[รีวิว] OnePlus 7T Pro McLaren Edition มือถือตัวแรกสุดของค่าย ที่แตกต่างและยังไงก็ไม่มีใครเหมือน 

[รีวิว] OnePlus 7T Pro McLaren Edition มือถือตัวแรกสุดของค่าย ที่แตกต่างและยังไงก็ไม่มีใครเหมือน 
S! Hitech (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

 กลับมาพบกับรีวิวมือถือและ Gadget จากทีม sanook hitech กันอีกครั้ง ในรอบนี้ยังคงมี OnePlus รีวิวอีก 2 รุ่น แต่บทความนี่จะไม่ยืดยาวมากกับ OnePlus 7T Pro McLaren Edition จะแตกต่างกับรุ่นปกติอย่างไรมาดูกัน 

เปิดกล่อง OnePlus 7T Pro McLaren Edition  

 

ความแตกต่างของ OnePlus 7T Pro McLaren Edition เมื่อเทียบกับกล่องของ OnePlus 7T Pro รุ่นก่อนหน้านี้ที่รีวิวไปก็จะมีดังต่อไปนี้ 

  • ตัวเครื่อง OnePlus 7T Pro McLaren Edition 
  • สาย USB-C รองรับ Warp Charge 3.0 
  • ปลั๊กชาร์จไฟ Warp Charge 
  • คู่มือ / ใบรับประกัน 
  • เคส 
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด 

อุปกรณ์แม้ว่าจะเหมือนกันหมด แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างคือ สายชาร์จจะเป็นสีเหลือง และ หัวชาร์จจะมีข้อความ McLaren และเคสของเครื่องจะให้อารมณ์เหมือนกับคาร์บอนไฟเบอร์เหมือนกับวิสดุผลิตรถยี่ห้อนี้ 

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ OnePlus 7T Pro McLaren Edition 

ถ้ามองถึงภาพรวมของตัวเครื่องจะให้สิ่งที่เหมือนกันแทบทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าจอ รอบตัวเครื่อง หรือช่องเสียบต่างๆ มันแค่แตกต่างกันเรื่องของสีสัน เพราะในเวอร์ชั่น McLaren Ediition ใช้ชิ้นส่วนเหมือนกัน แตสีสันจะเป็นสีดำหมด 

sa_opml_010
sa_opml_011
sa_opml_012

แต่ถ้าพลิกด้านหลังเครื่องจะมีลวดลายที่สวยงามตรงมุมกล้อง และคลิปด้วยส่วสนล่างเป็นสีเหลือทั้งหมด รวมถึงกล้องก็จะเป็นสีทองสวยงาม ตรงกลางมีลวดลายสวยงาม พร้อมกับโลโก้ McLaren ที่เป็นบอกความแตกต่าง 

น้ำหนักของเครื่องยังคงเหมือนกัน 

เปิดเครื่อง ส่องความแตกต่างใน OnePlus 7T Pro McLaren Edition 

ก่อนที่จะเริ่ม อาจจะไม่ได้เล่าทั้งหมดเพราะความสามารถเหมือนกับ OnePlus 7T Pro ที่เคยรีวิวก่อนหน้านี้ หากอยากอ่านแบบละเอียด สามารถกดอ่านรีวิว OnePlus 7T Pro ที่ข้างล่างนี้

>> [รีวิว] OnePlus 7T Pro มือถือรุ่นแรกที่ใช้ขุมพลัง Snapdragon 855+ จัดเต็มหลายด้าน

