับ 

สเปกของ OPPO A9 2020  

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 163.6 x 75.6 x 9.1 มม.     
  • น้ำหนัก: 195 กรัม     
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -      
  • หน้าจอ: IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว    
  • ความละเอียดหน้าจอ 1600x720 พิกเซล (HD+) ความหนาแน่น 270 ppi ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 3+    
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 + Adreno 610     
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Dual SIM) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS     
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie (Color OS 6)     
  • ระบบความปลอดภัย     
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วด้านหลังเครื่อง    
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า     
  • กล้องหลัง 4 ตัว : 48 ล้านพิกเซล (f1.8,) + 8 ล้านพิกเซล (f2.2, Ultra-Wide), 2 ล้านพิกเซล (Mono), 2 ล้านพิกเซล(Portait)    
  • กล้องหน้า: 16 ล้านพิกเซล (f2.0)     
  • แบตเตอรี : 5,000 mAh พร้อม Reverse Charge    
  • แรม (RAM) : 8GB     
  • ความจำภายใน : 128GB     
  • ความจำภายนอก : micro SD รองรับความจุสูงสุด 256GB       
  • ช่องเสียบ : USB-C และ Audio Jack ขนาด 3.5 มิลลิเมตร    
  • สี : Marine Green, Space Purple

 

กลุ่มมือถือราคา 12,000 – 17,000 บาท

Xiaomi Mi 9T Pro 

Xiaomi Mi 9T ProXiaomi Mi 9T Pro

สำหรับมือถือในราคากลุ่มนี้ก็มีหลากหลายรุ่นน่าสนใจ แต่ถ้าคุณต้องการ ประสิทธิภาพสูงสุดและถ่ายภาพก็ต้องดีด้วย Xiaomi Mi 9T Pro ที่ใช้ขุมพลังระดับท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 และมาพร้อมกับหน้าจอสวยและคาดว่าจะได้อัปเดตเป็น Android 10 แน่นอนในราคา 16,990 บาท ผมถือว่ายังเป็นรุ่นที่น่าจับตามองครับ 

สเปกของ Xiaomi Mi 9T Pro  

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 156.7 x 74.3 x 8.8 มม.  
  • น้ำหนัก: 191 กรัม  
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -  
  • หน้าจอ: AMOLED ขนาด  6.39 นิ้ว ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล  
  • ชิปเซ็ตQualcomm Snapdragon 855  + GPU Adreno 640  
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS  
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie + MIUI 10.3  
  • ระบบความปลอดภัย 
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ  
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า  
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 48 ล้านพิกเซล (f1.8 Main), 13 ล้านพิกเซล (f2.4, Ultra-Wide), 8 ล้านพิกเซล (f2.4 Telephoto) + LED Flash และ PDAF  
  • กล้องหน้า: 20 ล้านพิกเซล (f2.0)  
  • แบตเตอรี :4000 mAh Fast Charge 27W  
  • RAM : 6GB  
  • ความจำในตัว 64 / 128GB  
  • ความจำภายนอก : -  
  • สี : ดำ Carbon black, แดง Red flame, น้ำเงิน Glacier blue

 

กลุ่มมือถือราคา 18,000 – 21,000 บาท

realme X2 Pro 

realme X2 Pro realme X2 Pro

ในกลุ่มราคานี้ถือว่ามีมือถือแบบ Super Spec อย่างมากมายแต่สำหรับรอบนี้ทำไมแนะนำมือถืออย่าง realme X2 Pro คำตอบเพราะว่า ในงบประมาณ 19,999 บาท ถ้าคุณต้องหาขุมพลัง Snapdragon 855+ พร้อมกับ RAM 12GB และความจำ 256GB คงจะเป็นเรื่องยากพอสมควร แต่ realme จัดให้คุณได้แบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่เบาเลยครับ 

สเปกของ realme X2 Pro 

  • ขนาด: 161 x 75.7 x 8.7 มิลลิเมตร   
  • หนัก: 199 กรัม   
  • หน้าจอแสดงผล : Super AMOLED ความละเอียด FHD+  19:9 (2400x1080พิเซล) ขนาดประมาณ 6.5 นิ้ว การตอบสนอง 90Hz  
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 855+ | GPU Adreno 640  
  • RAM : 12 GB   
  • ROM : 256 GB   
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มความจำได้  
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 9 (Pie) ครอบทับด้วย Color OS 6.1  
  • WiFi 802.11 AC  
  • Bluetooth 5.0  
  • กล้องหลัง 4 ตัว:    
    >>>>กล้องตัวแรกเป็นของ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.8  
    >>>>กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,F/2.4   
    >>>>กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, F/2.5 (2x optical zoom)   
    >>>>สุดท้ายเป็นกล้อง 2 ล้านพิกเซล Depth Sensor  
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล   
  • รองรับ: สแกนใบหน้าแบบ 2D  
  • รองรับ: สแกนนิ้วบนหน้าจอ( fingerprint )   
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM  
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4000 mAh รองรับ Super VOOC กำลัง 50W    
  • สี: Lunar White, Neptune Blue

 

