4 พ่อมดแห่งโลกเทคโนโลยีกับพฤติกรรมสุดแปลกที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

4 พ่อมดแห่งโลกเทคโนโลยีกับพฤติกรรมสุดแปลกที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
gqthailand

สนับสนุนเนื้อหา

แปลและเรียบเรียง: มัชฌิมา โพธาราม

โดยส่วนใหญ่แล้วหากพูดถึง Silicon Valley คุณจะเห็นภาพการร่ายเวทย์ของพ่อมดแห่งเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและกูรูด้านการเขียนโค้ด นั่งจดจ่ออยู่กับแล็บท็อปและพื้นที่ทำงาน คิ้วขมวดกันยุ่งและสายตาโฟกัสอยู่ที่ปัญหาแห่งอนาคต จินตนาการอาจไม่ได้อยู่ไกลจากความเป็นจริงมากเท่าไหร่นัก แต่มันกำลังมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าผลผลิตที่ได้นั้นสำคัญต่อความสำเร็จเช่นกัน Silicon Valley จึงกลายเป็นบ้านของเทรนด์การควบคุมเรื่องอาหารและการมีสุขภาพที่ดี ที่เป็นรู้จักกันในแง่ของการส่งเสริม พัฒนาและยกระดับชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ด้วยอีโก้ระดับซุปเปอร์ฮีโร่ เหล่าคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองใน Silicon Valley นั้นเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ที่น่าขันและแปลกออกไป ซึ่งเก็บซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของคำว่า "สุขภาพ" จะมีคนที่ฉีดเลือดที่มีส่วนผสมของอะไรก็ไม่รู้เข้าร่างกายตัวเอง และอีกคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากวิทยาศาสตร์ที่ใช้วิธี "Biohack" ความต้องการของอาหารที่พวกเขาต้องการ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ดำเนินการเพื่อเสาะหาผลผลิตและความอ่อนเยาว์มีชีวิตชีวาที่มากขึ้น เพราะเมื่อกิจวัตรในการทำงานของคุณทำให้เหลือเวลานอนแค่สี่ชั่วโมงต่อวันและก็ยังไม่มีเวลามากพอที่จะปล่อยผลงานชิ้นโบว์แดงออกมา คุณก็จะทำทุกทางเพื่อพัฒนาสมองและหน้าที่ในร่างกาย

พฤติกรรมดังกล่าวแพร่หลายไปยังเหล่าคนเก่งของเราในหลายๆ ที่ ความกังวลเหล่านั้นถูกยกขึ้นมาด้วยประเด็นที่ว่าจริงๆ แล้วพวกเขามีสภาวะของ Wellness (เป็นสภาวะที่แสดงถึงความสมบูรณ์ของการเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย ความคิด อารมณ์ สังคม และจิต) ดีแค่ไหน โดยในปัจจุบันนี้ ดูเหมือนว่าเทรนด์ของ Wellness จะอนุญาตให้ความผิดปกติด้านการบริโภคและด้านอายุนั่นอยู่ภายใต้คำว่า "Fitspo" แต่ในกรณีของแจ็ก ดอร์ซี (Jack Dorsey) หรือสตีฟ จ็อบบ์ (Steve Jobs) ร่างกายของพวกเขาต้องการการทำงานมากกว่าอาหารแค่ 5 มื้อต่อสัปดาห์หรือแครอทชามเดียว

เป็นที่รู้กันว่าเบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) มักจะออกมานั่งเปลือยกายล่อนจ้อนตรงหน้าต่างในทุกๆ เช้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่าการอาบอากาศหรือ Air Baths ที่จะช่วยชะล้างร่างกายและป้องกันการเจ็บป่วย แต่ไม่มีอะไรจะเทียบได้กับตอนนี้เลย เมื่อลองดูพฤติกรรมที่แปลกๆ ที่ออกมาจากกลุ่ม Silicon Valley เราต้องถามคำถามเลยว่า เส้นแบ่งระหว่างการค้นหาเคล็ดลับเพื่อสุขภาพกับการทำร้ายร่างกายใครสักคนอยู่ตรงไหน?

1

ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal

พลังที่ถูกขับเคลื่อนและกระตุ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ จนเราเข้าใจว่ามีไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่ปีเตอร์ ธีลทำไม่ได้ นอกเหนือจากการเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal เขายังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Facebook ด้วย และถึงขนาดทำให้บริษัทสิ่งพิมพ์รายใหญ่ทางอินเตอร์เน็ตล้มละลายได้เพียงเพราะพวกนั้นหยาบคายกับเขาเท่านั้น

ดูเหมือนธีลจะเชื่อว่า เสรีภาพและประชาธิปไตยไปด้วยกันไม่ได้ เพราะเหตุนั้น เขาจึงเริ่มลงทุนเงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างเกาะลอยได้ขึ้นมา เพื่อที่เขาจะได้ปกครองในระบอบกดขี่ได้ และเพื่อที่จะให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ธีลลงเงินกว่า 500,000 เหรียญเพื่อก่อตั้งสถาบัน Seasteading Institute ถึงขนาดชวนรัฐบาลเฟรนช์พอลินีเชียให้พวกเขาสร้างเมืองลอยน้ำของตัวเอง