สเปกของ OnePlus 7T Pro McLaren Edition 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 162.6 x 75.9 x 8.8 มม. 
  • น้ำหนัก: 206 กรัม 
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : ไม่ระบุ 
  • หน้าจอ: Fluid AMOLED ขนาด  6.67 นิ้ว ความละเอียด 3120x1440 พิกเซล 
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855+ Octa-core 2.96GHz + Adreno 640 
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS 
  • ระบบปฏิบัติการ : Oxygen OS 10 พื้นฐาน Android 10 
  • ระบบความปลอดภัย 
    • ติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ Optical Ultra Sonic ในหน้าจอ 
    • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า 
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 48 ล้านพิกเซล (f1.8 Main) + 16 ล้านพิกเซล (f2.2, Ultra-Wide 117 องศา) + 8 ล้านพิกเซล (Telephoto 3X) 
  • กล้องหน้า: 20 ล้านพิกเซล (f2.0) 
  • แบตเตอรี : 4085 mAh Warp Charge 30W 
  • แรม : 12GB 
  • ความจำภายใน : 256GB UFS 3.0 
  • ความจำภายนอก : - 

การทดสอบประสิทธิภาพ 

 

จาก AnTuTu ทำได้ที่ 475,902 คะแนน

 

จาก Geekbench 5 ทำได้ที่ Single Core = 789 คะแนน | Multi Core = 2,828 คะแนน

 

ความแตกต่างของมือถือรุ่นนี้ยังคงเป็นส่วนที่คุณได้ลองเล่นเกมแล้วก็ยังให้การตอบสนองที่รวดเร็วและสามารถใช้ได้ เพราะหน้าจอแบบ 90Hz และใช้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855+ ก็เรียกได้ว่าไม่ผิดหวังในเรื่องความแรง 

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์ของเครื่อง

 

ในส่วนนี้แทบไม่ได้แตกต่างอะไรจาก OnePlus 7T Pro ที่ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ ยกเว้น Wallpaper ทั้งแบบ เคลื่อนไหว และแบบนิ่ง รวมถึง Theme ภายในที่เน้นสีดำ ภายในเครื่องเท่านั้น และเสียงการแจ้งเตือนที่ดูเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น  แต่น่าเสียดายที่เสียงเรียกเข้า, เสียงเปิด / ปิดเครื่องยังคงถูกตัดออกไป

   

sa_opml_p001
sa_opml_p004
sa_opml_p009
sa_opml_p010
sa_opml_p013

 

และฟีเจอร์ของกล้องยังคงเหมือนกับ OnePlus 7T Pro ทุกประการเลยครับ 

แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จไฟ 

สำหรับแบตเตอรี่ของเครื่องจะมีให้เลือกในขนาด 4085 mAh ถือว่าใหญ่กำลังดี และเมื่อทดลองใช้งานแล้วอาจจะแตกต่างจาก OnePlus 7T Pro เล็กน้อยเท่านั้นเองครับ 

สรุปหลังจากทีม sanook hitech ได้ทดลองใช้  OnePlus 7T Pro McLaren Edition มาสักระยะ 

ถึงแม้รายละเอียดของเครื่องรุ่นนี้จะไม่ได้แตกต่างจาก OnePlus 7T Pro แต่ยอมรับว่า การที่ปรับมาเป็นในเวอร์ชั่น McLaren Edition ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่มีความสวยงดงามอย่ามากเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับการต้องเพิ่มเงินจากรุ่นปกติ มาที่ 29,990 บาท ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเหมือนกันนะครับ 

อย่างไรก็ตาม สุดท้าย OnePlus 7T Pro McLaren Edition ก็ยังจัดว่าเป็นมือถือที่ใช้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855+ ที่ให้สเปกดีและดูแพงเกินราคาไปไกลครับ  

จุดเด่น 

  • สเปกสูงมาก 
  • แบตเตอรี่ยังคงอึดเหมือนเดิม 
  • กล้องถ่ายภาพสวยเหมือนเดิม 
  • ได้ Android รุ่นใหม่ล่าสุด 
  • มีความสวยและลงตัวในหลายด้าน 

ข้อสังเกต 

  • แทบไม่มีความแตกต่างจากรุ่นปกติ ยกเว้นบางเรื่อง 
  • เคสแบบนี้ไม่ควรโดนน้ำ