กลุ่มมือถือที่ราคามากกว่า 22,000 บาท

Samsung Galaxy Note 10+ 

Samsung Galaxy Note 10+Samsung Galaxy Note 10+

ในกลุ่มงบประมาณนี้จะเป็นเรือธงทั้งนั้น แต่ขอแนะนำ Galaxy Note 10+ ก่อนเพราะแม้คุณสมบัติทุกอย่างจะอยู่ตรงกลาง แต่เมื่อทำทุกอย่างในภาพรวมออกมาถือว่าดีไม่น้อยก็เลยเป็นอีกเหตุผลที่ควรจะแนะนำ และรวมไปถึงอาวุธลับของรุ่นนี้อย่าง S Pen ที่มีประสิทธิภาพและใช้งานจริงได้หลากหลายมากกว่าเดิม ทำให้เป็นอีกเครื่องถ้าต้องการให้มือถือเครื่องเดียวทำได้ทุกอย่าง นี่ก็ถือว่าเป็นคำตอบที่น่าสนใจครับ 

สเปกของ Samsung Galaxy Note 10+ 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 163.2 x 77.2 x 7.9 มม. 
  • น้ำหนัก : 196 กรัม 
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP68 ลงน้ำได้ 1.30 เมตร นานสุด 30 นาที 
  • หน้าจอแสดงผล : Dynamic AMOLED HDR+ แบบ Infinity O ขนาด 6.8 นิ้ว อัตราส่วน 19:9 
  • ความละเอียดหน้าจอ : 3040 x 1440 พิกเซล (QHD+) ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 6 
  • ชิปเซ็ตประมวลผล : Exynos 9825 + Mali G76 
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC/AX (WiFi 6), Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS 
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie + One UI 
  • ระบบความปลอดภัย 
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนนิ้วบนหน้าจอแบบอัลตราโซนิค (พร้อมเทคโนโลยีสแกน 3 มิติ) 
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า 
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว :  
  • 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.4, Telephoto
  • 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f1.5 – f2.4, Wide
  • 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.2, Ultra-Wide 
  • ToF Sensor 
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้า : 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.2 
  • แบตเตอรี่ความจุ : 4,300 mAh + Fast Charge 45W (ภายในกล่องแถมที่ชาร์จกำลัง 25W), Wireless Charge 15W, Wireless Power Share 2.0 
  • พอร์ตเชื่อมต่อแบบ : USB Type-C 
  • หน่วยความจำแรม (RAM) : 12 GB 
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) : 256 GB / 512 GB 
  • หน่วยความจำภายนอก : MicroSD เพิ่มได้สูงสุด 1TB 
  • สี : Aura White ปากกาสีขาว, Aura Black ปากกาสีดำ, Aura Glow ปากกาสีน้ำเงิน (สีออกเป็นรุ้งผสมกับสีที่เหมือนกับกระจก) 

 

iPhone 11

iPhone 11iPhone 11

ส่วนในกลุ่ม iPhone นอกจากว่าราคา 24,900 อย่าง iPhone 11 จะเป็นมือถือที่น่าสนใจไม่เบา ยังคงเป็นทางเลือกหลักของคนที่อยากได้มือถือดีสักเครื่องมาใช้งานและต้องเป็น iPhone จริงๆ ผมว่ารุ่นนี้สเปกจบหลายเรื่อง ถ้ายังติดใจ iPhone และมองหารุ่นไหม นี่ก็เป็นอีกคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม 

สเปกของ iPhone 11  

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 150.9 x 75.7 x 8.3 มม.         
  • น้ำหนัก: 194 กรัม         
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP68 (ลงน้ำได้ 2 เมตร นาน 30 นาที)         
  • หน้าจอ: IPS LCD (Liquid Retina Display) ขนาด 6.1 นิ้ว        
  • ความละเอียดหน้าจอ 828 x 1792 พิกเซล ความหนาแน่น 326 ppi     
  • ชิปเซ็ต Apple A13 Bionic Hexa Core (ตัวแรง 2 Core + ทำงานปกติ 4 Core) + Apple GPU (4 Core)   
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Nano SIM + eSIM), WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS         
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 13.1 (Upgrade ได้)   
  • ระบบความปลอดภัย         
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ (Face ID)   
  • กล้องหลัง / ตัว : 12 ล้านพิกเซล (f1.8,) + 12 ล้านพิกเซล (f2.4, Ultra-Wide)  
  • กล้องหน้า: 12 ล้านพิกเซล (f2.0)    
  • แบตเตอรี : 3,110 mAh + Fast Charge 18W (ซื้ออุปกรณ์แยก) / Wireless Charge    
  • แรม (RAM) : 4GB         
  • ความจำภายใน : 64/128/256GB         
  • ความจำภายนอก : -          
  • ช่องเสียบ : Lightning Port   
  • สี : สีม่วง Purple, สีขาว White, สีเขียว Green, สีเหลือง Yellow, สีดำ Black, และ สีแดง (PRODUCT) Red  

สำหรับบทความนี้ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่ในครั้งหน้าจะมีมือถือกลุ่มราคาไหนมาแนะนำให้เลือกซื้ออย่าลืมกลับมาติดตามต่อทาง sanook hitech กันใหม่นะครับ