นอกจากเป้าหมายนี้ ธีลเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่เสาะหาความอ่อนเยาว์อันเป็นนิรันดร์ เขาวางแผนว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงอายุประมาณ 120 ปี และเปิดกว้างในการที่จะเอาอะไรก็ตามที่จำเป็นเข้าร่างกายเพื่อให้ได้ตามที่หวังไว้ ในปัจจุบันนี้เขากำลังทดลองกับ Growth Hormone ของมนุษย์โดสเล็กๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหารุนแรงกับแลนซ์ อาร์มสตรอง (Lance Armstrong) นอกจากนี้เขายังเข้าร่วมในโครงการ Parabiosis ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวกับการฉีดเลือดของคนที่อายุน้อยกว่ามากเข้าไปในร่างกายของตัวเอง

2

แจ็ก ดอร์ซีย์ CEO ของ Twitter

เมื่อ CNBC ตีพิมพ์ชิ้นงาน “Personal Wellbeing Habits" ของนักธุรกิจวัย 42 ปี ซึ่งมีการหยิบยกความกังวลถึงสุขภาพของดอร์ซีย์โดยเฉพาะในเรื่องของการบริโภคอาหารที่แปลกประหลาด ดอร์ซีย์กินอาหารมื้อเดียวระหว่างเวลา 06.30 น. ถึง 21.30 น. และจากนั้นก็อดอาหารไปจนถึงสุดสัปดาห์ โดยมากอาหารในหนึ่งมื้อมักจะประกอบด้วยปลา ไก่ สเต็กพร้อมกับสลัดหรือ Spinach ทำให้มื้ออาหาร Low Carb เหมือนกับมื้อที่ต้องอดอาหารไปเลย

ในบทสัมภาษณ์ของเขากับ CNBC ดอร์ซีย์กล่าวว่าการรับประทานอาหารหนึ่งมื้อต่อวันทำให้เขา "รู้สึกได้มากกว่า และโฟกัสได้มากกว่า คุณจะมีจุดโฟกัสในใจจากแรงขับเคลื่อนนี้"

ซึ่งนั่นอาจจะเกี่ยวกับการที่ดอร์ซีย์เดิน 5 ไมล์จากบ้านไปออฟฟิศใน 1 ชั่วโมง 15 นาที "ผมอาจจะดูเหมือนกำลังจ๊อกกิ้งมากกว่าเดิน" เขากล่าวกับ CNBC

ความแปลกไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนี้ โชคร้ายที่เมื่ออยู่ที่ทำงาน ดอร์ซีย์ทำงานบนโต๊ะที่อยู่ใกล้หลอดอินฟราเรดซึ่งเขื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตใหม่ของเซลล์ และไปไกลถึงขนาดที่ว่าช่วยป้องกันโรคและอาการบาดเจ็บได้ด้วย

3

สตีฟ จ็อบส์ เจ้าของ Apple

จากชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ที่เขียนโดยวอลเตอร์ ไอแซคสัน (Walter Isaacson) ผู้ก่อตั้ง Apple จะกินอาหารแค่ประเภทเดียวเท่านั้น อย่างเช่นแครอทหรือแอปเปิ้ล หลายสัปดาห์ติดๆ กัน จ็อบส์กินแครอทเยอะมากจนมีรายงานว่าตัวเขาเริ่มเป็นสีส้มนิดๆ

เราเชื่อว่าจ็อบส์ชอบอ่านหนังสือ Diet for a Small Planet และสิ่งที่เขาได้อ่านกระทบใจเข้าอย่างลึกซึ้ง เราได้เห็นเขาสาบานว่าจะไม่แตะเนื้ออีก อย่างที่ไอแซกสันได้แสดงไว้ในหนังสือ จ็อบส์มีนิสัยและแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมการบริโภคที่สุดโต่ง ซึ่งรวมถึงการระบายท้อง อดอาหาร หรือกินอาหารแบบเดียวกันในช่วงเวลาหนึ่ง

จ็อบส์เชื่อว่าข้อจำกัดด้านการบริโภควีแกนของเขา หมายความว่าร่างกายของเขาจะไม่มีกลิ่นตัวและทำให้เขาอาบน้ำแค่สัปดาห์ละหนึ่งครั้งได้

4

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) CEO ของ Facebook

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กถูกวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นอื้อฉาว Cambridge Analytica แต่เมื่อเป็นเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน เขามีกลยุทธ์แปลกๆ ซ่อนอยู่นิดหน่อย สำหรับการรับสมัครพนักงาน Facebook ที่มีศักยภาพ ซักเคอร์เบิร์กส่งอีเมล์ถึงผู้สมัครและบอกว่าบริษัทต้องการตัวพวกเขา หลังจากที่พวกเขามาถึงสำนักงานใหญ่ของ Facebook แล้ว พวกเขาก็ถูกพาไปที่ห้องส่วนตัวและถูกบังคับให้เซ็นสัญญาการไม่เปิดเผยข้อมูลหลายฉบับ และหลังจากนั้นซักเคอร์เบิร์กก็หายไป

เขาปรากฏตัวขึ้นทีหลังและพาผู้สมัครที่มีศักยภาพเดินเข้าไปในป่าที่อยู่รอบๆ Palo Alto เมื่อเขาเล่าถึงประวัติของ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ก่อนที่จะเน้นย้ำอย่างจริงจังว่าเขาต้องการพรสวรรค์ของพวกเขาในบริษัทแค่ไหน ในการสัมภาษณ์กับนิตยสาร Cracked หนึ่งในผู้สมัครอธิบายว่ามัน "เหมือนฝัน" และบอกว่า "เหมือนกำลังเดตอยู่" เลย

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด